‘ดับเครื่องชน’ วันนี้ขอแจ้งให้ทราบถึงอันตรายจากฝุ่นพิษที่เกิดใน กทม.หรือเมืองใหญ่และเตือนมาให้ระวังสุขภาพไว้ให้ดี

          ขอแจ้งคำเตือนของ WHO หรือองค์การอนามัยโลก แจ้งไว้ว่า โรคร้ายที่มากับฝุ่นพิษคือโรคปอด-โรคหลอดเลือดสมอง-โรคหัวใจ

 

 

          ปัญหาฝุ่นพิษหรือมลภาวะต่างๆ เป็นภัยที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะท่อไอเสียหรือการก่อสร้าง-การเผาขยะ และบางทีอาจจะไม่รู้ตัวว่าฝุ่นพิษเหล่านี้ค่อยๆ สะสมในร่างกายของเรา

          กันไว้ดีกว่าแก้จึงขอแนะนำให้สวมหน้ากากเวลาออกจากบ้านหรือเข้าไปในแหล่งรวมคนเยอะๆ

          เตือนมาด้วยความปรารถนาดีและอยากให้ทุกท่านมีสุขภาพดี
อ๊อด เทอร์โบ



เรื่อง สงกรานต์นี้ไม่หยุดยาว
เรียน คุณอ๊อด เทอร์โบ

          หลังจากที่รัฐบาลมีมติไม่อนุมัติให้หยุดสงกรานต์ยาว 9 วัน เสียงวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะ แรงงานภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ส่วนใหญ่เห็นด้วยที่ไม่หยุดเพิ่ม เพราะวันหยุดปกติมากพอแล้ว ที่ผ่านมาก็ชดเชยเยอะแล้ว ยิ่งหยุดมาก เศรษฐกิจก็จะยิ่งแย่ ส่วนใครจะหยุดเพิ่มก็เป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน

          แม้จะมองว่าการหยุดยาวเป็นผลดีต่อธุรกิจในด้านการท่องเที่ยว แต่คนที่มีรายได้สูงเขาก็ขนเงินออกไปเที่ยวต่างประเทศ เขาไม่เที่ยวในประเทศอยู่แล้ว การหยุดยาวไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวในประเทศเท่าไร ทั้งส่งผลเสียต่อหลายๆ ฝ่าย เช่น ในภาคการผลิต หรือ ภาคธุรกิจเอกชน ที่ต้องจ่ายเงินเต็มจำนวน แต่พนักงานได้หยุดยาว ไม่ยุติธรรมกับนายจ้าง ทางภาครัฐก็ไม่ได้ชดเชยอะไรในส่วนนี้ รวมถึงกลุ่มแรงงานที่ได้ค่าจ้างเป็นรายวันต้องเสียรายได้ด้วย

          หน่วยงานราชการหากหยุดติดต่อหลายวันก็คงไม่ดีแน่ การให้บริการประชาชนธุรกรรมต่างๆ กับรัฐมีความจำเป็นมาก

          ยิ่งหยุดเยอะ ยิ่งขี้เกียจ ดีแล้วค่ะ ที่ไม่หยุดเพิ่ม เพราะต่อให้ไม่หยุดเพิ่ม บางคนก็ลากิจ ลาป่วย ลาหยุดเพิ่มอยู่ดี
สมพร (เมืองน่าน)




ตอบคุณ ‘สมพร’ เมืองน่าน
          จดหมายของคุณสั้นแต่ได้ใจความดีครับ และโดยส่วนตัวแล้วอยากให้ทุกคนขยันทำงานไม่ใช่หาโอกาสหยุดยาวซึ่งจะส่งผลกระทบดังแจ้งมา

          ปกติแล้วมีชาวไทยจำนวนหนึ่งหาโอกาสหยุดยาวช่วงสงกรานต์-ปีใหม่ ฯลฯ อยู่แล้วจึงขอสนับสนุนว่าเรามีวันหยุดมากพอแล้วและสงกรานต์ปีนี้จึงไม่ควรหยุดยาว 9 วันแต่อย่างใด

          การหยุดยาวไม่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเหมือนที่คิด ลองหาวิธีการอื่นๆ จะดีกว่า
อ๊อด เทอร์โบ



ระวังผิดกฎหมาย
อุ้มบุญ – อุ้มบาป (ผ่านไปยังผู้คิดทำ)

          กลายเป็นข่าวดังครึกโครมหลังเกิดปัญหาเกี่ยวกับการ “อุ้มบุญ” ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวทางกฎหมายและจริยธรรมทางการแพทย์เกี่ยวเนื่องกัน อย่างล่าสุดที่หลายคนคงได้ติดตามข่าวกันกรณีตำรวจเข้าจับกุมเครือข่ายแก๊งอุ้มบุญชาวจีน

          ดิฉันเข้าใจว่าการมีบุตรนับเป็นหัวใจสำคัญของการเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับครอบครัว หลายคู่จึงแสวงหาวิธีที่จะให้ได้บุตรมาเติมเต็มความสมบูรณ์ ซึ่งบางครอบครัวเลือกใช้วิธีการรับบุตรบุญธรรม หรือใช้วิธีการว่าจ้างให้หญิงอื่นมาอุ้มบุญหรือตั้งครรภ์แทน

          ในบางกรณีกฎหมายไม่เปิดช่องให้ดำเนินการได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายของประเทศไทยบ้านเรา ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีของกลุ่มบุคคลที่มีรสนิยมรักร่วมเพศ หรือสามีภรรยาซึ่งไม่ได้จดทะเบียนสมรสนั้น วิธีการดังกล่าวถือมีความผิดตามกฎหมาย และมีโทษทางอาญา

          คำถามเกิดขึ้นมากมายในสังคม ถ้ามองให้เป็นเรื่องร้ายแรงก็ถือว่าผิดแต่สำหรับผู้มีบุตรยากการอุ้มบุญอาจเป็นทางออกสุดท้ายของใครบางคนแต่ไม่ได้รับการอนุญาต เหมือนบอกว่าคุณเป็นโรคที่ไม่ควรสืบพันธุ์ต่อไป ลิดรอนทางออกทั้งที่ยังมีทาง ถ้ามองกันมุมนี้ก็ไม่ควรผิดกฎหมาย แต่ควรมีกฎหมายรัดกุม ถ้ามองทางศีลธรรม จรรยา ค่านิยมทางสังคม เป็นการทำให้การตั้งครรภ์เป็นเพียงภาชนะหรือทางผ่าน ลดคุณค่าของการตั้งครรภ์

          ถ้ามองทางอุตสาหกรรมและค้ามนุษย์ มีผลผลิตเป็นมนุษย์แถมผลิตได้เรื่อยๆ ไม่มีวัตถุดิบที่เสียเปล่า เป็นการลงทุนที่กำไรสูง เด็กที่ได้ไม่มีปากเสียงเสี่ยงต่อการเอาไปเป็นอวัยวะ ถ้าอิงปรัชญาหลักเสรีนิยม เป็นภาวะสมยอมทั้งสองฝ่าย ไม่มีใครเอาเปรียบอีกฝ่าย เป็น demand และ supply ถ้าอิงปรัชญา

          หลักสังคมนิยม เป็นแค่การสนองความต้องการส่วนตัว โดยเสี่ยงต่อผลกระทบต่อส่วนรวม ต่อให้อุ้มบุญให้พ่อแม่ที่ดี ได้ดีใจสัก 10 คู่ แต่มีอุ้มบุญที่ค้ามนุษย์แค่ 1 คน ก็มีผลเสียต่อสังคมโดยรวมมากกว่ามาก

          ถ้าเรามองย้อนกลับไปในอดีตไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับในเรื่องนี้ จึงมีคนทำเป็นเรื่องปกติไม่สนใจสายตาสังคม แต่ปัจจุบันไม่เป็นเช่นนั้นอีกต่อไปเพราะมีกฎหมายรองรับเรื่องการอุ้มบุญ หรือตั้งครรภ์แทนแล้ว โดยอาศัยเทคโนโลยีทางการแพทย์ในการช่วยให้เกิดการตั้งครรภ์ภายใต้เงื่อนไขตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. 2558 การตั้งครรภ์แทน โดยมีเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. 2558 ตามมาตรา 21
นวลวรรณ (กทม.)
