คมชัดลึกออนไลน์ 30 มีนาคม 2563
คมชัดลึกออนไลน์
เจาะประเด็นร้อน

'ฟิลลิป มอร์ริส' เขย่ารัฐบาล ศึกซักฟอก

24 กุมภาพันธ์ 2563 - 00:05 น.
ฟิลลิป มอร์ริส,เขย่ารัฐบาล,ศึกซักฟอก
เจาะประเด็นร้อน

Shares :
เปิดอ่าน 1,594 ครั้ง

การอภิปรายไม่ไว้วางใจเริ่มแล้ววันนี้( 24 ก.พ)เป็นวันแรก ซึ่งหนึ่งในเรื่องสำคัญที่ฝ่ายค้านจะนำมาซักฟอกคือ การแก้ไข ก.ม.ศุลกากร เอื้อบริษัทบุหรี่ต่างชาติ 'ฟิลลิป มอร์ริส'


       การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เริ่มแล้ววันนี้ ( 24 ก.พ. ) เป็นวันแรก 

      และหนึ่งในเรื่องสำคัญที่จะหยิบขึ้นมาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล คือ การกล่าวหาว่ารัฐบาลช่วยเหลือ “บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส” ในคดีนำเข้าบุหรี่ หลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรและสำแดงเท็จ 

      ซึ่งรัฐมนตรีที่จะโดนอภิปรายไม่ไว้วางใจเต็มๆในเรื่องนี้ คือ ดอน ปรมัตถ์วินัย  รมว.ต่างประเทศ โดยพ่วง วิษณุ เครืองาม  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าไปด้วย


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

       ก็เป็นเรื่องเหนือความคาดหมายพอสมควรที่มีการเตรียมอภิปราย นายดอน ปรมัตถ์วินัย ที่เป็น รมว.ต่างประเทศ เพราะเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศ ไม่พบว่ามีอะไรหวือหวา ต่างจากกระทรวงอื่นๆ ที่มีหลายประเด็น ที่น่าจะหยิบยกขึ้นมาอภิปรายได้อย่างเมามัน

        อย่างไรก็ตามฝ่ายค้านวาง “นายดอน” เป็นหนึ่งในผู้ต้องถูกอภิปราย เพราะต้องการสะสางประเด็นข้อกังขา รัฐบาลช่วยเหลือ “บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส” ในคดีนำเข้าบุหรี่หลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรและสำแดงเท็จ 

       คดี “ฟิลลิป มอร์ริส” เป็นเรื่องค้างคายาวนานหลายปี โดยบริษัทดังกล่าวถูกฟ้องร้องคดีนำเข้าบุหรี่หลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรและสำแดงเท็จ 

   ในส่วนของนายวิษณุ นั้น ฝ่ายค้านจะอภิปรายกล่าวหาว่า  เมื่อมีการยึดอำนาจโดย คสช. ได้มีการเคลื่อนไหวจากฝ่ายรัฐบาลในขณะนั้นเพื่อแทรกแซงการดำเนินคดีของพนักงานอัยการโดยมีนายวิษณุ เครืองาม เป็นผู้ดำเนินการ

    โดยเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2558 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ  รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้เรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าไปปรึกษาหารือที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีแนวโน้มจะทำอย่างไรก็ได้ เพื่อให้บรรเทาความเสียหายให้กับบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส แต่สุดท้ายการประชุมวันนั้นก็ยุติลง เพราะมีเจ้าหน้าที่ไม่เห็นด้วยหลายคน

การกระทำในลักษณะเช่นนี้ยืนยันได้ว่า รัฐบาลแทรกแซงการทำงานของเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะพนักงานอัยการซึ่งน่าจะเป็นความผิดต่อกฎหมาย
   ต่อมามีการปล่อยข่าวเป็นระยะๆ จากนายวิษณุ เครืองาม ว่า หากมีการดำเนินคดีกับบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส ต่อไปอาจจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับ WTO อาจเป็นเหตุให้ประเทศไทยถูกฟ้องร้องได้

   แต่สุดท้ายพนักงานอัยการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องก็ไม่ยินยอม เพราะยึดกฎหมายไทยเป็นหลัก เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการกีดกันทางการค้า เป็นเพียงกรณีบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส นำเข้าบุหรี่มาในประเทศไทยโดยการสำแดงเท็จ อันเป็นการหลีกเลี่ยงภาษีตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 พนักงานอัยการจึงได้ยื่นฟ้องบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส ต่อศาลอาญา ในที่สุด

         และเมื่อคดีกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้มีหนังสือหารือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี

      ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2561  เสนอมีข้อพิจารณาว่า ข้อพิพาทระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์ที่เกี่ยวกับ WTO เกิดจากการที่กฎหมายไทยที่เกี่ยวข้อง อาทิ มาตรา 27 ของพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ที่ใช้ถ้อยคำเปิดช่องให้ผู้บังคับใช้กฎหมาย สามารถตีความไปในทางที่ไม่สอดคล้องกับการประเมินราคาศุลกากรไทย อาจจำเป็นต้องพิจารณาทบทวนและปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเปิดประเมินราคาศุลกากรของไทยสอดคล้องกับพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ

    ครั้งที่ 2  เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2562 ขอให้อัยการสูงสุดพิจารณาทำให้คำสั่งไม่ฟ้องกลับมามีผลใหม่ ให้ยุติการฟ้องคดีอาญากับบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส ทบทวนการตีความและการบังคับใช้กฎหมาย  

     ต่อมาสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) แก้ไขกฎหมายศุลกากร พ.ศ.2496 มาตรา 27 โดยมีการมองว่าเอื้อต่อบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส เพราะในคดีนี้ หากบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส แพ้คดี อาจต้องชดใช้มูลค่าประมาณ 84,000 ล้านบาท ตามคำฟ้องของพนักงานอัยการ แต่ตามพระราชบัญญัติศุลกากรฉบับใหม่ อัตราโทษปรับจะลดลง

       ต่อมาเมื่อวันที่  29 พฤศจิกายน  2562 ศาลอาญาพิพากษาปรับบริษัทฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด เป็นเงินกว่า 1.2 พันล้านบาท ฐานหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าบุหรี่ มาร์ลโบโร และ แอลแอนด์เอ็ม และสำแดงราคาบุหรี่ไม่ตรงตามราคา

        ซึ่งเรื่องนี้นายดอน  ชี้แจงว่า  เรื่องนี้เกิดขึ้นนานแล้ว กระทรวงการต่างประเทศเป็นเพียงปลายทางโดยมีความเชื่อมโยงกับต่างประเทศในแง่ที่เป็นบริษัทต่างชาติ รวมถึงพันธกรณีของไทยใน WTO ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่กระทรวงการต่างประเทศต้องให้ความเห็นจากข้อเสนอของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ตนพร้อมให้ข้อเท็จจริง เพื่อให้คนที่เข้าใจผิดได้มีความกระจ่าง ถ้าขุดค้นกันจริงๆ ต้องไปถามจากหน่วยงานอื่นๆ ไม่ใช่กระทรวงการต่างประเทศ เพราะไม่มีอะไรอยู่แล้ว

      อย่างไรก็ตามการนำเรื่องดังกล่าวมาอภิปราย  ถือเป็นงานหนักของรัฐบาล เพราะนักการเมืองมือฉมังอย่าง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง มุ่งมั่นกับเรื่องนี้เป็นอย่างมากถึงกับเตรียมข้อมูลเรื่องนี้ด้วยมือตัวเองเพื่อป้อนให้ ส.ส.ฝ่ายค้าน นำไปขุดคุ้ยในสภา จึงไม่ใช่เรื่องง่าย ที่รัฐบาล จะสอบผ่านไปโดยสะดวก
 

   


 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ