เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่ศูนย์ประสานงานพรรคอนาคตใหม่ จ.ปทุมธานี ตัวแทนสมาชิกพรรคอนาคตใหม่จากทั่วประเทศ นัดหารือเพื่อลงความเห็นในการที่จะฟ้องร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ​เป็นรายบุคคลในฐานะสมาชิก​ เนื่องจากเห็นว่าเป็นการกระทำไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมติของสมาชิกในที่ประชุมออกมาเป็นเอกฉันท์​ยืนยันที่จะฟ้อง กกต. หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่ ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์

 

          คำแถลงการณ์ของสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ระบุว่า พวกเราซึ่งเป็นสมาชิกพรรค ที่มีส่วนร่วมในการก่อสร้างพรรคนี้กันขึ้นมาจนเป็นที่ยอมรับ และมีความเข้มแข็ง จนสามารถมีสมาชิกที่เป็นตัวแทนของพวกเราในสภาถึง 80 คน มีความวิตกกังวลต่อการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ว่าจะให้มีการยุบพรรคอนาคตใหม่หรือไม่ โดยพิจารณาจากการที่ กกต. รับคำร้องจากนายศรีสุวรรณ จรรยา ในคดีกู้ยืมเงินของพรรค ตามความผิดในมาตรา 66 ว่าเป็นการบริจาคเงินเกิน 10 ล้านบาท และ อนุกรรมการสืบสวนได้ยกคำร้อง แต่นายทะเบียนพรรคการเมืองได้ตั้งกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริง แล้วตั้งข้อหาใหม่ ให้มีความผิดตามมาตรา 62, 66 และ 72 ซึ่งมีโทษถึงขั้นยุบพรรค โดยไม่มีการเรียกให้ผู้ถูกกล่าวหาไปชี้แจง และศาลรัฐธรรมนูญก็ได้เร่งรัดพิจารณาอ่านคำวินิจฉัยโดยไม่เปิดให้มีการไต่สวนตามคำร้องของพรรคอนาคตใหม่


          “พวกเราจึงมีความเห็นว่าการกระทำของกกต. เป็นการกระทำโดยมิชอบ อันเป็นความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 157 และแม้ว่าพรรคจะได้ดำเนินการฟ้องร้องในฐานะที่เป็นนิติบุคคลแล้ว แต่พวกเราซึ่งสมาชิกรายบุคคลที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำของกกต. ก็สมควรที่จะดำเนินการฟ้องร้องต่อกกต.ในฐานะบุคคลเช่นเดียวกัน และหากมีการยุบพรรคอนาคตใหม่ในวันข้างหน้า กกต.ก็สมควรจะต้องรับผิดชอบต่อค่าสมาชิก และเงินบริจาคที่เรามอบให้พรรคในคดีแพ่งต่อไป”


          พยอม สมประสงค์​ สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ปทุมธานี​ กล่าวว่า การที่มารวมตัวกันในวันนี้เกิดจากความพร้อมทางความคิดของแต่ละบุคคล พรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคการเมืองของประชาชน เริ่มต้นจากการที่เราจ่ายค่าสมาชิก 200 บาทต่อปี หรือ 2000 ตลอดชีพ พรรคก่อตั้งโดยสมาชิก ไม่ได้ก่อตั้งโดยนายทุน สมาชิกทั้งหมดร่วมกันเป็นเจ้าของพรรคร่วมกัน ซึ่งเรารู้สึกยอมไม่ได้เมื่อเห็นว่าคนเพียงไม่กี่คนที่จะตัดสินยื่นยุบพรรค เราจำเป็นต้องรักษาสิทธิ์​ในฐานะสมาชิกที่เป็นเจ้าของพรรค ในการฟ้อง กกต. หากศาลรัฐธรรมนูญ​ตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่




          “เมื่อเรารู้สึกยอมไม่ได้ สมาชิกพรรคอนาคตใหม่จากทั่วประเทศได้มีการประสานผ่านศูนย์ประงานทั้ง 77 จังหวัด​ ในการเคลื่อนไหวเพื่อชี้ให้เห็นว่า เผด็จการไม่สามารถล้มล้างประชาธิปไตย​ได้ เมื่อประชาชนยืนหยัด 6 หมื่นกว่าคนที่เป็นสมาชิกและอีกกว่า 6 ล้านเสียง ที่เลือกพรรคอนาคตใหม่เข้าสภา จะไม่ยอมจำนนโดยเด็ดขาด หากมีการยุบพรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้น” นางพยอม กล่าว


          นางพยอม กล่าวต่อว่า ในฐานะสมาชิกพรรคเห็นว่าการกระทำดังกล่าวของกกต. ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายให้พรรคในฐานะนิติบุคคล​ แต่ยังสร้างความเสียหายให้กับสมาชิกพรรคในฐานะบุคคลธรรมดา​ ที่สูญเสียค่าใช้จ่ายจากค่าสมาชิก และสูญเสียเวลาอันประเมินค่าไม่ได้จากการทำงานให้พรรคในฐานะอาสาสมัคร ในที่ประชุมจึงมีมติพ้องต้องกันว่า จะให้สมาชิกพรรคอนาคตใหม่จากทั่วประเทศร่วมกันฟ้องร้องต่อกกต. เพื่อเป็นการรักษาสิทธิ์ โดยมีคำฟ้องกลางที่สมาชิกสามารถ​ดาวน์โหลด​ นำไปพิมพ์​ชื่อในคำฟ้องด้วยตนเอง ทั้งนี้มีทนายอาสาสมัคร​ซึ่งเป็นสมาชิก​พรรค อาสาที่จะเป็นทนายให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย กิจกรรมจะเริ่มตั้งแต่สัปดาห์​หน้าเป็นต้นไป


          นายพร้อมสิน บุญจันทร์ สมาชิกพรรคอนาคตใหม่กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยหากมีการยุบพรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้นเพราะเห็นได้ชัดเจนว่าการยื่นยุบพรรคอนาคตใหม่ เป็นการกลั่นแกล้ง​ทางการเมือง​อย่างชัดเจน หากมีการยุบพรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้นจริง แม้เราไม่อาจวิพากษ์วิจารณ์​ศาลรัฐธรรมนูญ​ได้ แต่เรามีสิทธิ์​ที่จะปกป้องพรรคในฐานะ​ที่เป็นสมาชิก เพราะสมาชิกเป็นเจ้าของพรรคร่วมกัน เมื่อพรรคถูกเล่นงานด้วยกฎหมาย เราจึงจำเป็นต้องใช้กฎหมายในการฟ้องร้องกกต.เช่นเดียวกัน เราคิดว่าหากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ตนในฐานะสมาชิกพรรคเป็นผู้เสียหายและกกต.จำเป็นต้องรับผิดชอบ