“รัฐบาลลุงตู่” ฝ่ามรสุมไปได้อีกระลอกจากการฉายหนังซ้ำในสภาด้วยการลงมติร่างกฎหมายงบประมาณในวาระสองและสาม ระหว่างเส้นทางโต้คลื่นลมสัปดาห์นี้ จะมี "พรรคอนาคตใหม่” ออกมาแสดงคั่นรายการรอฟังการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคหรือไม่

 

 

ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

          จากนั้นเข้าสู่สัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ “รัฐนาวาลุงตู่” เตรียมขึ้นเขียงให้พรรคร่วมฝ่ายค้านสับกลางสภาด้วยญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 6 รมต. โดยฝ่ายค้านตีฆ้องร้องป่าวไปทั่ว "ลุงตู่” และเสนาบดีเตรียมตัวบอบช้ำแน่นอน อย่างว่าก่อนฉายหนังต้องมีการโปรโมทเชิญชวนคอการเมือง แต่ครั้นฉายจริงจะจืดชืดหรือเปล่า ต้องติดตามดูฝีปากฝ่ายค้านอีกครั้ง


          ไม่ว่าจะดุเดือดเลือดพล่านหรือน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง หลังจบศึกอภิปราย ได้รับการยืนยันแน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง จะมีการปรับครม.หลายตำแหน่ง อยู่ที่ว่าจะเป็นก่อนหรือหลังวันที่ 14 มีนาคม 2563 เนื่องจาก “ลุงตู่” มีกำหนดการเดินทางไปสหรัฐอเมริกา ดีไม่ดีอาจไปจัดโผกันบนเครื่องบิน เพราะครั้งนี้มีการสลับสับเปลี่ยนหลายกระทรวง


          เหตุต้องยกเครื่อง ครม.หลายตำแหน่ง เพราะที่ผ่านมารัฐมนตรีบางคนภาพลักษณ์ไม่ค่อยสู้ดีเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว บางรายกลายเป็น รมต.โลกลืม บางรายอยู่กระทรวงแบบผิดฝาผิดตัว ขณะที่บางพรรคปล่อยลูกน้องอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนอกสภา เปิดทางให้ฝ่ายตรงข้ามนำไปขยี้ซ้ำ ซึ่งผิดธรรมชาติของการอยู่ร่วมรัฐบาล


          “ประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย” คือสองพรรคร่วมที่มีปัญหาการควบคุมลูกพรรค ข่าวสารเชิงลบบางด้าน เช่น ข่าวรุกที่ดินหลวงของเสนาบดีบางคน การเสียบบัตรแทนกันและรวมถึงการแสดงความเห็นมุมตรงข้ามรัฐบาลหลายวาระ อาจเป็นปัจจัยที่นายกฯ นำไปขบคิดว่าจะส่งสัญญาณให้สองพรรคนี้ยอมคายโควตาและยอมเปลี่ยนกระทรวงอย่างไร”


          ส่วนกระแสความเคลื่อนไหวในพลังประชารัฐซึ่งเป็นพรรคแกนนำตั้งรัฐบาลและเป็นกองกำลังสำคัญของ "บิ๊กตู่” รมต.หลายคนที่มาตามโควตากลุ่มต่างๆ มีการเคลื่อนไหวกันบ้างแล้ว ดังเห็นจากการนัดรับประทานอาหารกลางวันของบางก๊วนในพรรคผ่านการเสนอข่าวจากสื่อมวลชน
 

          แม้แกนนำกลุ่มเหล่านั้นบอกว่าไม่ใช่การแสดงพลังกดดันใดๆ แต่ความจริงนั้น คนการเมืองอ่านกันออกว่าคือสัญญาณที่ยิงไปยัง 3 ป. ให้รับรู้แรงปรารถนาว่าต้องการอะไรในช่วงถัดจากนี้
  



          หากไล่เรียงบทบาทและขุมกำลังแต่ละกลุ่มในพปชร. ขอเริ่มจากกลุ่มสามมิตรกับกลุ่มสี่กุมาร สองกลุ่มนี้ถือเป็นสายตรง สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และมีเก้าอี้เสนาบดีหลายตัวเป็นเครื่องค้ำบัลลังก์เรือเหล็ก
 

          ว่ากันว่างวดนี้ "กลุ่มสามมิตร” จะได้รับการปลอบใจมากกว่าเดิม เพราะในวันวานกลุ่มสามมิตรคือกลุ่มที่เคยออกตัวแรงในการทวงเก้าอี้ ครม.ลุงตู่2/1 แต่ต้องยอมแบบไม่เต็มใจนัก ดังนั้นมาคราวนี้ “กลุ่มสี่กุมาร” ที่มีสามเก้าอี้ รมต.(คลัง, พลังงาน, การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม) “กลุ่มสามมิตร” มีสองกระทรวง (ยุติธรรม, อุตสาหกรรม) ในสองกลุ่มนี้เสนาบดีบางคนจะโดนย้ายสลับเก้าอี้และบางคนส่อแววหลุดโผ


          บางโควตาของ "กลุ่มสี่กุมาร” จะสลับออกให้ตัวแทน "กลุ่มสามมิตร” เข้าไปนั่งทำงานแทนในบางกระทรวง นอกจากนี้กลุ่มสามมิตรไปโวลั่นเมืองว่าหากพรรคสีส้มมีอันเป็นไปเมื่อใด...สิบส.ส.พรรคสีส้มที่แกนนำกลุ่มสามมิตรทาบทามไว้แล้วจะมาลงกับพรรคโคตรจิ๋วบางพรรคที่แนบสนิทกับแกนนำกลุ่มสามมิตรเพื่อมาเป็นกองหนุนให้พปชร.แบบสบายๆ หากคำโวนี้เป็นจริงกลุ่มสามมิตรน่าจะเลือกสิ่งที่ต้องการได้บ้าง
 

          อีกมุ้งคือ "เสี่ยเฮ้ง ชลบุรี” ที่เคยยอมสละโควตาไปในเบื้องต้นแต่คราวนี้น่าจะขอสิทธิคืนแต่อยู่ที่ "บิ๊กป้อม” จะเอ่ยวาจาทวงสิทธิ์นี้ให้เสี่ยเฮ้งเช่นใด ส่วนมุ้งอื่นๆ เช่น มุ้งบ้านใหญ่เมืองชล, มุ้งเพชรบูรณ์ มีกระแสว่าอาจจะมีการขอโควตามาเกลี่ยใหม่
 

          มากมายหลายกลุ่มก๊วนในพปชร. ฉะนั้นทันทีที่มีสัญญาณปรับครม.ปล่อยออกมาเมื่อใดฝุ่นตลบแน่นอน โดยเฉพาะการปล่อยข่าวลบซัดกันเอง
 

          “ลุงตู่” ต้องตรองให้หนักหากจะให้เรือเหล็กวิ่งต่อไปได้ โดยมีคำถามจะเกลี่ยเก้าอี้อย่างไรให้ลงตัว รวมทั้งทำเช่นใดในการปรับจูนเครื่องยนต์การทำงานให้เดินไม่สะดุด เพราะตอนนี้ภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองจนชาวบ้านร้องระงมไปทั่ว