*******************************

 

 

เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ไม่โมฆะ จึงมีคำถามตามมามากมาย เกี่ยวกับกรณีเสียบบัตรแทนกันจะไปต่ออย่างไร ?

 

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” อดีต ส.ส.พัทลุง ในฐานะคนต้นเรื่อง ได้โพสต์เฟซบุ๊กแจกแจงว่า เรื่องนี้ไม่จบแค่ร่างงบประมาณ ไม่โมฆะ ต่อไปก็เป็นเรื่องความผิดทางอาญา ซึ่งมีการดำเนินได้ 2 ทาง

 

1.สภาผู้แทนฯ สอบกรณีเสียบบัตร หากพบว่า เจ้าของบัตรยอมให้คนอื่นกดแทน ก็ถือว่าเป็นความผิดจริยธรรมร้ายแรง ก็ส่งให้ ป.ป.ช. และศาลฎีกาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิจารณา ลงโทษทางอาญา 2.ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.สอบโดยตรง

 

 

 

บัตรเสียบ “ฉลอง”

 

 

ในเอกสารข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้สรุปว่า ศาลวินิจฉัยเกี่ยวกับกระบวนการร่างงบประมาณ เป็นสำคัญ “ส่วนบุคคลใดจะต้องรับผิดรับโทษอย่างไรหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องไปดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป”

 

ข้อเท็จจริงในคดีนี้ปรากฏว่า การพิจารณาวาระ 2 และ 3 ฉลอง เทอดวีระพงศ์” ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย ยอมรับว่า ไม่ได้อยู่ในห้องประชุม แต่เสียบบัตรทิ้งค้างไว้  

 

 

เข่าทรุด 'ซุ้มโกเกี๊ยะ' ติดบ่วงเสียบบัตร

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ

 

 

 

ส่วน “นริศร ทองธิราช” อดีต ส.ส.สกลนคร ที่เสียบบัตรแทน ส.ส.คนอื่น ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท วาระที่ 2 ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดหลักการพื้นฐานของการเป็น ส.ส. ซึ่งถือได้ว่าเป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย

 

ในชั้น ป.ป.ช. มีการชี้มูลความผิดนริศร และอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนริศร ในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ฯ

 

กรณี ส.ส.ฉลอง ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้มีคำวินิจฉัยว่าผิดหรือไม่ ต้องวัดใจที่ ป.ป.ช. จะเชือดแบบนริศรหรือไม่ ?

 

 

 

ปลัดปากพะยูน

 

 

ปลายเดือนมกราคม 2562 ฉลอง เทอดวีระพงศ์ ลาออกจากปลัดจังหวัดพัทลุง โดยก่อนหน้านั้น ปลัดฉลองถูกนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ กล่าวหาว่า เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ วางตัวไม่เป็นกลางทางการเมือง ในวันลาออกจากตำแหน่งปลัดจังหวัด เขาจึงบอกว่า เหตุที่ตัดสินใจสมัคร ส.ส. เพราะต้องการ “ล้มนิพิฏฐ์” 

 

ตอนเปิดตัวลงสนามเลือกตั้งใหม่ๆ ฉลอง เทอดวีระพงศ์ ได้โพสต์ข้อความว่า “จากเด็กบ้านนอกบ้านนา ร่ำเรียนมาด้วยความยากลำบาก เพื่อความหวังของพ่อแม่ เพื่ออนาคตที่ดีและเพื่อรับใช้สังคม ไต่เต้ามาตามลำดับจากปลัดอำเภอ นายอำเภอ สู่ปลัดจังหวัด 30 ปี”

 

 

เข่าทรุด 'ซุ้มโกเกี๊ยะ' ติดบ่วงเสียบบัตร

ปลัดฉลองในวันที่เดินหาเสียง

 

 

 

ฉลองเป็นชาวปากพะยูน จ.พัทลุง เมื่อเข้ารับราชการสายมหาดไทย ก็วนเวียนอยู่ในภาคใต้ ปี 2557 ฉลองถูกย้ายไปเป็นนายอำเภอขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ก่อนจะย้ายกลับมาเป็นนายอำเภอปากพะยูน จ.พัทลุง จากนั้น ฉลองขยับขึ้นเป็นนายอำเภอเมืองพัทลุง และปลัดจังหวัดพัทลุง

 

ช่วงรัฐบาล คสช. คนพัทลุงก็เห็น “นาที” เคียงคู่ “ปลัดฉลอง” ออกงานสานพลังประชารัฐอยู่บ่อยๆ เหมือนปูทางสู่ถนนเลือกตั้ง

 

 

 

 

อนาคตซุ้มพัทลุง

 

 

อดีต ส.ส.จอมเก๋าก่อการดับเครื่องชน “ซุ้มพัทลุง” ด้วยเรื่องเสียบบัตรแทนกัน สะท้านสะเทือนตั้งแต่ “เมืองลุง” ยัน “เมืองแป๊ะ”(บุรีรัมย์) 

 

บังเอิญว่า แม่ทัพตัวจริงของซุ้มพัทลุงคือ “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬา เป็นคนสุขุมลุ่มลึก กล้าได้กล้าเสีย ต่างจาก “เจ๊เปี๊ยะ” นาที รัชกิจประการ ที่มีบุคลิกแบบสาวใต้ใจถึง แต่ชั้นเชิงการเมืองอ่อนด้อย ขาดประสบการณ์ จึงพลาดในเรื่องง่ายๆ 

 

 

 

เข่าทรุด 'ซุ้มโกเกี๊ยะ' ติดบ่วงเสียบบัตร

อนุทินกับแกนนำซุ้มพัทลุง

 

 

 

"โกเกี๊ยะ” เป็นคนหาดใหญ่ แต่ไปทำธุรกิจน้ำมัน และเรือประมงที่สตูล จึงจับคู่ “โกเกียรติ” สมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ ผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่แห่ง อ.ละงู จ.สตูล เจ้าของแพปลา และอื่นๆ จนยึดฝั่งอันดามันได้ 

 

มานิต วัฒนเสน อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นคนที่พาโกเกี๊ยะกับโกเกียรติมาพบ “เนวิน ชิดชอบ” แต่สองคนนี้ ขอทำงานแถวหลัง เลยส่ง “นาที” เป็นตัวแทนในเวทีการเมือง

 

 

 

เข่าทรุด 'ซุ้มโกเกี๊ยะ' ติดบ่วงเสียบบัตร

พิพัฒน์ รัชกิจประการ ตัวจริงเสียงจริง

 

 

 

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ จึงโพสต์เฟซบุ๊กบอกว่า คดีเสียบบัตรแทนกัน หากจะเอาผิดคนทำนั้นไม่ง่าย ลำพังเจ๊เปี๊ยะคนเดียว นิพิฏฐ์ไม่หวั่นหรอก

 

เหนือเจ๊เปี๊ยะยังมีโกเกี๊ยะ เหนือโกเกี๊ยะยังมีเนวิน หากปลัดฉลองจบชีวิตการเมือง ย่อมกระทบต่อซุ้มพัทลุงอย่างมิต้องสงสัย

 

 

****************************