เมืองไทยอะไรก็เกิดขึ้นได้ กรณีการระบาดของโรคติดต่อทางเดินหายใจจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ของจีน เทรนด์ทวิตเตอร์ก็มาทันที มีการติดแฮชแท็ก #รัฐบาลเฮงซวย ตามมาด้วย #ไวรัสโคโรนา

 

 

          ในโลกออนไลน์ช่วงไวรัสโคโรนาระบาด ข่าวเฟคนิวส์น่ากลัวกว่าเชื้อโรคร้าย เพราะมีการตัดต่อภาพจากหนังต่างประเทศให้เป็นเรื่องไวรัสมรณะ สร้างความตื่นกลัวให้ผู้คนมากมาย 


          อันที่จริงกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาก็ทำงานกันเต็มกำลัง แต่สิ่งที่รัฐบาลประยุทธ์ทำน้อยไป ก็คือการประชาสัมพันธ์ในภาวะวิกฤติ

 

 

 

เจ้าพ่อกาสิโนรับมือ ไวรัสมรณะ

 


          อยากเล่าเรื่องการบริหารจัดการในภาวะวิกฤติของ “เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ” เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว บริหารโดยจ้าว เหว่ย แห่งกลุ่มบริษัทดอกงิ้วคำ ซึ่งคนไทยจะรู้จักกันดีในฐานะที่ตั้งของกาสิโนคิงส์โรมัน 


          ปกติจะมีนักท่องเที่ยวชาวไทย จีนและเมียนมาร์ ข้ามโขงไปที่กาสิโนคิงส์โรมันอยู่ไม่ขาดสาย ช่วงเทศกาลตรุษจีนคาดว่าจะมีคนจีนเข้ามาเที่ยวในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำหลายหมื่นคน 


          พลันที่มีข่าวเรื่องไวรัสโคโรนาแพร่ระบาด หัวหน้าคณะคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษ แขวงบ่อแก้ว ได้ทำหนังสือด่วนเสนอต่อเจ้าแขวงบ่อแก้ว เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2563 เรื่องแผนการป้องและสกัดกั้นการระบาดของไวรัสโคโรนา อยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ 


          กล่าวโดยสรุปคือ “ปิดสามเหลี่ยมทองคำ” การคมนาคมทางน้ำ เสนอให้ปิดด่านตรวจคนเข้าเมือง 2 จุดคือ ด่านสามเหลี่ยมทองคำ ฝั่งตรงข้ามจุดผ่อนปรนบ้านสบรวก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย และด่านเมืองมอม ท่าเรือพาณิชย์ริมฝั่งโขง เพื่อมิให้ชาวจีนและชาวเมียนมาร์เข้า-ออก เป็นการป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนา

 

 

 

เจ้าพ่อกาสิโนรับมือ ไวรัสมรณะ

 



          ส่วนทางบก เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเขตเศรษฐกิจพิเศษได้ปิดถนนรอบนอก ห้ามรถที่เดินทางมาจากแขวงหลวงน้ำทาผ่านเข้าสู่กาสิโนคิงส์โรมัน เนื่องจากคนจีนจากมณฑลยูนนานสามารถข้ามพรมแดนลาว-จีน ทางด่านปางไฮ แขวงหลวงน้ำทา และมุ่งตรงมาที่เขตเศรษฐกิจพิเศษโดยใช้เวลาไม่นานนัก


          ความฉับไวของหัวหน้าคณะคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษแขวงบ่อแก้ว และจ้าว เหว่ย เป็นตัวอย่างของการบริหารงานในภาวะวิกฤติ เพราะพวกเขาทราบข่าวล่วงหน้าแล้วว่าคาราวานทัวร์จีนกำลังขับรถส่วนตัวข้ามพรมแดนลาว-จีน จากแขวงหลวงน้ำทา มุ่งหน้าแขวงบ่อแก้ว


          แน่นอนกาสิโนคิงส์โรมัน โรงแรม ร้านอาหาร และอื่นๆ ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ย่อมสูญเสียรายได้ก้อนโต เพราะตรุษจีนเป็นช่วงเวลาแห่งการกอบโกยเงินหยวน เงินดอลลาร์


          มินับต้นเดือนกุมภาพันธ์ เทศกาลดอกงิ้วบานที่จะจัดขึ้นที่เกาะดอนซาว ภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษ อาจจะต้องถูกยกเลิกหากสถานการณ์ไวรัสโคโรนายังไม่ดีขึ้น


          เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ปกครองโดยคณะกรรมการสภาบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษที่มี “จ้าว เหว่ย” เป็นประธาน ในฐานะประธานกลุ่มบริษัท ดอกงิ้วคำ จำกัด ซึ่งเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นการลงทุนร่วมระหว่างรัฐบาล สปป.ลาว 20% และกลุ่มดอกงิ้วคำ 80%

 

 

เจ้าพ่อกาสิโนรับมือ ไวรัสมรณะ

 


          "จ้าว เหว่ย” พยายามสร้างภาพลักษณ์ใหม่เพื่อให้คนภายนอกเข้าใจว่า สามเหลี่ยมทองคำไม่ได้มีแต่กาสิโน หากยังมีเขตอุตสาหกรรม เกษตรกรรม โรงแรม สนามกอล์ฟ ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ


          ตั้งแต่ปี 2555 จนถึง 6 เดือนแรกของปี 2562 เขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำ ได้ส่งมอบภาษีให้รัฐบาลลาวไปแล้ว 458 ล้านดอลลาร์


          ปี 2561 มีนักท่องเที่ยวเข้ามา 4.5 แสนคน เฉพาะที่เข้ามาผ่านด่านสากลสามเหลี่ยมทองคำ 1.3 แสนคน ภายในสามเหลี่ยมทองคำมีโรงแรม 13 แห่ง มีห้องพัก 1,303 ห้อง ปลายปีนี้โรงแรมจะเพิ่มขึ้นอีก 3 แห่ง


          เปรียบเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ก็ไม่ต่างจากรัฐอิสระที่มีผู้นำอย่างจ้าว เหว่ย ปกครองภายใต้ร่มใหญ่ สปป.ลาว แต่วิกฤติไวรัสมรณะเที่ยวนี้เจ้าพ่อกาสิโนยอมเฉือนเนื้อตัวเองเพื่อปกป้องชีวิตผู้คนอีกจำนวนมาก


          จ้าว เหว่ย มังกรลุ่มน้ำโขง อาจมีต้นทุนภาพลักษณ์ต่ำในสายตาชาวตะวันตก แต่การแสดงบทบาทผู้นำที่กล้าตัดสินใจในกรณีไวรัสโคโรนา ย่อมได้รับการชื่นชมจากคนลาวทั้งประเทศ