คมชัดลึกออนไลน์ 25 กุมภาพันธ์ 2563
คมชัดลึกออนไลน์
เจาะประเด็นร้อน

บิ๊กตู่ ปัดยุบสภาหนีซักฟอก ถามใครปล่อยข่าว

16 มกราคม 2563 - 21:53 น.
หนังสือพิมพ์คมชัดลึกการเมือง,บิ๊กตู่,ยุบสภา
เจาะประเด็นร้อน

Shares :
เปิดอ่าน 476 ครั้ง

บิ๊กตู่ปัดยุบสภา ลั่นไม่คิดหนีซักฟอก ถามใครปล่อยข่าว


 

               “บิ๊กตู่” โต้ข่าวยุบสภาหนีซักฟอก ลั่นไม่ยุบอะไรทั้งนั้น ด้าน พล.อ.ประวิตรเหน็บคนปล่อยข่าวให้คิดไปคนเดียว ท็อปไม่สนข่าวลือเดินหน้าทำงาน เพื่อไทยยันไม่มีล็อบบี้ผู้ใหญ่ไม่ให้ซักฟอกบิ๊กป้อม อรรถวิชช์จับมือกรณ์ตั้งพรรคขับเคลื่อนไทย ด้านอัยการเลื่อนสั่งคดี “ธนาธร” กับพวก อนาคตใหม่ วิจารณ์พลังดูด-หมิ่นศาล 20 ก.พ. ช่อยันสัปดาห์หน้าส่งเอกสารให้กกต.ปม 4 งูเห่า

 

               กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันทีหลังจากนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) อ้างว่ามีแหล่งข่าวระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม จะชิงยุบสภาเพื่อหนีการอภิปรายญัตติไม่ไว้วางใจ เนื่องจากกลัวว่าจะไม่สามารถชี้แจงฝ่ายค้านได้ในเวทีซักฟอก  ขณะที่นายกรัฐมนตรีตอบโต้ทันควัน

 

               วันที่ 16 มกราคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2563 และเมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงกระแสข่าวการยุบสภาในเดือนกุมภาพันธ์ ตามที่ฝ่ายค้านระบุ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ไม่มี ไม่มียุบเยิบ อะไรทั้งนั้น ใครไปพูดล่ะ”

 

               ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)  ถึงกับยิ้มกับคำถามเดียวกันก่อนจะตอบว่า  “ใครคิด ถ้าเขาคิดคนเดียวก็ว่าไปคนเดียว จะไปยุบสภาเรื่องอะไร ไม่มีหรอก และคนที่พูดเรื่องนี้เขาไม่มีอำนาจในการยุบสภาอยู่แล้ว คนยุบสภาคือนายกฯ คนเดียว”

 

               เมื่อถามถึงการเตรียมความพร้อมรับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มีอะไร ทำงานด้วยความโปร่งใส ตามกฎหมายทุกอย่าง ก็ตอบไปตามนั้น ไม่ได้ทำอะไรให้เสียหาย

 

               นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกตั้งซ่อมเขต 2 จ.กำแพงเพชร แทน พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ อดีต ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ว่า พรรคเตรียมบุคคลที่จะลงสมัครแล้ว เป็นลูกของ พ.ต.ท.ไวพจน์ เอง และคิดว่าจะเก็บเสียงกลับมาเป็นของพรรคพลังประชารัฐได้

 

สุภรณ์ยันบิ๊กตู่ไม่กลัวซักฟอก

 

               นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันว่า ข่าวนายกฯ ยุบสภาไม่เป็นความจริง นายกฯ ไม่มีความคิดเช่นนั้น และไม่เคยกลัวหรือคิดหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้านแต่อย่างใด เพราะตลอดระยะเวลาของการเป็นผู้นำบริหารงานบ้านเมืองที่ผ่านมา

 

               นายกฯ ไม่มีประวัติด่างพร้อยในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น หรือทำให้เกิดความเสียหายต่อราชการแผ่นดิน ไม่ด่างพร้อยเลอะเทอะเปรอะเปื้อน เหมือนผู้นำบางคนบางพรรคในอดีต ที่คนไทยเรียกว่ากินมูมมามจนล้นปากหกเลอะเทอะเปรอะเปื้อนจนต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งคนไทยทั้งประเทศทราบกันดี

 

               “การที่พรรคฝ่ายค้านจะสร้างวาทกรรมอ้างว่าจะมีการยุบสภาหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นสิ่งที่พูดไม่รู้จักคิด พฤติกรรมที่ให้ข่าวโดยไม่รักบ้านรักเมือง มีสมองไม่รู้จักคิดเช่นนี้ สุภาษิต บอกว่ามีสมองเอาไว้เพียงแค่ให้ผมงอก ไม่ได้มีสมองเพื่อไว้ใช้ประโยชน์อะไร” นายสุภรณ์ กล่าว

 

วราวุธยันข่าวยุบสภาลือกันไปเอง

 

               นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่เห็นได้ข่าวอะไร เพราะทุกวันนี้เราก็ยังประชุมกันอยู่ และข่าวลือขณะนี้มีมาก ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนาไม่ค่อยฟังข่าวลือ เราไม่ถนัดเรื่องข่าวลือ ใครจะไปลืออย่างไรก็ตาม แต่ตนทำงานเหมือนกับพรุ่งนี้จะไม่มีสภาอยู่

 

               ดังนั้นจะยุบสภาหรือจะอะไร ไม่สนใจ สนใจแค่ว่าวันนี้เหลือเวลาทำงานอะไรให้ได้มากเท่าไร เวลาที่เหลืออยู่เราสามารถทำงานให้รัฐบาลได้มากน้อยแค่ไหน เพราะหากจะพะวงกันแค่เรื่องยุบสภา หรือจะปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือไม่นั้น เชื่อว่ารัฐมนตรีแต่ละคนคงไม่มีใจทำงาน สู้เอาเวลามาทำงานดีกว่า

 

               “ดูอย่างนายกรณ์ จาติกวณิช อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ใครจะไปคิดว่าจะลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้นจะยุบหรือไม่ยุบ ล้วนแล้วแต่เป็นวัฏจักรทางการเมือง ขอให้มองเป็นเรื่องปกติ บางรัฐบาลอยู่ไม่กี่เดือน บางรัฐบาลอยู่มายังไม่ทันได้ตั้งรัฐบาลด้วยซ้ำไป ก็มีอันเป็นไปเสียแล้ว

 

               ดังนั้นถือเป็นวัฏจักรทางการเมืองที่มีการเลือกตั้ง มีการตั้งรัฐบาลและมีการเปลี่ยนแปลงกันใหม่ อย่างไรก็ตาม พรรคพร้อมที่จะสนับสนุนรัฐมนตรีจากพรรคอื่นที่ถูกอภิปราย เพราะเราทำงานกันเป็นทีม” แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนากล่าว

 

“สุทิน”ยันไม่มีการล็อบบี้ผู้ใหญ่พท.

 

               ขณะที่นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงความชัดเจนการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า สัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจน สาเหตุที่ยังไม่มีความชัดเจนขณะนี้เนื่องจากข้อมูลไหลเข้ามาเรื่อยๆ บางอย่างมีเงื่อนเวลาต้องรอข้อมูล คาดว่าจะมีรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายประมาณ 5-7 คน

 

               ส่วน พล.อ.ประวิตรจะถูกอภิปรายด้วยหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการพิจารณา และต้องแยกแยะว่าจะมีหลักฐานมัดตัวเอาผิดได้หรือเป็นแค่ความรู้สึก ฝ่ายค้านไม่อยากให้การอภิปรายเป็นแบบจั่วลม  

 

               เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่ามีการล็อบบี้ผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทย  ไม่ให้อภิปราย พล.อ.ประวิตร นายสุทิน กล่าวยืนยันว่า ไม่มี เป็นแค่ข้อสันนิษฐาน และระแวงกันไปเอง เพราะผู้ใหญ่ของพรรคคุยกันได้ทุกฝ่าย แต่ทุกคนก็ต้องมีจุดยืนของตัวเอง ซึ่งฝ่ายรัฐบาลเราก็คุย มีการดื่มไวน์ร่วมกัน แต่ไม่ใช่ว่ากินแล้วจะซูเอี๋ยกันทุกครั้ง

 

               นายสุทิน กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องของวันอภิปรายนั้น กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าต้องกี่วัน แต่ฝ่ายค้านเห็นว่าอย่างน้อยจะต้องประมาณ 3 วัน ถ้าไม่จบก็ต่อไปจนจบ โดยในวันที่ 20 มกราคม ฝ่ายค้านจะประชุมสรุปครั้งสุดท้ายว่าจะยื่นอภิปรายใครบ้าง โดยคาดว่าจะยื่นได้ในวันที่ 21-22 มกราคมนี้ อย่างไรก็ตามฝ่ายค้านอยากอภิปรายในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ แต่ฝ่ายรัฐบาลบอกว่าสะดวกในช่วงหลังวันที่ 10 กุมภาพันธ์

 

ชี้บิ๊กตู่อยู่อย่างไรคนเห็นแผลทุกวัน

 

               นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สัญญาณความเสื่อมถอยของรัฐบาลและพรรคร่วม เริ่มออกอาการเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ อาการเลือดไหลไม่หยุด สมาชิกพรรคทยอยลาออกแทบทุกวัน เพื่อไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ รองรับการเลือกตั้งที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

 

               ปัญหาเกาเหลาระหว่างรัฐมนตรีต่างพรรค ต่างจองกฐินรอเวลาเอาคืนซึ่งกันและกัน พล.อ.ประยุทธ์จะยุบสภาหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ ไม่ใช่ปัญหา แค่คิดว่าจะอยู่ได้อย่างไรถ้าประชาชนเห็นแผลทุจริตของรัฐบาลเต็มไปหมด ก็เป็นเรื่องยาก

 

               “การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะมีชื่อ พล.อ.ประวิตร หรือไม่ ไม่ใช่ปัญหา เพราะถ้า พล.อ.ประยุทธ์ เป้าใหญ่อยู่ไม่ได้ เครือข่ายระบอบประยุทธ์ ก็ต้องพ้นไปทั้งหมด นาทีนี้ พล.อ.ประวิตร ไม่น่าจะมีบารมีพอในการไปล็อบบี้พรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม เพราะแม้แต่ในพรรคร่วมรัฐบาลเอง ยังไม่รู้ว่าสามารถคุยกับใครแล้วมีเครดิตน่าเชื่อถืออยู่หรือไม่” นายอนุสรณ์ กล่าว

 

กรณ์ตั้งพรรคขับเคลื่อนไทย

 

               วันเดียวกัน นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก แสดงถึงเจตจำนงในการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ว่า “ขอบคุณพรรคประชาธิปัตย์ และพี่น้องประชาชนที่เคยสนับสนุนผมทุกท่าน วันนี้ได้ยื่นหนังสือลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ และได้ไปกราบลาท่านชวน คนที่ผมเคารพรักเมื่อวานนี้ จะระลึกถึงคำสอนของท่านอยู่เสมอครับ

 

               เป็นการตัดสินใจที่ยาก ที่ต้องจากพรรคการเมืองที่ดี และมีรากฐานทางความคิดมายาวนาน การเมืองที่ผมอยากเห็น คือการเมืองที่กระชับ ชัดเจน รองรับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงของโลก เพื่อนำประเทศเข้าสู่โครงสร้างเศรษฐกิจแบบใหม่ เป็น Startup ทางการเมืองที่จะฉีกกรอบแนวคิด การบริหารราชการแผ่นดินอย่างสร้างสรรค์

 

               อยากเห็นคนจริง คนทำงานในหลากหลายอาชีพ มาช่วยกันขับเคลื่อน พลิกโฉมประเทศไทย ผมกับพี่กรณ์ตกลงกันว่า ได้เวลาลงมือทำ ถึงไหนถึงกัน สร้างการเมืองที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างมีคุณธรรม และอยากชวนทุกคนมาร่วมทางเดิน ลุยไปทำในสิ่งที่เชื่อกัน”

 

               ภายหลังจากนายกรณ์ และนายอรรถวิชช์ ลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ มีรายงานว่าทั้งสองยังทำงานการเมืองต่อโดยตั้งพรรคการเมือง ล่าสุดมีรายงานว่าเบื้องต้นนายกรณ์และนายอรรถวิชช์จะยื่นจดทะเบียนจัดตั้งพรรคต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ในชื่อว่า “พรรคขับเคลื่อนไทย”

 

ชวนไม่อยากให้คนลาพ้นปชป.

 

               นายชวน หลีกภัย  ประธานสภาผู้แทนราษฎร และที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ทราบกระแสข่าวอาจจะมีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ลาออกเพิ่ม เป็นเรื่องที่ผู้บริหารพรรคจะไปดูแล ส่วนตัวได้พยายามให้กำลังใจคนในพรรค ขอให้ทุกคนอดทน ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด

 

               แต่ยอมรับว่าตำแหน่งทางการเมืองที่สำคัญๆ มีอยู่จำกัด ทำให้คนเก่งหลายคนไม่มีโอกาสได้เข้าไปทำงาน ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่พรรคใดได้เสียงน้อย สัดส่วนการเข้าไปทำงานก็น้อยไปด้วย และว่า บางทีเรื่องนี้ก็วัดความอดทนของสมาชิกได้เหมือนกัน

 

               “ผมไม่อยากให้ใครออกจากพรรค ใครที่มาปรึกษา ผมก็ห้ามทุกคน แต่ก็ไม่สามารถห้ามได้ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละคน บางเรื่องต้องใช้เวลา ใช้ความอดทน แม้กระทั่งในตำแหน่งผู้บริหารก็มีจำกัด หลายคนมีความเหมาะสม แต่ไม่มีตำแหน่ง” นายชวน กล่าว

 

ชวนยัน4ส.ส.งูเห่าทำหน้าที่ปกติ

 

               ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีกำหนดการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้าน ว่า ตอนนี้ยังไม่มีการแจ้งวันที่จะยื่นญัตติ โดยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ คือวันสุดท้ายของสมัยประชุมนี้ ยังมีเวลาเดือนครึ่ง

 

               ส่วนสถานะของ 4 ส.ส.ที่ถูกขับออกจากพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งทางพรรคยังไม่ออกเอกสารมติขับอย่างเป็นทางการนั้น ตอนนี้กำลังรอพรรคแจ้งมาว่า เมื่อครบ 30 วันแล้วแต่ละพรรคได้ดำเนินการอย่างไร และต้องรอทาง กกต.แจ้งมา ในการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมาทุกคนก็ยังทำหน้าที่อยู่

 

อนค.ปัดกลั่นแกล้งยื้อขับ‘4งูเห่า’

 

               ที่รัฐสภา น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบความชัดเจนเกี่ยวกับองค์ประชุมที่ใช้ขับ ส.ส.ออกจากพรรค จำนวน 4 คน ว่า ภายในสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนและดำเนินการส่งเอกสารให้แก่สภาผู้แทนราษฎร และ กกต.

 

               ความล่าช้าที่เกิดขึ้น ขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะพรรคอนาคตใหม่มีคดีที่ต้องดำเนินการเตรียมข้อต่อสู้จำนวนมากถึง 30 คดี ประกอบกับทีมกฎหมายของพรรคมีขนาดเล็ก ทำให้ต้องมีการจัดลำดับความสำคัญ

 

               อย่างไรก็ตามไม่สามารถยืนยันได้ว่าองค์ประชุมที่ใช้ขับ ส.ส.ทั้ง 4 คนออกจากพรรค ครบถ้วนตามกฎหมายหรือไม่ เพราะเป็นหน้าที่ของฝ่ายกฎหมายของพรรคที่จะดำเนินการตรวจสอบ จึงไม่สามารถให้รายละเอียดหรือความคิดเห็นได้

 

               และเป็นความรับผิดชอบส่วนบุคคลที่ทั้ง 4 คนจะต้องรู้ว่าตนเองมีสถานะทางการเมืองและกฎหมายอย่างไร ไม่ใช่หน้าที่ของพรรรค ทั้งนี้ไม่มีเหตุผลที่พรรคอนาคตใหม่จะยื้อ ส.ส.ทั้ง 4 คนเอาไว้ เพราะเป็นที่ชัดเจนอยู่แล้วว่า ส.ส.ทั้ง 4 คนนี้ ก็ไม่ได้ลงมติไปในทางเดียวกับพรรคอนาคตใหม่อยู่แล้ว

 

ชงถอด‘เสรีพิศุทธ์’พ้นกมธ.ป.ป.ช.

 

               วันเดียวกัน นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ, นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ และ นายสุทา ประทีป ณ ถลาง ส.ส.ภูเก็ต พรรคพลังประชารัฐ ร่วมกันแถลงเพื่อยื่นญัตติด่วนให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย พ้นจากตำแหน่งกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร โดยมี ส.ส.รับรองในญัตตินี้จำนวน 52 คน 

 

               นายไพบูลย์ กล่าวถึงเหตุผลว่า เนื่องจากการประชุมคณะกรรมาธิการเมื่อวันที่ 15 มกราคม ได้มีการพิจารณาเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณของนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากจำนวน 8 คน จากทั้งหมด 15 คน ได้มีมติโดยการขานชื่อเพื่อยืนยันว่าต้องการให้ยุติการตรวจสอบในเรื่องนี้ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์  ปรากฏว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กลับละเลยมติเสียงข้างมาก โดยไปอ้างข้อบังคับการประชุมสภาไม่ถูกต้อง พร้อมกับอ้างอำนาจความเป็นประธานคณะกรรมาธิการ เพื่อไม่ถือตามมติเสียงข้างมาก 

 

               ด้านนายสิระ กล่าวว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กระทำการฝ่าฝืนข้อบังคับการประชุมสภาชัดเจน หาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังอยู่ในตำแหน่งต่อไป ตนเองจะดำเนินการฟ้องร้องเป็นคดีอีกหลายคดี สำหรับการที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์จะยื่นฟ้อง ส.ส.ที่ลงมติเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ พ.ศ.2563 นั้น เห็นว่าเมื่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์มองว่าการพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณมิชอบแล้ว พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ก็ไม่ควรรับเงินเดือนแต่อย่างใด

 

เด็กอนค.ขู่ใช้ก.ม.เรียก4บิ๊กคสช.แจง 

 

               ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะโฆษกกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน แถลงว่า จากกรณีที่ กมธ.ได้ออกหนังสือเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะอดีตหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร อดีต ผบ.ทบ. พล.อ.ธีรชัย นาควานิช อดีตผบ.ทบ. และ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.

 

               ทั้ง 3 คนเคยเป็นเลขาธิการ คสช. มาให้ข้อมูลกรณีละเมิดสิทธินักศึกษาและนักกิจกรรมการเมือง แต่ทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ทำหนังสือเพื่อให้ ผบ.ทบ.ชี้แจงแทน และได้ส่งเป็นหนังสือ ว่าทำโดยถูกต้องตามกฎหมายและทำตามหน้าที่ 

 

               “ทางกมธ.เห็นว่าเอกสารที่ส่งมาไม่เพียงพอต่อการชี้แจง เพราะส่งมาเพียง 1 หน้ากระดาษเท่านั้น กมธ.จึงสรุปว่า ในคราวต่อไปจะเชิญทั้ง 4 มาชี้แจงอีกครั้ง แต่เรายังไม่ได้กำหนดวัน การเชิญของกมธ.ไม่สามารถทำหนังสือมาชี้แจงแทนได้เพราะเป็นการเชิญโดยตำแหน่ง หากไม่มาชี้แจงกมธ.มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ พ.ร.บ.คำสั่งเรียก เราหวังว่าจะไม่ต้องถึงขั้นนั้น” นายรังสิมันต์ระบุ

 

จ่อเชิญ“บิ๊กแป๊ะ”แจง“วิ่งไล่ลุง”

 

               นายรังสิมันต์ กล่าวถึงกรณีกิจกรรมวิ่งไล่ลุงว่า กมธ.พบว่ามีการคุกคามนักศึกษาและประชาชนทั่วประเทศ กมธ.จึงมีความเห็นว่า จะต้องมีการสอบสวนและซักถาม เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จ.พะเยา และ จ.นครศรีธรรมราช โดยมี 3 คนที่กมธ.จะเชิญมาซักถาม คือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ในฐานะผู้บัญชาการฝ่ายตำรวจ

 

               โดยจะถามว่า เราสงสัยว่าการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจในกทม.และต่างจังหวัดจึงไม่เหมือนกัน 2.อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เหตุใดนักศึกษาจึงไม่สามารถใช้สิทธิเสรีภาพของตนเองได้ เพราะกิจกรรมวิ่งไล่ลุงไม่น่าจะกระทบความมั่นคงประเทศ และ 3.ผกก.เมืองพะเยา ทั้งนี้กมธ.จะเชิญทั้ง 3 รายมาซักถามในวันที่ 22 มกราคมนี้ เวลา 09.30 น.

 

อัยการเลื่อนสั่งคดี “ธนาธร-ปิยบุตร"

 

               ที่สำนักงานอัยการสูงสุด พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญานัดฟังคำสั่งคดีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, นายไกลก้อง ไวทยการ นายทะเบียนพรรค และ น.ส.จารุวรรณ ศรัณย์เกตุ กรรมการบริหารพรรค ผู้ต้องหาคดี ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (แก้ไขฉบับที่ 2 พ.ศ.2560) มาตรา 14 (2) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

 

               จากกรณีผู้ต้องหาร่วมกันจัดรายการ “คืนวันศุกร์ให้ประชาชน” ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ในเพจอนาคตใหม่-The Future We Want และเพจ Thanathorn Juangroongruangkit วิจารณ์กระแสข่าวกรณีพลังดูดของ คสช. รวมทั้งคดีที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ผู้ต้องหา ฐานดูหมิ่นศาล

 

               กรณีนายปิยบุตร เคยอ่านแถลงการณ์วิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญ หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โดยวันนี้ มีนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความของนายธนาธร เเละนายปิยบุตรเดินทางมารับฟังคำสั่งคดี

 

               ภายหลังนายกฤษฎางค์กล่าวว่า กล่าวว่า วันนี้อัยการได้มีคำสั่งเลื่อนการสั่งคดีออกไปทั้ง 2 คดี โดยอัยการให้เหตุผลว่าคดีของนายธนาธร ที่ทางพนักงานอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องไปนั้น ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่ สตช.จะต้องทำความเห็นกลับมาว่า จะเห็นเเย้งหรือไม่

 

               ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีความเห็นกลับมายังสำนักงานอัยการสูงสุดส่วนคดีของนายปิยบุตรนั้นทางอัยการได้มีคำสั่งให้พนักงานสอบสวน ปอท.สอบพยานเพิ่มเติมซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับผลสอบเพิ่มเติม อัยการจึงนัดฟังคำสั่งคดีอีกครั้ง วันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้

 


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ