คมชัดลึกออนไลน์ 25 กุมภาพันธ์ 2563
คมชัดลึกออนไลน์
เจาะประเด็นร้อน

สอบเพิ่ม 20 ปาก ตรึงชายแดน สกัดโจรชิงทองเข้าพม่า

16 มกราคม 2563 - 21:39 น.
หนังสือพิมพ์โจรจี้ชิงทอง,ออโรร่า โรบินสันลพบุรี,ยิง 3 ศพ
เจาะประเด็นร้อน

Shares :
เปิดอ่าน 1,076 ครั้ง

ตรึงกำลังเข้มชายแดน สกัดโจรชิงทองเข้าพม่า สอบ 20 ปากมีประโยชน์



               ตร.-ทหาร ตรึงกำลังเข้มชายแดนภาคเหนือสกัดโจรชิงทองเผ่นหนีพม่า ยันคดีคืบหน้าไปมาก สอบพยาน 20 ปากเป็นประโยชน์ ซ้อมแผนเผชิญเหตุตรวจค้น-จับกุมให้สายตรวจมีความพร้อม ขณะที่ผู้ครอบครองปืนคล้ายของคนร้ายเข้าให้ข้อมูลแสดงความบริสุทธิ์

 

               กรณีคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทองกลางห้างดัง จ.ลพบุรี พร้อมก่อเหตุสะเทือนขวัญยิงผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 4 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสืบสวนไล่ล่าคนร้ายท่ามกลางความสนใจเฝ้าติดตามความคืบหน้าคดีของผู้คนในสังคม

 

               ซึ่งผ่านมาแล้ว 1 สัปดาห์ยังไม่สามารถจับได้และยังระบุตัวบุคคลหรือขออนุมัติศาลออกหมายจับไม่ได้ กระทั่งล่าสุดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 15 มกราคม ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ว่า คนร้ายอาจหลบหนีไปตามแนวชายแดน เพราะการรายงานข่าวของสื่อมวลชนนั้น

 

               ความคืบหน้าวันที่ 16 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีการสนธิกำลังทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงราย ทหารร้อย ม.3 ฉก.ม.2 กองกำลังผาเมือง เจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำจุดผ่านแดนถาวร สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาร์ อ.แม่สาย จ.เชียงราย และจุดผ่อนปรนตามช่องทางธรรมชาติทุกจุดในพื้นที่ จ.เชียงราย ได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราบุคคลขาออกจากประเทศ

 

               เพื่อติดตามหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุจี้ร้านทองและฆ่าคนตายหลายศพที่ จ.ลพบุรี ภายหลัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ระบุว่าคนร้ายอาจหลบหนีไปถึงชายแดนแล้วก็เป็นได้โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจรูปพรรณสันฐานโดยเปรียบเทียบกับคนร้ายที่ก่อเหตุ การใช้เอกสารออกนอกชายแดนว่ามีความผิดปกติหรือไม่

 

               สำหรับด่านชายแดนด้าน จ.เชียงราย นั้นเป็นช่องทางที่คนร้ายที่ก่อเหตุคดีต่างๆ มักจะใช้หลบหนีไปกบดานอยู่ในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะรัฐฉาน ประเทศเมียนมาร์ ที่มีเขตอิทธิพลทั้งของรัฐบาลเมียนมาร์และชนกลุ่มน้อย จึงทำให้ยากต่อการติดตามจับกุม

 

               ขณะที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาร์ แห่งที่ 1 พ.อ.ประสาน เห็นประเสริฐ ผบ.ฉก.ร.4 พร้อมด้วย พ.ต.อ.สังคม ตัดโส ผกก.ด่าน ตม.ตาก สั่งระดมเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ประกอบด้วย ตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร ทหาร ฉก.ร.4 และฝ่ายปกครอง ตรวจเข้มบุคคลผ่านแดนเข้าออกอย่างเข้มงวด

 

               เพราะคนร้ายชิงทองที่ จ.ลพบุรี ถูกเจ้าหน้าที่กดดันและตามล่าอย่างหนัก อาจจะหลบหนีมาทางชายแดน ซึ่งชายแดน จ.ตาก มีแนวเขตติดกับประเทศเมียนมาร์ ระยะทางยาวกว่า 500 กิโลเมตร จึงอาจจะอยู่ในข่ายเป็นเส้นทางหลบหนีข้ามไปยังประเทศเมียนมาร์ได้

 

               นอกจากการตรวจเข้มทางข้ามสะพานมิตรภาพแล้ว เจ้าหน้าที่ยังแบ่งกำลังตรวจตามท่าเรือและท่าทางธรรมชาติริมแม่น้ำเมยที่มีนับสิบแห่งเพื่อป้องกันการหลบหนีข้ามแม่น้ำเมยที่ขณะนี้แห้งขอดจนสามารถเดินข้ามไปมาได้ นอกจากนี้ยังส่งชุดสายสืบไปซุ่มที่บ่อนกาสิโนตามแนวชายแดนที่คนร้ายอาจจะปะปนไปกับนักเสี่ยงโชคเพื่อหลบหนีได้

 

               วันเดียวกัน เวลา 09.00 น. ที่สภ.เมืองลพบุรี พล.ต.ต.ณัฐพล ศุกรศร ผบก.ภ.จว.ลพบุรี ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงผลการสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายเหตุจี้ชิงทรัพย์ร้านทองออโรร่า ภายในห้าโรบินสัน สาขาลพบุรี ว่าในขณะนี้ผลการสืบสวนมีความคืบหน้าไปมาก ตีวงแคบเข้ามาในขั้นตอนสืบสวนสอบสวน

 

               ซึ่งครบ 7 วันที่คนร้ายก่อเหตุ ได้มีการเรียกสอบพยานบุคคลไปแล้วกว่า 20 ปาก แนวทางในการสืบสวนสอบสวนได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เป็นอย่างมากแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่คาดว่าคนร้ายได้หลบหนีไปอยู่ชายแดนแล้ว ตามที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้บอกสื่อมวลชนเมื่อช่วงค่ำวันที่ 15 มกราคม ที่ผ่านมา

 

               สำหรับกรณีที่มีข่าวว่ามีการจับกุมคนร้ายได้และมีการแชร์ข้อความออกไป ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และข้อมูลที่ออกมานั้นเป็นการเปิดเผยจากตำรวจ ซึ่งได้สอบสวนตำรวจผู้นั้นและได้ทำทัณฑ์บนไปแล้ว ส่วนผู้ที่แชร์ข้อมูลข่าวสารที่ไม่เป็นความจริง ระวังมีโทษสูงอาจจะติดคุกได้

 

               “ส่วนปฏิบัติการตรวจค้นเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 15 มกราคม ที่ผ่านมา ที่สื่อหลายสำนักรายงานว่าตรวจค้นปืนคนร้ายนั้น ตำรวจยืนยันว่าไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเชื่อว่าคนร้ายน่าจะรอดูความเคลื่อนไหวของตำรวจอยู่อย่างใกล้ชิด ซึ่งทุกฝ่ายกำลังเร่งติดตามและต้องการนำคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว” พล.ต.ต.ณัฐพล กล่าว

 

               ขณะเดียวกันช่วงเช้าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจลพบุรีได้จัดซ้อมแผนเผชิญเหตุ ให้ตำรวจชุดสายตรวจที่ต้องออกปฏิบัติงานตามจุดต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการตรวจค้นรถและบุคคลต้องสงสัยเกี่ยวกับคดีดังกล่าวเพื่อสร้างความเข้าใจในขั้นตอนการปฏิบัติให้เจ้าหน้าที่ เนื่องจากคนร้ายที่ก่อเหตุในคดีนี้มีพฤติกรรมที่โหดร้าย มีอาวุธปืน และสามารถยิงผู้บริสุทธิ์ได้โดยไม่มีความลังเลใจ

 

               นอกจากนี้นายสมนึก พวงภู่ อายุ 57 ปี อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ต.นิคมสร้างตนเอง ปัจจุบันประกอบอาชีพเกษตรกรรม ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า หลังจากที่เมื่อวันที่ 15 มกราคม มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านพักของตนเอง และนำอาวุธปืนมาตรวจสอบ ซึ่งปืนไปเหมือนกับของคนร้ายที่ใช้ก่อเหตุ

 

               และในวันนี้ จึงเข้ามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ปากคำเกี่ยวกับเรื่องปืน เป็นปืนที่ซื้อมา เป็นปืนพกสั้นซีแซด รุ่นชาร์โดร์ เอสพี 01 ซื้อมาในราคา 98,000 บาท โดยซื้อมาหลายปีแล้ว มีทะเบียนถูกต้อง เหตุที่ซื้อก็เพื่อปกป้องทรัพย์สิน และชอบปืนชนิดนี้เพราะบรรจุกระสุนได้มาก ซึ่งบรรจุได้ถึง 17 บวก 1 นัด และตั้งแต่ซื้อมาเคยยิงไปเพียงครั้งเดียว โดยยิงขึ้นฟ้าเท่านั้น และอาวุธปืนที่ตำรวจนำมาตรวจสอบนั้นใหม่กว่าของคนร้าย

 


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ