พ.ศ.2562 นักษัตร ปีกุน คงเป็นปีชงของบรรดาสิงสาราสัตว์ผู้มีชื่อเสียงที่มีอันล้มตายไปหลายชนิด 

 

 

            แม้แต่หมู เจ้าแห่งนักษัตร ผู้เกิดมาเพื่อเลี้ยงดูชาวโลกยังโดนโรคระบาด “อหิวาต์แอฟริกาในสุกร” โจมตีอย่างหนักจนต้องถูกฆ่าทิ้งนับล้านๆ ตัวในประเทศจีนและอีกหลายประเทศ

 

            ขณะที่ในบ้านเรามีข่าวเศร้าสะเทือนใจเกี่ยวกับสัตว์ป่าอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสูญเสียพะยูนน้อย “มาเรียม” แห่งทะเลอันดามัน และ “ช่วง ช่วง” แพนด้าทูตสันถวไมตรีไทย-จีน ขวัญใจคนทุกเพศทุกวัยแห่งสวนสัตว์เชียงใหม่

                         

            แต่ข่าวที่ยังความสลดหดหู่แก่คนไทยมากที่สุดคือ การสูญเสียช้างป่าจากสาเหตุที่พวกมันเดินพลัดตกลงไปในน้ำตกเหวนรก บนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่พร้อมกันถึง 11 ตัว 

 

            เหตุการณ์เกิดเมื่อเช้ามืดวันที่ 5 ตุลาคม 2562 ก่อนถึงเวลาสัตว์กลางวันออกหากิน ช้างโขลงหนึ่งได้ส่งเสียงร้องแผดก้องทั้งราวป่าอย่างผิดสังเกต 

 

            เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ประจำจุดน้ำตกเหวนรก นำกำลังไปตรวจสอบก็พบช้างแม่ลูก 2 ตัว ติดอยู่บนหน้าผาฝั่งตรงข้ามจุดชมวิวน้ำตก ส่วนที่บริเวณธารน้ำตกเหวนรกพบซากลูกช้างจมน้ำตาย 1 ตัว 

 

            มันคือข่าวร้ายรับอรุณของพวกเขาที่ต้องสูญเสียเพื่อนร่วมพนาอย่างน่าใจหาย !

 

            ด้วยประสบการณ์ของคนอยู่ป่า รู้ว่าเหตุการณ์แบบนี้ไม่ดีแน่ พวกเขาจึงพากันเดินสำรวจขึ้นไปอีกประมาณ 1 กม. ซึ่งเป็นบริเวณชั้นสองของน้ำตกเหวนรก แล้วก็พบช้างอีก 5 ตัว ล้มอยู่ในลำธาร 

 

            รวมพบช้างตายในน้ำตกเหวนรกวันแรก 6 ตัว 

            ขณะที่ช้างแม่ลูกที่ติดอยู่บนปากเหว 2 ตัวนั้น เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ปางสีดา ตาพระยา ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 12 และค่ายพรหมโยธี ออกค้นหาเพื่อช่วยเหลือหลังจากพวกมันหายไปจากจุดที่พบครั้งแรก 

 

            จนในที่สุดก็พบร่องรอยของช้างทั้ง 2 ตัว เป็นรอยเท้าและกองอุจจาระ ทำให้เชื่อว่าแม่ลูกคู่นี้ปลอดภัย สามารถกลับเข้าสู่ผืนป่าแล้ว

 

            2 วันต่อมา ระหว่างเจ้าหน้าที่อุทยานเดินสำรวจเพื่อวางแผนกู้ซากช้างขึ้นจากน้ำตก ทีมโดรนของสมาคมตอบโต้ภัยพิบัติแห่งประเทศไทย ก็ได้ขึ้นบินสำรวจน้ำตกเหวนรกตั้งแต่ชั้น1-5 วนอยู่3 รอบ จนได้ไปพบซากช้างป่านอนตายอยู่ในลำธารเพิ่มอีก 5 ตัว ช้างตัวที่ 1-2 พบที่ชั้น 2  ตัวที่ 3-4-5-6 อยู่ชั้น 3 และตัวที่ 7-11 อยูถัดลงไปในลำน้ำที่เป็นพื้นราบ 


         

 

            รวมพบช้างตายในเหตุการณ์ครั้งนี้เพิ่มเป็น 11 ตัว

 

            วิเคราะห์กันว่าสาเหตุที่ช้าง 11 ตัว ตกลงไปในเหวลึก ขณะที่อีก 2 ตัว เกือบเอาชีวิตไม่รอด ทั้งที่พวกมันน่าจะชำนาญพื้นที่เป็นอย่างดี น่าจะมาจากร้านค้าและอาคารสิ่งปลูกสร้างบริการนักท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานฯ เขาใหญ่ที่อาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงและจำกัดเส้นทางเดินของช้างป่า ทำให้พวกมันต้องเดินเลี่ยงไปทางน้ำตกเหวนรกที่มีความสูงชันและน้ำไหลแรง

 

            แต่อีกสาเหตุหนึ่งที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากนักอนุรักษ์ป่ารวมไปด้วยคือ ความละเลย ไม่เอาใจใส่ของเจ้าหน้าที่ ที่ปล่อยให้แนวกั้นจุดเสี่ยงบริเวณหน้าผาชำรุดทรุดโทรมตั้งแต่เกิดเหตุช้างตกเหวนรกในลักษณะเดียวกันเมื่อ 30 ปีก่อน จึงทำให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำซ้อนขึ้นมา

 

            ร้อนถึง ครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ต้องออกมาชี้แจงว่า เขาใหญ่เป็นอุทยานแห่งชาติ ไม่ใช่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 

 

            เขาอธิบายว่า หน้าที่หนึ่งของอุทยานแห่งชาติคือการศึกษาธรรมชาติและการท่องเที่ยว ปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องทำควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ระบบนิเวศและสัตว์ป่า ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องบริหารพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งต่อการดูแลสัตว์ป่า รวมถึงช้างป่าและกิจกรรมนันทนาการและการค้าด้วย

 

            จากเหตุการณ์ดังกล่าว กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานและองค์กรเครือข่ายอนุรักษ์ เพื่อวางแนวทางการแก้ปัญหาช้างตกนำ้ตกเหวนรก ซึ่งนอกเหนือจากการเสนอให้สร้างจุดสกัดเฝ้าระวังในจุดที่ช้างตกให้ยาวมากกว่าเดิม ยังมีข้อเสนอสร้างสิ่งกีดขวางเพื่อช่วยชะลอน้ำก่อนจะไหลลงหน้าผาและข่วยกันช้างตกหน้าผา 

 

            เหตุผลที่เสนอให้สร้างสิ่งกีดขวางชะลอน้ำจุดนี้ เพราะน้ำตกเหวนรก  เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ในส่วนที่ตั้งอยู่ใน ต.นาหินลาด อ.ปากพลี จ.นครนายก ทางด้านทิศใต้ของอุทยาน 

 

            น้ำตกเหวนรกมีทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นแรกสูงประมาณ 60 เมตร เมื่อน้ำไหลผ่านหน้าผาชั้นนี้ จะพุ่งลงสู่หน้าผาชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3 ที่อยู่ถัดลงไปไกล้ๆ กัน ลักษณะของน้ำตกมีการไหลตกประมาณ 90 องศา รวมความสูงของน้ำตกประมาณ 150 เมตร เป็นสายน้ำที่ไหลทะลักไปสู่หุบเหวเบื้องล่างในฤดูฝนน้ำจะไหลแรงมากจนน่ากลัว


         

  ขณะที่ เครือข่ายอนุรักษ์ กลุ่มรักษ์เขาใหญ่ และ เข็มทอง โมราษฎร์ หรือ พี่จืด จากกลุ่มเด็กรักษ์ป่า จ.สุรินทร์ ที่นอนพักแรมประท้วงหน้าอุทยานฯ ก่อนหน้านี้ ได้เสนอย้ายจุดบริการนักท่องเที่ยวออกจากพื้นที่ แล้วปรับภูมิทัศน์โดยรอบ ออกแบบเป็นเส้นทางเดินแบบเรือนยอดเข้าไปยังน้ำตกเพื่อลดการรบกวนชัางแทน

 

            แต่นักวิชาการจากกรมอุทยานฯ ระบุว่า จากงานศึกษาวิจัยที่ดำเนินการอยู่ในพื้นที่พบว่า ช้างใช้ประโยชน์ในพื้นที่บริเวณน้ำตกประมาณ 8 ตารางกิโลเมตรจริง โดยมีเส้นทางหลักข้ามนำ้ตกไปมา แต่ช้างเป็นสัตว์ที่มีการปรับตัวยืดหยุ่น ทำให้ประเมินว่า สิ่งก่อสร้างในพื้นที่ไม่น่ามีผลกระทบกับช้างเพราะช้างสามารถเลี่ยงได้

 

            เขายังชี้ว่าสิ่งรบกวนช้างจริงๆ คือเสียงและแรงสั่นสะเทือน ซึ่งก็เกิดจากการทำกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ในพื้นที่ จึงเสนอให้จัดการท่องเที่ยวและการใช้ถนนในบริเวณใกล้เคียงด้วยการโซนนิ่งการใช้ประโยชน์และการกำกับช่วงเวลาการใช้ประโยชน์ร่วมด้วย

 

            กระนั้น การหารือร่วมกับเครือข่ายอนุรักษ์ดังกล่าว ไม่มีรายงานยืนยันว่าข้อเสนอเหล่านี้ถือเป็นอันตกผลึกหรือจะได้รับไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่ เพียงแต่มีการสรุปในตอนท้ายว่าจะศึกษาเจาะลึกถึงพฤติกรรมช้างในพื้นที่เพื่อนำข้อมูลใช้ในการวางแผนจัดการต่อไป ซึ่งมีทั้งแผนระยะสั้นและระยะยาว

 

            อย่างไรก็ดี การสูญเสียช้างป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ครั้งนี้ ได้ถูกหยิบยกเป็นประเด็นพูดคุยของกลุ่มผู้สื่อข่าวการเมืองประจำทำเนียบรัฐบาล เพื่อใช้เป็นข้อมูลและเหตุผลในการตั้งฉายารัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติส่งท้ายปีเก่าเป็นประจำทุกปี(ยกเว้นช่วงรัฐบาลจากการทำรัฐประหาร) 

 

            และในที่สุด “ท็อป” วราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ได้รับฉายา “สัปเหร่อออนท็อป” ไปอย่างแสบๆ คันๆ เพราะตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีหน้าที่ต้องดูแลธรรมชาติและสัตว์ป่าให้อยู่เย็นเป็นสุข แต่กลับปล่อยให้ช้างป่าตกเหวตายบนอุทยานแห่งชาติมากถึง 11 ตัว 

 

-----------------------