ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ด้วยความชื่นมื่น ภายหลัง ‘ชวน หลีกภัย’ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และ ‘พรเพชร วิชิตชลชัย’ ประธานวุฒิสภา ได้ร่วมรับประทานอาหารโต๊ะเดียวกันระหว่างการเลี้ยงสังสรรค์ของสื่อมวลชนประจำรัฐสภาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

 

          การจัดงานปีนี้เป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นที่อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ งานนี้ประธานสภา สวมบทนักชิมอาหารกิตติมศักดิ์ โดยเฉพาะหมู่ย่างเมืองตรังที่ได้ไหว้วานให้ ‘สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล’ เลขานุการประธานสภา โทษฐานเป็นคนบ้านเดียวกัน ไปขนมาจากบ้านเกิด รวมไปถึงขนมจีนน้ำยาแกงใต้รสจัดจ้าน ซึ่งใครได้ลองลิ้มรสรับรองต้องติดใจกับเครื่องแกงเผ็ดร้อนที่รับประทานแล้ว ถึงกับควันออกหูกันเลยทีเดียว


          ส่วนท่านประธานพรเพชร เน้นของหวานเป็นหลักอย่างไอศกรีมมะพร้าวกะทิ โรยหน้าด้วยถั่วลิสง เช่นเดียวกับ ‘ครูแก้ว’ ศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภา ที่ดูแลงานญัตติและกระทู้ถาม ก็ได้ลิ้มลองอาหารใต้ ไม่รู้ว่าเหมือนกันว่าลูกอีสานจะติดใจแกงใต้บ้างหรือเปล่า


          การสนทนาบนโต๊ะอาหารระหว่างสื่อมวลชนกับท่านชวน แทบไม่ได้มีเรื่องการเมืองที่แค่คิดก็ปวดหัวเลยแม้แต่น้อย เพราะมีแต่การเล่าความหลังตั้งแต่สมัยเป็นนายกฯ จนย้อนไปไกลถึงสมัยเป็นนักศึกษาเนติบัณฑิตยสภาโดยเฉพาะเรื่องการเขียนนั้น ท่านชวนเล่าอย่างเป็นกันเองว่าเวลาเรียนกฎหมายจะอ่านหนังสือแค่ผ่านๆ ไม่ได้ เพราะถ้าทำอย่างนั้นจะกลายเป็นว่าอ่านไปข้างหน้าแต่จะลืมที่อ่านไปแล้ว

 

          ประธานสภาย้ำว่า ดังนั้น เพื่อไม่ให้ลืม ก่อนจะอ่านเรื่องใหม่ ต้องกลับไปย้อนอ่านของเก่าพอสังเขปก่อน และถ้าถึงที่สุดแล้วอ่านไม่ทันจริงๆ ก็ต้องใช้วิธีการทะเลาะกับเพื่อนในเรื่องที่เรียน เพื่อให้เกิดประเด็นมาถกเถียงและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน ทำแบบนี้จะทำให้สามารถทำข้อสอบได้อย่างมั่นใจ

 




          ก่อนปิดงานเลี้ยง ประธานสภาได้มอบของที่ระลึกเป็นกระเป๋าผ้าที่มีลายเซ็นอยู่ด้านหน้า เพื่อให้เข้ากับกระแสงดใช้ถุงพลาสติก พร้อมกับมอบหนังสือ “เย็นลมป่า” ไว้ให้อ่านเวลาฟังการประชุมสภาเครียดๆ ปีเก่ากำลังจะผ่านไป ปีใหม่กำลังจะเข้ามา ประธานสภากล่าวทิ้งท้ายกับผู้สื่อข่าวว่า ขอให้เชื่อมั่นว่าสภาจะกลับมาเป็นที่พึ่งของประชาชนและยกระดับมาตรฐานการทำงานให้เป็นที่ยอมรับและสร้างประชาธิปไตยที่มีประสิทธิภาพ


          ภารกิจของประธานสภาช่วงปลายปี เรียกได้ว่าแน่นจริงๆ เพราะอย่างเมื่อวันก่อนเพิ่งไปร่วมงาน “วันคืนสู่เหย้าชาวธรรมศาสตร์” ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในงานนี้ได้ร่วมเป่าแซกโซโฟนกับวงดนตรีของมหาวิทยาลัย เห็นอย่างนี้ใครจะรู้ไหมว่าประธานสภาคนนี้สมัยเป็นนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ แม้จะเรียนหนักแค่ไหนแต่ก็ยังหาเวลามาทำกิจกรรมการเมืองได้ อย่างการเขียนบทงิ้วธรรมศาสตร์ล้อเลียนผู้นำการเมืองในยุคประชาธิปไตยยังไม่เบ่งบานมาแล้ว


          ปิดท้ายด้วยภารกิจของวุฒิสภา แม้หลายคนจะมองว่าผลงานไม่ค่อยมี แต่อีกด้านหนึ่งก็ขอทำงานเงียบๆ เพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชน อย่างคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริต ประพฤติมิชอบ และเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ที่มี พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน ได้ดำเนินการตรวจสอบภายหลังมีร้องเรียนกรณีที่ชาวต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศไทย ในลักษณะของนักท่องเที่ยวเพื่อประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ โดยไม่มีใบอนุญาต ซึ่งมัคคุเทศก์ เป็นอาชีพที่รัฐบาลประกาศให้เป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทยเท่านั้น จึงส่งผลให้สังคมวัฒนธรรมไทยถูกทำลาย คนไทยขาดโอกาสในการประกอบอาชีพ โดยคณะกรรมาธิการจะเร่งเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลและประสานงานแก้ไขในระยะยาวต่อไป