royal coronation
18 มกราคม 2563
เจาะประเด็นร้อน

ถอดรหัส  บันทึก  แก๊งฆ่าหมู่ลำพะยา พบแผน-วิธีทำงานสุดรอบคอบ

11 ธันวาคม 2562 - 10:25 น.
โศกนาฏกรรม,ชรบ
Shares :
เปิดอ่าน 2,853 ครั้ง

ถอดรหัส  บันทึก  แก๊งฆ่าหมู่ลำพะยา พบแผน-วิธีทำงานสุดรอบคอบ คอลัมน์...  ล่าความจริง..  พิกัดข่าว

 

 


          ผ่าน 1 เดือนเหตุโศกนาฏกรรมโจมตีป้อม ชรบ.ทางลุ่ม ที่ ต.ลำพะยา จ.ยะลา มีผู้เสียชีวิตถึง 15 คน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน

 

          ตลอด 1 เดือนมีปฏิบัติการติดตามไล่ล่าคนร้าย และออกหมายจับผู้ต้องหา 4 ลอต 10 คน ลอตล่าสุดช่วงต้นเดือนธันวาคม ออกหมายจับมากถึง 6 คน ส่วนใหญ่อาศัยหลักฐานจากวัตถุพยานและสารพันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ ที่คนร้ายทิ้งไว้ในจุดเกิดเหตุ แล้วนำไปตรวจเทียบเคียง

 


          คนร้ายที่ถูกออกหมายจับมีทั้ง “มือปฏิบัติการ” ซึ่งคนเหล่านี้จะมาจากต่างอำเภอและต่างจังหวัด กับ “มือสนับสนุน” กลุ่มนี้จะมีภูมิลำเนาอยู่ใน อ.เมืองยะลา เช่น ต.ลำใหม่ ซึ่งอยู่ติดกับ ต.ลำพะยา แสดงว่ามีการใช้คนในพื้นที่เดียวกันร่วมกันก่อเหตุด้วย ซึ่งกลุ่มนี้คาดว่าเป็นกลุ่มสนับสนุน โปรยตะปูเรือใบ ตัดต้นไม้ขวางถนน


          นอกจากนั้นยังมีผู้ต้องหาคนสำคัญ 2 คน คือ นายมะยะโก๊ะ ลาเต๊ะ กับ นายซอบรี หลำโสะ ซึ่งมีหลักฐานเชื่อมโยงว่าเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีป้อมชรบ.ด้วย ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฆาตกรรม เสียชีวิตทั้ง 2 คน เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน จากเหตุปิดล้อม ตรวจค้น และยิงปะทะกันที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.คอลอตันหยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี


          พูดถึง นายมะยะโก๊ะ เขาถูกซัดทอดจากแนวร่วมที่สนับสนุนการก่อเหตุว่า เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ปฏิบัติการบุกโจมตีป้อม ชรบ.แน่นอน


          ที่น่าสนใจคือ หลังเหตุการณ์ยิงปะทะ และวิสามัญฆาตกรรมนายมะยะโก๊ะ เจ้าหน้าที่สามารถยึดของใช้ส่วนของนายมะยะโก๊ะได้หลายรายการ ทั้งกระเป๋าสะพายขนาดเล็ก โทรศัพท์มือถือ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน สาเหตุที่มีของใช้ส่วนตัวหลายอย่าง เพราะเขาไปหลบนอนพักแรมที่บ้านหลังหนึ่งใน อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ปิดล้อม

 

          นอกจากของใช้ส่วนตัวที่ใช้ในกิจวัตรประจำวันแล้ว เจ้าหน้าที่ยังพบสมุดบันทึกของนายมะยะโก๊ะ ตรวจสอบแล้วพบว่ามีการจดบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติการโจมตีป้อม ชรบ. และผลการประชุมเตรียมการก่อนก่อเหตุ โดยเขียนเป็นภาษามลายูทั้งหมด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ให้ผู้เชี่ยวชาญแปลออกมา





          ข้อมูลเท่าที่แปลออกมาได้ คือ กลุ่มของนายมะยะโก๊ะมีกองกำลัง 12 คน มีการระบุชื่อเอาไว้ด้วย ส่วนใหญ่เป็นชื่อย่อหรือชื่อเล่นที่ใช้เรียกขานกันในกลุ่มเพื่อน โดยกลุ่มนี้รับผิดชอบพื้นที่ครอบคลุม 4 ตำบล ใน อ.โคกโพธิ์ กับ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ส่วนบ้านเกิดของนายมะยะโก๊ะ อยู่ที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี


          แผนการทำงานที่นายมะยะโก๊ะบันทึกไว้ ส่วนใหญ่เป็นแผนงานในภาพรวมของการสร้างสถานการณ์ ไม่ได้จำเพาะเจาะจงว่าเป็นเหตุการณ์ไหน จึงคาดว่าเจ้าตัวน่าจะจดมาจากการประชุมลับของแกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ เนื้อหาที่สำคัญก็เช่น ขั้นตอนการปฏิบัติก่อนจะก่อเหตุรุนแรง ซึ่งจะมีตั้งแต่การเตรียมความพร้อม การเลือกเป้าหมาย การวางแผน กำหนดแผน กำหนดตัวบุคลากร อุปกรณ์หรืออาวุธที่ใช้ และการปฏิบัติตามแผน รวมไปถึงการควบคุมพื้นที่หลังก่อเหตุ


          เป้าหมายในการก่อเหตุ เน้นหมู่บ้านชาวไทยพุทธ ฆ่าผู้นำ โจมตีพื้นที่เศรษฐกิจ หม้อแปลงไฟฟ้า โจมตีชุดจรยุทธ์ จับกุมครอบครัวฝ่ายตรงข้ามเพื่อต่อรอง ลอบก่อเหตุขบวนรถไฟ ตัดต้นไม้ขวางถนน


          นอกจากนั้นยังมีข้อมูลการแบ่งงานให้แก่ทีมปฏิบัติการทั้ง 12 คนด้วย ว่าเวลาก่อเหตุแต่ละครั้ง แต่ละคนต้องทำอะไร แบ่งเป็นชุดๆ หรือคณะทำงานอย่างเป็นระบบ


          เจ้าหน้าที่ยังพบข้อเขียนบางตอนเหมือนกับคำปฏฺิญาณต่อพระเจ้า ลงท้ายว่า “ข้าขอสัญญาว่าข้าจะทวงคืนแผ่นดินมลายู” สะท้อนถึงความหนักแน่นจริงจังในความเชื่อ


          ชาวบ้านในพื้นที่เล่าว่า เป็นญาติกับนายมะยะโก๊ะ ยอมรับว่าเขาอยู่ในขบวนการจริง ตอนนี้ลูกชายของเขาอายุ 15 ปี ประกาศชัดว่าจะเดินตามรอยพ่อ ครอบครัวของมะยะโก๊ะ มีความคิดต่อต้านรัฐอย่างสุดโต่ง อย่างข้าวสารที่เจ้าหน้าที่นำไปแจก เขาจะไม่ยอมกิน แต่จะนำไปให้เป็ดกิน ส่วนแก้วน้ำที่เจ้าหน้าที่นำไปแจก เขาจะทิ้งทันทีที่เจ้าหน้าที่กลับ


          “คนที่รู้จักเขา เป็นญาติกับมะยะโก๊ะ จะรู้ดีว่าเขาประกาศเอาไว้เลยว่าจะขอสู้จนตัวตาย เขาเลือกแล้ว ญาติพี่น้องพยายามคุย พยายามขอร้องอย่างไรเขาก็ไม่ฟัง ตอนนี้ทุกคนเป็นห่วงลูกชายของเขา” ญาติของนายมะยะโก๊ะ บอก


          ทั้งหมดนี้คือข้อมูลข้อเท็จจริงอีกด้านที่ไม่ค่อยเคยเป็นข่าว แต่แสดงให้เห็นว่ากลุ่มก่อความไม่สงบ หรือกลุ่มนักรบที่มีแนวคิดต่อต้านรัฐในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ใช้ความเชื่อเป็นแรงในการต่อสู้ มีทีมงานและการวางแผนอย่างรัดกุมในการก่อเหตุทุกครั้ง


          ต้องรอดูว่าเมื่อถอดรหัสได้แบบนี้แล้ว เจ้าหน้าที่จะสามารถขยายผลหรือนำมาเป็นจุดพลิกสถานการณ์ให้เกิดความเข้าใจและสันติสุขร่วมกันได้อย่างไร

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ