คมชัดลึกออนไลน์ 4 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
เจาะประเด็นร้อน

3 บก.วิเคราะห์ ระส่ำ.. รัฐบาล&ฝ่ายค้าน

9 ธันวาคม 2562 - 09:20 น.
รัฐบาล,ฝ่ายค้าน,แบนสามสารเคมี
เจาะประเด็นร้อน

Shares :
เปิดอ่าน 1,554 ครั้ง

3 บก.วิเคราะห์ ระส่ำ.. รัฐบาล&ฝ่ายค้าน


 


          รายการเนชั่นสุดสัปดาห์กับ 3 บก. ออกอากาศทุกวันเสาร์เวลาห้าโมงเย็น ทางเนชั่นทีวีช่อง 22 "สมชาย มีเสน” ซีอีโอเครือเนชั่น "วีระศักดิ์ พงษ์อักษร" บรรณาธิการบริหารนสพ.กรุงเทพธุรกิจ และ "บากบั่น บุญเลิศ" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นสพ.ฐานเศรษฐกิจ ร่วมวิเคราะห์ประเด็น “ระส่ำ! รัฐบาล&ฝ่ายค้าน”

 

 

 


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

 

 

          “วีระศักดิ์” ตั้งคำถามว่า การเมืองตอนนี้ร้อนทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล สถานการณ์จะเป็นเช่นใด


          “สมชาย” วิเคราะห์ประเด็นว่า การเมืองตอนนี้สองฝ่ายระส่ำทั้งคู่ โดยรัฐบาลนั้นมีความระส่ำเพราะพรรคร่วมรัฐบาลงัดข้อ เช่น แบนสามสารเคมี, การลงมติการตั้งกมธ.วิสามัญศึกษาการบังคับใช้คำสั่งและประกาศคสช.ตามมาตรา 44 โดยที่สภาผู้แทนฯ ล่มสองครั้งและกว่าจะผ่านได้ในครั้งที่สามเมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่มีฝ่ายค้าน 11 คนมาลงมติให้นับองค์ประชุมได้ผ่านและสามารถนับคะแนนใหม่เพื่อลงมติว่าสภาผู้แทนฯ ไม่เห็นชอบให้ตั้ง กมธ.วิสามัญชุดนี้ เพราะหากตั้งกมธ.วิสามัญชุดนี้ได้ 3 ป.จะโดนเรียกไปสอบได้


          ทราบว่ารัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐยอมเรื่องนี้ไม่ได้ และที่ผ่านมาองค์ประชุมสภาผู้แทนฯ ล่มครั้งแรกและครั้งที่สอง เพราะฝ่ายค้านวอล์กเอาท์เกือบหมด เหลือไว้ในองค์ประชุมไม่กี่คน

 

 

 


          โดย “วิรัช รัตนเศรษฐ” ประธานวิปรัฐบาลชี้ว่าเหตุที่สภาล่มสองครั้งเพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่ทำตามมติวิปรัฐบาล และส.ส.รัฐบาลที่ลงมติตั้งกมธ.วิสามัญนั้นมี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 6 คนลงชื่อหนุนญัตติและ 4 คนลงมติให้ตั้งกมธ.วิสามัญชุดนี้ โดยพรรคประชาธิปัตย์ตอบโต้วิรัชทันที


          หากย้อนไปดูการลงมติครั้งล่าสุดพบว่า ส.ส.รัฐบาลมีการลงคะแนนที่แตกต่าง โดย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 4 คนลงมติสวนวิปรัฐบาลและมติพรรค ทำให้พรรคประชาธิปัตย์จะมีการสอบสวน 4 ส.ส.ที่อ้างรักษาจุดยืนของอุดมการณ์พรรค 4 ส.ส.ควรลาออกจากพรรคเพราะสวนมติพรรค โดยควรทำให้เหมือน “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ที่ลาออกจากส.ส.เพราะไม่เห็นด้วยกับการหนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี และควรทำแบบ ”กลุ่ม 10 มกรา” ที่สวนมติพรรคและลาออกไป

 

 



          “บากบั่น” กล่าวว่า แบบนี้พรรคร่วมรัฐบาลไม่ใช่เนื้อเดียวกัน ดังนั้นเหตุการณ์สภาล่มเป็นเหตุให้แกนนำรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลมีงานเลี้ยงอาหารค่ำที่สโมสรราชพฤกษ์ เพราะก่อนหน้านั้นนายกรัฐมนตรีบอกกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลว่า “หากผมอยู่ไม่ได้ พวกคุณก็อยู่ไม่ได้” ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับครม.และยุบสภา โดยงานเลี้ยงคืนวันนั้น 3ป.ไปกันครบ และวันนั้นมีกระแสข่าวว่าบางพรรคจับกลุ่มหารือในเรื่องคำพูดของหัวหน้ารัฐบาลด้วย


          “สมชาย” ระบุว่า ทราบว่า "จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีสีหน้าไม่ดีเมื่อได้ยินที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าว และทราบว่าพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคไม่พร้อมยุบสภา


          “วีระศักดิ์” ตั้งคำถามว่า หากหัวหน้ารัฐบาลยุบสภาแปลว่าพรรคพลังประชารัฐพร้อมแล้ว


          “สมชาย” กล่าวว่า หากจะยุบสภา พรรคแกนนำตั้งรัฐบาลจะปรับครม.ของตัวเองก่อนและตรวจสอบคะแนนนิยมของนายกรัฐมนตรีว่ายังดีอยู่หรือไม่ ดังนั้นหากหัวหน้ารัฐบาลปรับครม.ของพรรคพลังประชารัฐก่อนเพื่อปรามพรรคร่วมรัฐบาลแบบขู่กลับ เพราะบางพรรคที่ออกมาขู่และฝืนมติรัฐบาลบางเรื่อง โดยอาศัยสิ่งที่เรียกว่าเสียงปริ่มน้ำตามที่บางพรรคใช้ขู่หัวหน้ารัฐบาลไว้ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการปรับครม.และยุบสภา เพื่อปรามบางฝ่ายในรัฐบาล ดังนั้นการประชุมสภาผู้แทนฯ และลงมติจึงผ่านไปได้ ทำให้เรื่องนี้ยุติ

 

 

 


          การลงมติครั้งที่สามเรื่องกมธ.วิสามัญฯ นั้น ฝ่ายค้านก็มีความระส่ำเพราะวันนั้นมีการนับองค์ประชุมและลงมติพบว่า ส.ส.ฝ่ายค้าน 11 คนร่วมอยู่ในช่วงนับองค์ประชุม แต่ช่วงลงมติมีการลงคะแนนที่แตกต่างกัน คือพรรคอนาคตใหม่มีการสวนมติพรรคคือ 3 ส.ส.ที่อยู่ในห้องประชุม แม้จะมีการลงคะแนนที่แตกต่างกัน, 1 ส.ส.พรรคประชาชาติที่สวนมติพรรค, 4 ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่ใช้มติพรรคอยู่ในที่ประชุมและสวนมติ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน รวมทั้ง 3 ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่สวนมติพรรค


          “วีระศักดิ์” ตั้งประเด็นว่า ตอนนี้มีกระแสข่าวว่าหากพรรคเศรษฐกิจใหม่ไปร่วมรัฐบาลเพราะหลายครั้งมีการสวนมติ 7 พรรคฝ่ายค้าน และไม่ค่อยไปร่วมประชุมกับแกนนำ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ตรงนี้อาจจะมีการปรับครม.รองรับพรรคเศรษฐกิจใหม่


          “สมชาย” มองว่า หาก 4 ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่มาร่วมรัฐบาลจริง และอาจมาแทน 4 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ควรลาออก โควตาครม.ไม่ใช่ของ "มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์” แน่นอน และน่าจะได้ 1 รมช. ที่มาจากโควตาพรรคประชาธิปัตย์จาก 4 ส.ส.ที่สวนมติ

 

 

 

 


          “วีระศักดิ์” ตั้งคำถามว่าแกนนำ 7 พรรคฝ่ายค้านคือพรรคเพื่อไทยตอนนี้ก็ระส่ำ แม้ล่าสุดจะมีส.ส.หลายคนและแกนนำพรรคไปพบ "ทักษิณ ชินวัตร” ที่ดูไบและฮ่องกงเพราะปัญหาในพรรค ตรงนี้จะเคลียร์ใจได้หรือไม่


          “สมชาย” กล่าวว่า “สุทิน คลังแสง” ประธานวิปฝ่ายค้านอ้างเรื่องการเลื่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจครม.จากช่วงเดือนนี้ไปเป็นเดือนมกราคมปีหน้า โดยอ้างการนับอายุของรัฐบาลว่าจะยึดตามปีปฏิทินหรือการเริ่มงานของรัฐบาล, ควรให้เวลารัฐบาลทำงานอีกนิด โดยฝ่ายค้านจะเก็บข้อมูลตรงนี้เพิ่มและไม่มีการล็อบบี้กันจากรัฐบาลกับฝ่ายค้าน, กังวลการล็อบบี้ของรัฐบาลกับรัฐสภาที่อาจบรรจุญัตติการอภิปรายในช่วงปลายปีนี้ที่อาจไม่มีคนสนใจ และ ส.ส.หลายคนทำหน้าที่กมธ.งบประมาณ, ส่วนงูเห่าในพรรคนั้นไม่กังวล


          แต่งูเห่านั้นพบแล้วว่ามี 3 ส.ส.ของเพื่อไทยแหกมติ


          ปัจจัยข้างต้นนั้นทำให้มองว่าพรรคเพื่อไทยมีความระส่ำในพรรคหลายเรื่องจนต้องเลื่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

 

 

 


          “บากบั่น” กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยตอนนี้แบ่งกลุ่มคือ “กลุ่มคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ประธานยุทธศาสตร์พรรค ที่มี ส.ส. 35-40 คน, "กลุ่มสมพงษ์ อมรวิวัฒน์" หัวหน้าพรรคที่มีส.ส. 50 คน, "กลุ่มอิสระ” ที่มี 30 ส.ส., "กลุ่มฝากเลี้ยงหรืองูเห่า” ที่พร้อมปรับตัวได้เสมอเพราะมีใครบางคนดูแลรายเดือน โดยมีแกนนำสองสายคือ “กลุ่มสายส.” ที่มี 21 ส.ส. รวมทั้งยังดูแลส.ส.งูเห่าจากพรรคอื่นด้วย และ "กลุ่มสายลาบ” ที่มี 15 ส.ส. เพราะพรรคเพื่อไทยนั้นในตอนนี้การบริหารภายในมีความแตกแยก ไม่มีการจ่ายน้ำเลี้ยงให้ส.ส.


          สิ่งที่ไม่พอใจที่มีในพรรคนี้เพราะว่าการทำงานของหัวหน้าพรรคกับประธานยุทธศาสตร์พรรคที่ทับรอยกัน รวมทั้งเหตุอภิปรายไม่ไว้วางใจครม.เพราะหัวหน้าพรรคกับประธานยุทธศาสตร์พรรคไม่ลงรอยกันในช่วงการยื่นญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และการประชุมแกนนำ 7 พรรคฝ่ายค้านนั้นล่าสุดพบว่าประธานยุทธศาสตร์พรรคไม่ไปร่วม


          เหตุขัดแย้งนั้นทำให้ส.ส.หลายคนไปพบทักษิณที่ดูไบคือ ความอึดอัดเรื่องการทำงานในพรรค, ประธานยุทธศาสตร์พรรคแทรกแซงการทำงานของหัวหน้าพรรค, ท่อน้ำเลี้ยงในพรรคเพื่อไทยแจกจ่ายให้ส.ส.นั้นไม่มีมาจากประธานยุทธศาสตร์พรรค แม้หัวหน้าพรรคจะดูแลท่อน้ำเลี้ยงให้ส.ส.บ้างแต่น้อยมาก ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งคือ "ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง” ไปพบทักษิณและยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ฮ่องกง ตรงนี้สะท้อนว่าแกนนำพรรคฝ่ายค้านคือพรรคเพื่อไทยแตกแยกกันเอง และบางพรรคฝ่ายค้านก็แตกแยกเช่นกัน

 

 

 


          “สมชาย” กล่าวว่า ได้ยินว่า ส.ส.เหล่านี้มีกล้วยกินก่อนหน้านี้คนละสองเครือและยังมีรายได้แบบรายเดือนด้วย


          “วีระศักดิ์” ตั้งคำถามว่า พรรคอนาคตใหม่ตอนนี้มีความระส่ำเช่นใดบ้าง


          “สมชาย” กล่าวว่า พรรคนี้มีแรงระส่ำเพราะ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ลาออกจากกมธ.งบประมาณโดยอ้างว่าบางคนไม่อยากให้ทำงานในรัฐสภา โดยจะไปทำงานการเมืองนอกสภา เพื่อต่อต้านการสืบทอดอำนาจคสช., ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร, ไม่ยอมรับการตัดสินขององค์กรอิสระในคดีที่ตัดสินตัวเองกับจะตัดสินพรรคและรณรงค์แก้รัฐธรรมนูญ ล่าสุดกกต.ตัดพยานการส่งหลักฐานการกู้เงินของพรรคที่กู้เงินจากหัวหน้าพรรค


          โดยวันที่ 11 ธันวาคม กกต.จะตัดสินกรณีนี้เพราะพรรคอนาคตใหม่ไม่ส่งเอกสารการกู้เงินในวันที่ 2 ธันวาคม และไม่กี่วันข้างหน้าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 5 คนจะหมดวาระ และตอนนี้ ส.ว.ขอขยายเวลาการพิจารณาคุณสมบัติของว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพราะยังทำไม่เสร็จ หากกกต.ส่งเรื่องเงินกู้ของพรรคเข้าศาลรัฐธรรมนูญ 5 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่กำลังจะหมดวาระอาจต้องทำหน้าที่ตัดสินคดีเงินกู้ของพรรคอนาคตใหม่ก่อน


          “วีระศักดิ์” ระบุว่า พรรคอนาคตใหม่ตอนนี้ใช้ทฤษฎีสองขาคือ “ธนาธร” เดินเกมนอกสภาโดยพบประชาชนเพื่อสะสมขุมพลัง ส่วนการเดินเกมในสภาปล่อยให้ "ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการพรรคจัดการ หากมีการตัดสินจากกกต.เกี่ยวกับการยุบพรรคอนาคตใหม่เพราะคดีกู้เงินในไม่กี่วันข้างหน้านี้ แกนนำพรรคอนาคตใหม่บอกแล้วว่าจะตั้งพรรคใหม่ โดยจะมี 60 ส.ส.ตามไปอยู่พรรคใหม่ แม้พรรคนี้จะมี 80 ส.ส.


          “บากบั่น” สรุปว่า การเมืองช่วงต่อไปนั้น สิ่งหนึ่งที่ควรจับตาคือต้องรอดูในไม่กี่วันข้างหน้านี้ว่าคดีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่จะออกมาแบบใด

 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ