คมชัดลึกออนไลน์ 4 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
เจาะประเด็นร้อน

ต้องออกจากราชการ ... เพราะใช้ สด.43 ปลอมยื่นสมัครสอบ 

6 ธันวาคม 2562 - 08:40 น.
สด43 ปลอมยื่นสมัครสอบ,ออกจากราชการ,เรื่องน่ารู้วันนี้กับคดีปกครอง
เจาะประเด็นร้อน

Shares :
เปิดอ่าน 17,236 ครั้ง

ต้องออกจากราชการ ... เพราะใช้ สด.43 ปลอมยื่นสมัครสอบ  คอลัมน์...  เรื่องน่ารู้วันนี้...กับคดีปกครอง  โดย... นายปกครอง


 

 


          การสมัครเพื่อเข้าทำงานในองค์กรต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... ในหน่วยงานราชการนั้น นอกจากผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามประกาศรับสมัคร ไม่ว่าจะเป็นวุฒิการศึกษา ช่วงอายุ ความรู้ความสามารถ ตรงตามที่กำหนดไว้แล้ว หากผู้สมัครเป็นเพศชายสัญชาติไทยแล้วล่ะก็... มักจะต้องมีหลักฐานทางทหาร ได้แก่ แบบ สด.8 หรือแบบ สด.43 มาแสดงในการสมัครด้วย ทั้งนี้ ก็เพราะว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารที่แสดงให้เห็นว่าผู้สมัครได้ผ่านขั้นตอนการเกณฑ์ทหารมาแล้ว หน่วยงานที่รับเข้าทำงานก็จะได้ไม่ต้องห่วงในเรื่องดังกล่าวอีก

 

 

 

 

          ท่านผู้อ่านคงเคยได้ยินข่าว... เกี่ยวกับการยื่นเอกสารปลอมเพื่อสมัครเข้าทำงานในตำแหน่งต่างๆ  เช่น วุฒิการศึกษาปลอม หรือแม้กระทั่งใบ สด.43 ปลอม หลายท่านอาจสงสัยว่า... แบบ สด.8 และแบบ  สด.43 คืออะไร แบบ สด.8 ก็คือ เอกสารที่ทางราชการออกให้ไว้เพื่อรับรองว่าบุคคลนั้นได้เรียนจบหลักสูตรรักษาดินแดน (รด.) ปี 3 หรือเป็นทหารเกณฑ์ที่ปลดประจำการแล้ว ส่วนแบบ สด.43 คือ เอกสารที่ใช้เพื่อรับรองว่าบุคคลนั้นได้เข้ารับการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการแล้ว ซึ่งใบหรือแบบ สด.43 นี้ บางท่านเรียกว่า “ใบผ่านการเกณฑ์ทหาร”


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน


          เรื่องที่จะเล่าสู่กันฟังในวันนี้... เป็นเรื่องจริงที่มีประเด็นน่าสนใจว่า หากผู้สมัครยื่นใบ สด.43 ปลอมในการสมัครสอบ โดยเป็นผู้สอบได้และได้รับการบรรจุแต่งตั้งแล้ว แต่ต่อมาตรวจสอบพบว่าใบ สด.43 ที่ยื่นเป็นเอกสารปลอม โดยเจ้าตัวโต้แย้งว่าตนมิได้เป็นคนปลอมเอกสารดังกล่าว เช่นนี้... ผลจะเป็นอย่างไรนั้น ติดตามได้ในอุทาหรณ์จากคดีปกครองที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ครับ...


          คดีนี้... ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้สมัครและสอบแข่งขันได้ในกลุ่มสายงานป้องกันและปราบปราม


          ตำรวจภูธรภาคจึงมีคำสั่งแต่งตั้งผู้ฟ้องคดีเป็นสิบตำรวจตรี ต่อมา คณะอนุกรรมการพิจารณาประวัติและภาคความเหมาะสมกับตำแหน่งมีมติว่า ผู้ฟ้องคดีขาดคุณสมบัติตามท้ายประกาศรับสมัครที่กำหนดให้ใช้ใบรับรองผลการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ (แบบ สด. 43) เนื่องจากแบบ  สด.43 ที่ผู้ฟ้องคดียื่นมานั้นมีหมายเลขรหัสเป็นของบุคคลอื่น และเป็นเอกสารที่ทางราชการไม่ได้เป็นผู้ออกให้ทำให้ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ขาดคุณสมบัติและต้องถูกตัดสิทธิในการเป็นผู้สอบแข่งขันได้ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3) จึงมีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีออกจากราชการ

 

 




          นอกจากนี้ ตำรวจภูธรภาคได้แจ้งความผู้ฟ้องคดีในข้อหาปลอมและใช้เอกสารราชการแบบ สด.43 ปลอมด้วย ซึ่งอัยการจังหวัดมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง ผู้ฟ้องคดีจึงอุทธรณ์คำสั่งที่ให้ตนออกจากราชการ  แต่คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4) มีมติยกอุทธรณ์ ผู้ฟ้องคดีจึงนำคดีมาฟ้องเพื่อขอให้ศาลปกครองมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งและมติดังกล่าว


          ประเด็นของคดี คือ คำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีออกจากราชการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ?


          ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า แบบ สด.43 ถือเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่กำหนดให้ผู้สมัครต้องยื่นตามประกาศรับสมัครสอบ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าแบบ สด.43 ของผู้ฟ้องคดีไม่ใช่เอกสารที่ทางราชการออกให้ และผู้ฟ้องคดีไม่ได้เข้ารับการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ จึงเป็นเอกสารซึ่งมีข้อความไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง แม้ต่อมาอัยการจังหวัดจะมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องในข้อหาปลอมเอกสาร แต่คำสั่งไม่ฟ้องรับฟังได้เพียงว่าผู้ฟ้องคดีมิได้เป็นผู้ปลอมแปลงเอกสารเท่านั้น แต่ก็ยังถือว่าผู้ฟ้องคดียื่นเอกสารปลอมในการสมัครสอบดังกล่าว


          เมื่อมาตรา 98 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 กำหนดว่า “หากภายหลังปรากฏว่าผู้ได้รับบรรจุเข้าเป็นข้าราชการตำรวจผู้ใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามเป็นข้าราชการตำรวจ หรือขาดคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตั้งแต่ก่อนได้รับการบรรจุ ให้ผู้บังคับบัญชาสั่งให้ออกจากราชการ”ฉะนั้น เมื่อผู้ฟ้องคดียื่นเอกสารที่ไม่ถูกต้องครบถ้วนตามที่กำหนดในท้ายประกาศรับสมัคร ผู้ฟ้องคดีจึงเป็นผู้ขาดคุณสมบัติและต้องถูกตัดสิทธิในการสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน คำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีออกจากราชการ จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย และมติยกอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4


          จึงเป็นมติที่ชอบด้วยกฎหมายเช่นเดียวกัน (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อบ. 7/2562)


          คดีนี้...จึงเป็นบรรทัดฐานที่ดีสำหรับประชาชนทั่วไปที่ประสงค์จะสมัครเข้าทำงาน ไม่ว่าจะเป็นในหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนก็ตาม กรณีที่หน่วยงานกำหนดเอกสารที่ต้องยื่นประกอบการสมัคร ผู้สมัครต้องใช้เอกสารที่ถูกต้องตรงตามความเป็นจริงและเป็นเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานหรือองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่โดยเฉพาะและมีกฎหมายรับรองให้ออกเอกสารนั้นๆ ได้ เพราะหากใช้เอกสารหลักฐานปลอมในการสมัคร ก็อาจต้องถูกตัดสิทธิในการสมัครสอบแข่งขัน หรือบางรายที่ได้รับการบรรจุเข้าทำงานแล้ว ก็อาจถูกสั่งให้ออกจากราชการได้ดังเช่นอุทาหรณ์ข้างต้น โดยไม่อาจอ้างว่าตนไม่ได้เป็นผู้ปลอมเอกสาร เพราะเอกสารปลอมไม่ว่าผู้ใดปลอม ย่อมไม่อาจถือเป็นเอกสารที่ใช้เพื่อรับรองหรือยื่นเป็นเอกสารประกอบการสมัครงานได้


          เรื่องทำนองนี้จึงต้องระมัดระวังและอย่าหลงเชื่อผู้ที่มาแอบอ้างว่าจะดำเนินการออกเอกสารราชการใดๆ ให้ได้ โดยที่ท่านไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ การปฏิบัติให้ถูกต้องตามขั้นตอนหรือหลักเกณฑ์ของกฎหมายถือว่าปลอดภัยและเป็นผลดีที่สุดในระยะยาว... สมดังคำกล่าวที่ว่า “ถ้าวันนี้ทำถูกต้องก็ไม่ต้องกลัววันพรุ่งนี้”

          (ปรึกษาการฟ้องคดีปกครองได้ที่สายด่วนศาลปกครอง 1355)


 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ