royal coronation
11 ธันวาคม 2562
เจาะประเด็นร้อน

รัฐบาลสะดุด & เส้นตายอนาคตใหม่

2 ธันวาคม 2562 - 09:35 น.
รัฐบาล,พรรคอนาคตใหม่,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,อนุทิน ชาญวีรกุล
Shares :
เปิดอ่าน 7,589 ครั้ง

3 บก.วิเคราะห์ประเด็น... รัฐบาลสะดุด & เส้นตายอนาคตใหม่

 

 


          รายการเนชั่นสุดสัปดาห์กับ 3 บก. ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลาห้าโมงเย็น ทางเนชั่นทีวี ช่อง22 “สมชาย มีเสน” ซีอีโอเครือเนชั่น ”วีระศักดิ์ พงษ์อักษร“ บรรณาธิการบริหาร นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และ ”บากบั่น บุญเลิศ“ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นสพ.ฐานเศรษฐกิจ ร่วมวิเคราะห์ประเด็น ”รัฐบาลสะดุด!&เส้นตายอนาคตใหม่”

 

อ่านข่าว...  อนาคตใหม่ กับจังหวะในวันนี้

 

 

 

 

 

          “สมชาย” กล่าวว่า ประเด็นรัฐบาลสะดุดนั้นมีเรื่องความขัดแย้งของรัฐมนตรีในรัฐบาลเรื่องการแบนสามสารเคมี, เหตุสภาล่มสองครั้งติดที่มีผลต่อความเชื่อมั่นกับครม.ชุดนี้ และหน้าที่ ส.ส.รัฐบาลต้องเข้าประชุมสภาเพราะเป็นเสียงข้างมาก ของแบบนี้จะโทษฝ่ายค้านไม่ได้ รวมทั้งวันที่ 2 ธันวาคม ที่ กกต.ให้ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ส่งเอกสารเงินกู้ให้พรรค สามเรื่องนี้มีผลต่อการเมืองไทยทั้งนั้น


          “วีระศักดิ์” ประเมินว่า การแบนสามสารเคมีนั้น “อนุทิน ชาญวีรกูล" รมว.สาธารณสุข และ "มนัญญา ไทยเศรษฐ์" รมช.เกษตรและสหกรณ์ จากพรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่าต้องแบนในวันที่ 1 ธันวาคม และยึดมติการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายวันที่ 22 ตุลาคม ซึ่งเป็นกรรมการชุดเก่า โดยกรรมการชุดเก่าอนุมัติให้แบนสามสารเคมีเพราะกระแสข่าวการแบนสามสารเคมีมาแรงในตอนนั้น และรัฐมนตรีบางพรรคพยายามกดดันเรื่องนี้ให้สำเร็จ และเรื่องนี้สำเร็จโดยกรรมการชุดเก่ามีมติก่อนที่จะหมดวาระการทำงานในไม่กี่วันต่อมา ขณะเดียวกันข้อมูลอีกด้านหนึ่งเกี่ยวกับการใช้สามสารเคมีก็ออกมา

 

 

 

 


          การแบนสามสารเคมีบางตัวนั้น บางชาติทำหนังสือแย้งมาเพราะชาติเหล่านั้นใช้สารพิษเหล่านี้ในการจัดการวัชพืช และไทยไม่มีแผนรองรับว่าจะใช้สารเคมีตัวใดแทน การเยียวยาและประชาพิจารณ์ แม้จะมีผลประชาพิจารณ์ตามมาตอนหลังก็พบว่าคนคัดค้านมีมากกว่าคนสนับสนุน และ "สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รมว.อุตสาหกรรม จากพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ประกาศเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ว่าให้เลื่อนการแบนและจำกัดการใช้สามสารเคมี

 




          “บากบั่น” ระบุว่า พืชหลายชนิดในไทยนั้น เกษตรกรใช้สามสารเคมีในการจัดการวัชพืชและพบว่ารัฐบาลยังไม่มีมาตรการรองรับ ตรงนี้หากยึดว่าวันที่ 1 ธันวาคม ต้องแบนสามสารเคมีนี้ และไม่มีมาตรการรองรับหลายคนลำบาก เพราะมูลค่าของสารเคมีและธุรกิจเกษตรนั้นมีมูลค่าหลายแสนล้านบาท

 

 

 

 


          “สมชาย” กล่าวว่า ก่อนวันที่ 22 ตุลาคม “อนุทิน” แถลงว่าต้องแบนสามสารเคมีและครม.ของพรรคสี่คนพร้อมลาออกหากมีการสวนแนวทางของรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยที่ยืนยันว่าต้องแบนสามสารเคมี เมื่อเป็นแบบนี้แปลว่าพรรคภูมิใจไทยแสดงท่าทีกดดันทางการเมือง แต่ล่าสุด ”อนุทิน” พูดหลังคณะกรรมการวัตถุอันตรายให้เลื่อนการแบนสามสารเคมีว่า “พวกเราต้องยอมรับ แม้แสดงเจตนารมณ์ไปแล้วเพราะไม่มีอำนาจสั่งแบน และย้ำว่าไม่ใช่รูรั่วที่ก่อปัญหาให้เรือเหล็ก” จุดยืนทางการเมืองของอนุทินที่เป็นหัวหน้าพรรคนั้น เมื่อพูดครั้งแรกไปแล้ว การพูดครั้งต่อมาก็ควรยึดแนวคำพูดครั้งแรก ไม่ใช่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแบบนี้


          ยืนยันว่ารายการนี้ไม่ได้ค้านการแบนสามสารเคมี แต่ภาครัฐควรมีมาตรการรองรับด้วย


          “วีระศักดิ์” ประเมินว่า มีกระแสข่าวว่าหากแบนสามสารเคมีนั้น บางคนบอกว่าบางบริษัทที่ใกล้ชิดคนเบื้องหลังของบางพรรคเตรียมตัวเข้ามาขายสารเคมีตัวใหม่โดยใช้นอมินีตั้งบริษัทขึ้นมา และเรื่องนี้หากไม่มีคนการเมืองไปเกี่ยวข้องคงทำไม่ได้เพราะมันเป็นเรื่องใหญ่มาก

 

 

 

 


          “บากบั่น” ระบุว่า กรณีแบบนี้เมื่อสิบปีเศษที่ผ่านมาเคยเกิดขึ้นมาแล้ว และวันนี้ก็เหมือนว่าจะเกิดขึ้นอีก


          จากนั้น “บากบั่น” ตั้งคำถามว่า ท่าทีของ ”อนุทิน” ที่เคยขึงขังในเรื่องแบนสามสารเคมีเมื่อหลายวันก่อนแต่ตอนนี้เปลี่ยนท่าทีไป มันกระเทือนรัฐบาลในจุดหนึ่งและมีตัวแปรอื่นที่ทำให้ครม.ระส่ำหรือไม่


          “สมชาย” กล่าวว่า เหตุสภาล่มสองวันติดต่อกันเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพราะรัฐบาลลงมติแพ้ฝ่ายค้านเรื่องการตั้งกมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศและคำสั่งของคสช.และการใช้อำนาจของหัวหน้าคสช.ตามมาตรา 44 นั้น ในวันแรกนั้นฝ่ายรัฐบาลมีการขอนับคะแนนใหม่ด้วยการขานชื่อ ตามข้อบังคับการประชุมข้อ 85 แต่ฝ่ายค้านบอกว่า นับคะแนนใหม่ต้องนับจากการลงมติด้วยบัตรลงคะแนน ไม่ใช่ลงคะแนนใหม่ ตรงนี้ทั้งสองฝ่ายเถียงกันหนัก จนพักการประชุมแล้วก็ไม่จบ ฝ่ายค้านวอล์กเอาท์และมีการขอนับองค์ประชุม พบว่าวันนั้นไม่ครบองค์ประชุม โดย ส.ส.หลายคนติดตามนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีบางคนไปทำภารกิจ และ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่ใกล้ชิดอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคไปลงมติกับญัตตินี้กับฝ่ายค้าน และ ส.ส.รัฐบาลสิบแปดคนไม่มาลงมติ ฝ่ายค้านสิบห้าคนไม่มาลงมติ แม้วิปรัฐบาลจะแจ้งส.ส.เรื่องการห้ามขาดประชุมแล้วก็ตาม เรื่องนี้พรรคพลังประชารัฐจะโทษใครไม่ได้ แม้พรรคประชาธิปัตย์จะลงมติสวนก็ตาม

 

 

 


          วันต่อมา องค์ประชุมก็ไม่ครบอีก เพราะวันที่สองฝ่ายค้านวอล์กเอาท์เกือบหมด ด้วยการใช้เทคนิคทางกฎหมายที่ฝ่ายค้านสามารถทำได้ จนเสียงไม่พอเพราะองค์ประชุมไม่ครบ และต้องปิดประชุม โดยพบว่าวันที่สองนั้น ส.ส.รัฐบาลไม่มาประชุมหลายคน มองว่าเรื่องการป้องกันไม่ให้สภาล่มเป็นหน้าที่ฝ่ายรัฐบาลที่ต้องไม่ให้เกิดเหตุสภาล่มอีก


          หากการประชุมครั้งหน้าญัตตินี้ไม่จบ แล้วเลื่อนญัตติการศึกษาและแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นมา ญัตติแรกจะตกไปเลย


          “บากบั่น” กล่าวว่า ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์หกคนที่ยกมือกับฝ่ายค้านเพราะว่าร่วมเสนอญัตตินี้ด้วยและระบุว่าได้แจ้งไปยังพรรครวมทั้งวิปรัฐบาลแล้วว่าจะดำเนินการเช่นนี้

 

 

 

 


          “วีระศักดิ์” ให้มุมมองว่า แสดงว่าเรื่องนี้พรรคร่วมรัฐบาลต้องจัดการให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาแบบนี้อีก


          “บากบั่น” ตั้งประเด็นว่า การพิจารณาเรื่องเงินกู้ของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ตามที่กกต.ให้ส่งข้อมูลในวันที่ 2 ธันวาคมนี้ เพราะสังคมรู้เรื่องนี้มาหลายเดือนเนื่องจากธนาธรกล่าวเรื่องนี้กับสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศว่าให้พรรคกู้เงิน และสิ่งที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่แจ้ง ป.ป.ช.ว่ามีสัญญาเงินกู้กับพรรคสองฉบับ รวม 191 ล้านบาท และคิดดอกเบี้ยการให้กู้เงิน ตรงนี้จะมีผลเช่นใดกับการเมือง


          “สมชาย” กล่าวว่า สัญญาเงินกู้สองฉบับนี้มัดตัวธนาธร และสิ่งที่ย้ำคือ "กรรณิการ์ วานิช” โฆษกพรรคอนาคตใหม่ แถลงว่าพรรคมีมติให้กู้เงินจากหัวหน้าพรรค โดยย้ำว่าไม่ผิดกฎหมาย จากนั้นมีการร้องเรียน กกต.ให้ยุบพรรคในกรณีนี้ โดย กกต.ขอให้พรรคอนาคตใหม่ส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องมาเพิ่ม พรรคอนาคตใหม่ขอเวลาสี่เดือน แต่ กกต.ไม่ยอมและให้ส่งมาในวันที่ 2 ธันวาคม ดังนั้น กกต.ต้องเร่งสรุปเรื่องนี้ โดยต้องพิจารณาว่า จะใช้ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ปี 2550 ตามที่ "ปิยบุตร แสงกนกกุล" เลขาธิการพรรคอ้างไว้ แต่ความจริงต้องใช้ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ปี 2560 ใช้บังคับในเรื่องนี้ที่มีข้อห้ามว่าพรรคต้องไม่กู้เงินจากคนอื่นเพราะอาจมีการครอบงำพรรคได้จากคนให้กู้

 

 

 


          เมื่อ กกต.พิจารณาเสร็จหากพบว่ามีความผิด กรณีนี้ถึงขั้นยุบพรรคและตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค กกต.ก็ต้องเสนอศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยความผิดดังกล่าว


          “วีระศักดิ์” สรุปว่า กรณีนี้มีผลต่อพรรคอนาคตใหม่ในวันข้างหน้ากับเส้นทางทางการเมือง

 

 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ