"ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ประกาศลาออกจากตำแหน่ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 และคณะอนุกรรมาธิการงบประมาณส่วนท้องถิ่น  ซึ่งก็คือการลาออกจากทุกตำแหน่งที่เขามีในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา

  

     "ธนาธร" ให้เหตุผลที่ตนเองลาออกทุกตำแหน่งในสภา ว่า เมื่อผู้มีอำนาจไม่ต้องการเห็นเขาอยู่ในสภา ก็จะไม่ทำงานในสภาฯอีกต่อไป แล้วกลับไปทำงานกับประชาชน

     กับคำถามที่ว่าจะสู้กับ"กลุ่มอภิสิทธิ์ชน"อย่างไร นายธนาธร กล่าวว่า เมื่อประชาชนลุกขึ้นตอบโต้กับระบบเผด็จการ พวกตนจึงจำเป็นที่จะทำงานร่วมกับประชาชน

     สิ่งที่พวกมีอำนาจกำลังใช้อยู่ คือ การคุมอำนาจโดยการใช้เครื่องมือจากกองทัพ รัฐสภา องค์กรอิสระ หรือแม้แต่กระทั่งกฎหมายต่าง ๆ ของประเทศ เป็นการรวบอำนาจไว้ที่คนๆ นั้น อีกทั้งคนกลุ่มนี้  ตนหวังว่า ประชาชนจะเห็นความตั้งใจของพวกตน ปลุกให้คนรักประชาธิปไตยลุกขึ้นต่อสู้กลางถนน กับใครที่เรียกว่า "อภิสิทธิ์ชน"

    "การกลับไปทำงานกับประชาชน" ของ"ธนาธร" จึงไม่ใช่การพูดเพียงลอยๆเอาเท่ห์ เท่านั้น แต่เป็นการเริ่มยุทธศาสตร์ใหม่ "เปิดพื้นที่ทางการเมืองใหม่"

    เริ่มทันควันหลังลาออกจากทุกตำแหน่งตอนกลางวัน ตกตอนค่ำก็ไลฟ์สดโจมตี เงินนอกงบประมาณของกระทรวงกลางโหมที่ตรวจสอบการใช้จ่ายไม่ได้ซึ่งมีอยู่ทั้งหมดมากถึง 19,000 ล้านบาท และมีการนำไปใช้ในภารกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับกระทรวงกลาโหม และลากยาวไปถึงคลื่นโทรทัศน์ ไม่ว่าจะเป็นช่อง 7 ช่อง 5  สนามมวย สัญญาเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้ และสัญญามีนายพลเท่าไหร่

   และวันนี้( 1 ธ.ค.) "ธนาธร" ก็จะเดินหน้าต่อจะบรรยายพิเศษ ชำแหละงบประมาณ "กระทรวงกลาโหม"  โดยจะมีการตั้งข้อสังเกต ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 รวมทั้งเรื่องรายได้ต่างๆ ของกองทัพที่ไม่เคยถูกตั้งคำถามและเมื่อถูกถามก็ไม่มีคำตอบให้ ... ที่พรรคอนาคตใหม่

     ดังนั้นนับต่อแต่นี้ไปจะเห็น ธนาธร เล่นการเมืองนอกสภาในรูปแบบต่างๆ ทั้งไลฟ์ผ่านโซเชียล,บรรยายตามสถานที่ต่างๆ โจมตีองค์กรและสถาบันต่างๆที่สำคัญของประเทศ ตอนนี้ เริ่มที่กองทัพและทหารก่อน ต่อไปก็คงจะเป็น คณะรัฐมนตรี สภา องค์กรอิสระ ศาล และกฎหมายของประเทศ ตีไปเรื่อยๆจนสถานการณ์"สุกงอม "

      " ธนาธร" เคยยอมรับว่าตั้งแต่ คสช.ยึดอำนาจ ตัวเขาและสมัครพรรคพวกพยายามหาทางรวมตัวในลักษณะ"กลุ่มองค์กรมวลชนเคลื่อนไหว" ต้องการรวมตัวเคลื่อนไหวประท้วงขับไล่ รัฐบาลคสช. 

      " ธนาธร" บอกว่า ความคิดเหล่านี้เป็นที่รับรู้ของสื่อมวลชนและคนโดยทั่วไปอยู่ก่อนแล้ว แต่คิดไปคิดมาตกผลึกว่าน่าจะใช้วิธีตั้ง "พรรคการเมือง"  เพราะเห็นว่ามวลชนยังไม่มีพลังพอ เนื่องจากเพิ่งสูญเสีย บาดเจ็บ ล้มตาย ในการชุมนุมเคลื่อนไหวเมื่อปี 2553  ในที่สุดจึงก่อตั้ง "พรรคอนาคตใหม่" 

      แต่มาตอนนี้ "ธนาธร" ถูกตัดตอนเส้นทางการเมืองในระบบ คือ ส.ส. ไปแล้ว  และความฝันที่จะได้เป็น รัฐมนตรี, นายกรัฐมนตรี ก็ยากที่จะเป็นได้ในความเป็นจริง  เขาจะหันกลับมาเคลื่อนไหวมวลชนหรือไม่

     "ปลุกให้คนรักประชาธิปไตยลุกขึ้นต่อสู้กลางถนนกับใครที่เรียกว่า"อภิสิทธิ์ชน" ที่ ธนาธร ลั่นวาจา จึงเป็นเรื่องที่น่าจับตากับก้าวย่างใหม่