royal coronation
10 ธันวาคม 2562
เจาะประเด็นร้อน

ต้องเร่งเครื่องจักร

20 พฤศจิกายน 2562 - 09:40 น.
จีดีพี,เศรษฐกิจ
Shares :
เปิดอ่าน 162 ครั้ง

ต้องเร่งเครื่องจักร บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันพุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562

 

 

          ถึงแม้ฝ่ายรัฐบาลจะยังคงให้ความมั่นใจกับสังคมว่าเศรษฐกิจของไทยไม่ได้อยู่ในภาวะย่ำแย่ เพราะผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) ขยายตัวอยู่ที่ 2.4 % ซึ่งถือว่าดีเมื่อเทียบกับหลายประเทศในโลกนี้ แต่ประเด็นนี้ก็จะไปอยู่ในญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลและรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลเองก็มองว่าเรื่องเศรษฐกิจถือเป็นส่วนรวมของทั้งประเทศ หากพูดแต่ว่าไม่ดี หรือแย่ ความรู้สึกโดยส่วนรวมก็จะไม่ดีไปด้วย เมื่อความรู้สึกส่วนรวมไม่ดีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการบริโภค หรือการลงทุนก็จะชะลอตัว นั่นหมายถึงว่ากิจกรรมของฝ่ายค้านทั้งนอกสภาและในสภาจะปรากฏในเร็วๆ นี้ มีส่วนในการชี้นำ หรือก่อให้เกิดผลทางจิตวิทยาตามไปด้วย

 

อ่านข่าว... เศรษฐกิจไทยเครื่องติดปีนี้ลุ้นโต3.5%

 

 

          แต่ถึงกระนั้นในช่วงเวลาเดียวกันคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงตัวเลขจีดีพี ไตรมาส 3/2562 ว่าปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งขยายตัวได้ 2.3% เล็กน้อย ตัวเลขในไตรมาส 3 ของปีนี้เป็นผลมาจากการขยายตัวของการลงทุนรวม 2.8% ขณะที่การส่งออกไตรมาสที่แล้วไม่ขยายตัว โดยรวมแล้ว สศช.ได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจในปี 2562 มาอยู่ที่ 2.6% จากเดิมคาดว่าจะขยายตัวได้ 2.7-3.2% โดยเศรษฐกิจของประเทศจะยังได้รับผลกระทบจากการส่งออกที่จะติดลบกว่า 2% ในปีนี้ ก่อนที่จะกลับมาขยายตัวได้ 2.3% ในปีหน้าจากปัจจัยสงครามการค้าที่เชื่อว่าจะคลี่คลายลง ส่วนค่าเงินบาทจะแข็งค่าน้อยลง และการเจาะตลาดต่างประเทศทำได้มากขึ้น


          การแถลงข่าวนี้ สศช.ไม่ได้บอกว่าตัวเลขที่ออกมาดี หรือว่าไม่ดี แม้การปรับตัวของจีดีพีไตรมาสที่ 3 จะอยู่ที่ 2.4% ซึ่งกับที่รัฐบาลอ้างอิง แต่สศช.ก็ปรารถนาที่จะเห็นการส่งออกขยายตัวในระดับ 3% โดยมีคำแนะนำถึงรัฐบาลว่าช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้และปีหน้ารัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญกับการส่งออกให้เป็นไปตามเป้าหมายที่สศช.หวังว่าจะเป็นไปได้ พร้อมๆ กับการดูแลเครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวอื่นๆ ไมว่าจะเป็นการสนับสนุนให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวขยายตัวอย่างต่อเนื่อง การลงทุนภาครัฐในโครงการสำคัญๆ จะต้องได้รับการขับเคลื่อนในลักษณะเดียวกัน หลังจากที่งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เริ่มเบิกจ่ายในเดือนมกราคมปีหน้าเป็นต้นไป พร้อมๆ กับการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจให้มากที่สุด

 



          ตามคำแนะนำในลักษณะที่สศช. “ปรารถนาที่เห็น” เกิดขึ้นนั้น ต้องยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้แล้วก็ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่ารัฐบาลจะสามารถผลักดันให้กลไกของรัฐเดินเครื่องไปได้อย่างสะดวกไม่ติดขัด หรือแม้แต่ปราศจากเกียร์ว่างได้หรือไม่ ในช่วงเริ่มต้นรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเห็นได้ว่ารัฐมนตรีส่วนหนึ่งในกระทรวงเศรษฐกิจเอาใจใส่ในการขับเคลื่อนงานจนน่าเชื่อว่าฝ่ายการเมืองที่กำกับดูแลนโยบายจะสามารถไขลานให้ระบบราชการเดินหน้าต่อไปได้ไม่สะดุด แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าการสร้างกระแสจากฝ่ายค้านจะเป็นอุปสรรคหรือชี้นำได้เสมอไป ทั้งหมดล้วนขึ้นกับการทำงานอย่างหนักและเปี่ยมประสิทธิภาพของรัฐบาลเองมากกว่าว่าจะแก้โจทย์ยากๆ เช่นที่ สศช.ยกขึ้นมาได้หรือไม่

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ