สร้างความงุนงงพร้อมกับเครื่องหมายคำถามตัวโตๆ


          “กรณีการตรวจสอบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม นำคณะรัฐมนตรี เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วน ยังไม่จบอีกหรือ ????"

 

 

          บุคคลที่ยังไม่จบ…แสดงความคับข้องหมองใจเห็นมีอยู่รายเดียว คือ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร


          บันทึกสถิติอาการย้ำคิดย้ำทำของท่านเสรีพิศุทธ์ ผู้กลายเป็น "คู่ปรับตลอดกาล” กับ พล.อ.ประยุทธ์ นับตั้งแต่วันที่มีการโหวตนายกฯ ในสภา เริ่มเปิดหัวเชื้อโจมตี “บิ๊กตู่” นักเรียนเตรียมทหารรุ่นน้อง ได้ตำแหน่งนายกฯ อย่างไม่ชอบธรรม มาถึงการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภา “พี่ตู่” เสรีพิศุทธ์ ยกประเด็นคุณสมบัตินายกฯ ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาอภิปราย จนไหลลงทะเลกลายเป็นศึกศิษย์เก่าเตรียมทหารในสภา ทำเอา “น้องตู่” ประกาศตัดรุ่นพี่รุ่นน้องกันไปเลยทีเดียว


          กระทั่งวันเปิดสภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์คนเดิม บอกว่า ไม่ร่วมอภิปรายงบประมาณปี 2563 โดยให้เหตุผล "รัฐบาลนี้มาโดยไม่ชอบธรรม ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่สมบูรณ์ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย”


          ครั้นถึงวันลงมติร่าง พ.ร.บ.งบฯ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ออกอาการเคืองพรรคร่วมฝ่ายค้านอีก ดันไปงดออกเสียง แทนที่จะยกมือไม่เห็นชอบ ออกอาการงอนตุ๊บป่องพรรคร่วมฝ่ายค้านไปหลายวัน


          ดูเหมือนประเด็นที่ทำให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยึดพื้นที่สื่อ ได้รับการนำเสนอให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์พฤติการณ์ตัวท่านเอง เห็นจะมีอยู่เรื่องเดียว คือ ตามราวี พล.อ.ประยุทธ์ อยู่นั่นล่ะ


          ทั้งที่ประเด็นสถานะ พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งที่ปมการถวายสัตย์ไม่ครบถ้วน ต่างได้รับการวินิจฉัยโดยศาลรัฐธรรมนูญเคลียร์ครบทุกประเด็นแล้วมิใช่หรือ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ท่านไปอยู่ไหนมา

 



          บทบาทหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้เป็นตัวแทนปวงชนชาวไทย มีหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชนในโลกยุคปัจจุบัน มิใช่ให้ไปทำหน้าที่ตามล่าหาอดีตแล้วตกอยู่ในสภาพเหม่อลอยพร่ำเพ้อเรื่องเก่า ย้ำคิดย้ำทำ เหมือนภาวะอาการบางอย่าง


          นี่ขนาดได้รับเกียรติให้เป็นประธานกรรมาธิการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น ดูเอาก็แล้วกัน ออกหนังสือเชิญนายกฯ ให้มาชี้แจงกรรมาธิการ ด้วยเหตุผลเดิมอีกแล้วครับท่าน ว่า “ถวายสัตย์ไม่ครบ”


          เลขาธิการนายกรัฐมนตรีอุตส่าห์ทำหนังสือถาม กมธ. ใช้อำนาจใดเรียกนายกฯ ไปแจง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ สวนกลับเลขาฯ นายกฯ ซะงั้นว่า “เสียมารยาท มาตอบจดหมายแทนนายกฯ ได้กระไร” แล้วยืนกราน ยังไง้ยังไง นายกฯ ต้องมานั่งให้กรรมาธิการปราบโกงสอบสวนพร้อมกับอ้างข้อกฎหมายโน่นนี่นั่น ถ้าไม่มา “บิ๊กตู่" จะมีความผิดโทษฐานปฏิเสธกรรมาธิการ จะต้องโดนจับติดคุก


          “โอ้! ชักไปกันใหญ่แล้วครับ !!!”


          ไม่แปลกที่ชวน หลีกภัย ประธานสภา ต้องออกมาเตือนสติ


          “การเชิญบุคคลมาชี้แจงต้องอยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรรมาธิการแต่ละชุด ไม่ใช่เชิญเปะปะ ส่วนเชิญใครนั้นก็เป็นสิทธิ์ของผู้เชิญ ส่วนผู้รับเชิญสำหรับผม แนะนำว่าควรให้ความร่วมมือมาชี้แจง ซึ่งท่านนายกฯ และผบ.ทบ.ก็อยู่ในข่ายที่สามารถเชิญมาชี้แจงได้ เพราะผมเคยกราบเรียนนายกฯ ว่าเวลามีอะไรในสภาก็ให้ท่านมาสภา เพราะเราอยู่ในระบบนี้ก็ต้องเคารพระบบ แต่ถ้าหน้าที่ไม่เกี่ยวกับกรรมาธิการชุดนั้นๆ ก็ไปเชิญเขามาชี้แจงไม่ได้ เพราะแต่ละชุดกำหนดบทบาทเอาไว้ในกฎหมายชัดเจน” คุณชวนกล่าวไว้ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2562


          พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เคยเป็นถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มากด้วยอำนาจบารมี เมื่อมาทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย มีอำนาจในกรรมาธิการสามารถเรียกคนโน้นคนนี้มาชี้แจงในกรรมาธิการได้ แต่ต้องอยู่ในบทบาทหน้าที่ของ กมธ.ปราบโกง


          มิใช่ใช้อำนาจกมธ.สะเปะสะปะ ควานหาแต่เรื่องที่คิดว่าสามารถจี้จุดอ่อนยั่วอารมณ์ "บิ๊กตู่” ให้ตบะแตก มาเป็นเครื่องเล่นทางการเมือง


          กลเกมการเมืองแบบเก่าๆ กอปรกับอายุอานามขนาดนี้แล้วด้วย ไม่ใช่แพทย์แต่พอวินิจฉัยสภาพเบื้องต้นได้ น่าจะเข้าข่ายตกอยู่ในอาการเมาหมัดเมาอำนาจ


          บุคคลที่อยู่ในอาการแบบนี้น่าเป็นห่วงพอสมควร อาจจำเป็นต้องได้รับคำปรึกษาและบำบัดนะครับ