
อนาคตใหม่ หรือ อนาคตดับ
อนาคตใหม่ หรือ อนาคตดับ
รายการเนชั่นสุดสัปดาห์กับ 3 บก. ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลาห้าโมงเย็น ทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 "สมชาย มีเสน” ซีอีโอเครือเนชั่น "วีระศักดิ์ พงษ์อักษร" บรรณาธิการบริหาร นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และ "บากบั่น บุญเลิศ" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นสพ.ฐานเศรษฐกิจ ร่วมวิเคราะห์ประเด็น “อนาคตใหม่หรืออนาคตดับ!”
“บากบั่น” ตั้งคำถามว่า เหตุผลที่ตั้งชื่อรายการในครั้งนี้เพราะผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 จ.นครปฐม น่าจะเป็นบทพิสูจน์พรรคอนาคตใหม่ เพราะแกนนำพรรคเคยบอกว่าจะเป็นโดมิโนล้มรัฐบาล แต่เมื่อผลออกมาตรงข้ามก็อ้างเหตุผลว่าแพ้เพราะเลือกตั้งวันพุธ แบบนี้สะท้อนอะไร
“สมชาย” ประเมินว่า หากเทียบคะแนนการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม กับวันที่ 23 ตุลาคม พบว่าพรรคอนาคตใหม่คะแนนลดลงราวร้อยละ 70 พรรคประชาธิปัตย์ลดลงร้อยละ 2 พรรคชาติไทยพัฒนาที่ชนะในคราวนี้ เพราะสร้างคะแนนเพิ่มและพรรคพลังประชารัฐเทคะแนนให้ โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 206 แม้ผู้ใช้สิทธิครั้งนี้ลดลงจากครั้งที่แล้วไปบ้าง
คะแนนที่ออกมาแบบนี้ส่งผลในระดับใหญ่กับพรรคอนาคตใหม่เกี่ยวกับแนวทางการทำงานทางการเมืองในวันนี้ว่าเป็นเช่นใด เพราะตอนแรกสังคมไม่รู้ แต่ตอนนี้สังคมรู้แล้ว
สิ่งที่แกนนำพรรคอ้างว่า แพ้เพราะเลือกตั้งวันพุธ เพราะฐานเสียงไม่ได้หยุดงานมาใช้สิทธิ รวมทั้งเคยร้องเรียน กกต.ไปด้วย แต่ กกต.ยืนยันว่าต้องเลือกตั้งในช่วงวันหยุดและต้องอยู่ภายในเวลา 45 วัน แต่เลือกตั้งซ่อมครั้งนี้หลายพรรคก็ส่งผู้สมัคร ส.ส.ในเขตนี้และไม่มีปัญหาใดๆ
มองว่าสิ่งที่พรรคอนาคตใหม่หาเสียงในเขตนี้นั้น แกนนำพรรคหาเสียงเชิงขู่ประชาชนที่บอกว่าพรรคนี้ไม่เอาอำนาจฉ้อฉล และหากชาวบ้านมองว่ารัฐบาลชุดนี้ทำให้บ้านเมืองเจริญก็ขอให้เลือกฝ่ายรัฐบาล หากรักประชาธิปไตย รักหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ขอให้เลือกเพื่อไม่ให้ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ติดคุก, ไม่ให้พรรคอนาคตใหม่โดนยุบพรรค ก็ขอให้เลือกผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่
ตรรกะแบบนี้ของแกนนำพรรคอนาคตใหม่นับว่าเป็นอันตรายทางการเมือง รวมทั้งพรรคนี้ยังบอกว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญ เพราะเศรษฐกิจไม่ดี และยังมีปรากฏการณ์ขัดแย้งในพรรคหลายเรื่อง เช่น การแบ่งสามวรรณะในพรรค, การส่งตัวแทนไทยซัมมิทไปดูแลสาขาพรรคในต่างจังหวัด, การล็อกผู้สมัครการเมืองท้องถิ่น, การล็อกส.ส.ไปทำหน้าที่กมธ., การรวบอำนาจบริหารพรรคของหัวหน้าพรรค, ผู้สมัครส.ส.และสมาชิกพรรคทยอยลาออก, ส.ส.บัญชีรายชื่อลาออกจากกรรมการบริหารพรรคในเรื่องการลงมติในรัฐสภาของ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่
พ.ร.ก.ฉบับนี้ 70 ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ลงมติไม่เห็นด้วย แต่ ส.ส.บางส่วนไม่ทำตาม ทั้งๆ ที่ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านลงมติเห็นด้วย และมีการเปิดเผยจาก ส.ส.ในพรรคออกมาว่าตอนแรกพรรคจะงดออกเสียงแต่ตอนหลังมาเปลี่ยนเป็นไม่เห็นด้วย ตรงนี้แปลว่าอะไร รวมทั้งร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 วาระแรก ตามที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่คนหนึ่งลงมติเห็นชอบ แม้พรรคจะงดออกเสียง โดยพรรคแจ้งว่าจะตั้งทีมสอบสวน กรณี ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ฝ่าฝืนมติพรรค
สมาชิกพรรคบางคนบอกว่า ส.ส.เหล่านี้พรรคควรไล่ออก แต่มองว่าพรรคอนาคตใหม่จะทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญระบุไว้ว่าหาก ส.ส.พ้นจากสมาชิกพรรค สามารถไปหาพรรคใหม่สังกัดภายใน 30 วันได้, และยังคุ้มครองเอกสิทธิ์ ส.ส.ในการลงมติในรัฐสภา ดังนั้น ส.ส.ไม่กลัวมติพรรค เพราะ ส.ส.ใช้สิทธิในการทำหน้าที่ตัวแทนปวงชนชาวไทยเพื่อดูแลประชาชน
“อุดม รัฐอมฤต” อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ระบุว่า ส.ส.ไม่ใช่ผู้แทนของพรรค แม้กฎหมายระบุต้องสังกัดพรรคก่อนลงสมัครรับเลือกตั้ง 90 วัน แต่ ส.ส.เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย หากทำหน้าที่ถูกต้องจะยังคงสภาพ ส.ส. แม้อาจไม่ทำตามมติพรรค ก็เป็นเหตุภายในพรรค ส.ส.จะย้ายพรรคได้ด้วยเหตุโดนขับออกจากพรรคหรือพรรคโดนยุบ แปลว่า ส.ส.จะย้ายพรรคด้วยความพอใจส่วนตัวไม่ได้
ประวัติศาสตร์ "งูเห่าภาคหนึ่ง” ระบุว่า กรรมการบริหารพรรคประชากรไทยมีมติไล่ ส.ส.พรรคประชากรไทยที่ไปหนุนพรรคประชาธิปัตย์ในการตั้งรัฐบาลชวน 2 เพราะพรรคประชากรไทยมีมติหนุน พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่า แม้ 14 ส.ส.พรรคประชากรไทยลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี (ในช่วงนั้น) ขัดกับมติพรรคแต่ก็ไม่สิ้นสภาพ ส.ส. เพราะ ส.ส.มีอิสระในการลงคะเเนน ตรงนี้คือบรรทัดฐาน
และรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เขียนไว้ดังที่ "อุดม” ระบุ
“วีระศักดิ์” วิเคราะห์ว่า ปัจจัยที่พรรคชาติไทยพัฒนาชนะครั้งนี้ เพราะวางกลยุทธ์เหมือนเลือกตั้งท้องถิ่น คือเดินเคาะประตูบ้านแทนการขึ้นปราศรัย, พรรคพลังประชารัฐไม่ส่งผู้สมัครและเทคะแนนให้, ตั้งทีมโซเชียลมีเดีย, เจาะหัวคะแนน 13 ตำบล, เน้นคนรุ่นใหม่จากกองเชียร์ทีมฟุตบอลนครปฐม ยูไนเต็ด, ผลการปฏิบัติทางการเมืองของพรรคอนาคตใหม่หลังเลือกตั้งที่ส่อไปในทางสุดโต่ง, การลงมติไม่เห็นด้วยของพรรคอนาคตใหม่ในรัฐสภา (พ.ร.ก.)
สถานการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ตอนนี้ ความขัดแย้งในพรรคเยอะแบบนี้ แม้แกนนำพรรคจะดำเนินการเอาผิด แต่พรรคอนาคตใหม่คงขับไล่ ส.ส.ออกจากพรรคไม่ได้ เพราะมีบรรทัดฐานทางกฎหมายระบุไว้แล้วจากงูเห่าภาคหนึ่ง
“บากบั่น” ตั้งคำถามว่า หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่บอกว่า ใครที่ทำตามมติพรรคคือเหล็กเนื้อแท้ ใครไม่เห็นด้วยกับมติพรรคคือสนิม แต่เหตุการณ์หลายเรื่องที่เกิดขึ้นแสดงว่า พรรคนี้มีปัญหาภายในแล้ว และจะเป็นเช่นใดในวันต่อไป
“สมชาย” กล่าวว่า พรรคนี้ต้องปรับตัว คืออย่าท้าทายสังคม ไม่เช่นนั้น ส.ส.จะมองว่าไม่ปลอดภัย แรงกระเพื่อมในพรรคจะเกิดแน่นอน ในวันที่ 20 พฤศจิกายน คือการตัดสินการโอนหุ้นวี-ลัค มีเดีย ของหัวหน้าพรรค ตรงนี้จะมีผลที่ชัดเจนต่อ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ แม้จะมีแรงกระเพื่อมไปบ้างแล้วในช่วงที่ ส.ส.ลงมติสวนแนวทางพรรค
“วีระศักดิ์” สรุปว่า แบบนี้ชัดเจนแล้วว่า พรรคอนาคตใหม่จะใหม่หรือดับ



