
เอทีวี รถตรวจการณ์ริมหาด..เขี้ยวเล็บตร.ท่องเที่ยว
เอทีวี รถตรวจการณ์ริมหาด..เขี้ยวเล็บตร.ท่องเที่ยว คอลัมน์... สายตรวจระวังภัย โดย... ทีมข่าวอาชญากรรม
แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยที่สำคัญ ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวต่างชาติ สิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงกับแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้คือความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และหนึ่งในหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงก็หนีไม่พ้น “ตำรวจท่องเที่ยว”
ด้วยเหตุนี้ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (บช.ทท.) จึงมีมาตรการออกตรวจรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวตามโครงการ “ไทยแลนด์ ริเวียร่า” เลียบชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของอ่าวไทย ขณะเดียวกันลักษณะทางกายภาพของแต่ละพื้นที่ก็มีความแตกต่างกันไป ทั้งชายหาด เนินเขา หรือที่ลาดชัน ยานพาหนะทั่วไปไม่อาจเข้าถึงพื้นที่ดังกล่าวได้ ฉะนั้นรถเอทีวี (ATV) น่าจะเป็นยานพาหนะที่ตอบโจทย์กับสภาพพื้นที่ในการออกตรวจตรารักษาความปลอดภัยของตำรวจท่องเที่ยว จึงผุดโครงการ “รถ ATV เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว”
กระทั่งเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ที่ผ่านมา พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ ผบช.ทท. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง รองผบช.ทท. และเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ได้ดำเนินการรับมอบรถเอทีวี จำนวน 20 คัน จากบริษัทผู้ผลิตรถนำมามอบให้เพื่อใช้ปฏิบัติการดูแลและอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย
พล.ต.ท.เชษฐา บอกว่า รถเอทีวี ถือเป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่จะขับเคลื่อนกลยุทธ์ในโครงการ “ไทยแลนด์ ริเวียร่า” หรือถนนเลียบชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของอ่าวไทย ครอบคลุมพื้นที่ภาคกลางตอนล่างต่อเนื่องภาคใต้ตอนบน ตั้งแต่ สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และ ระนอง ซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล จึงเป็นโครงการที่ตำรวจท่องเที่ยวได้รับนโยบายให้มาดำเนินการในเรื่องของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวในสถานที่บริเวณชายหาดและบนเขาสูงที่รถยนต์ไม่สามารถเข้าถึง ตำรวจท่องเที่ยวจึงต้องนำรถเอทีวีเข้ามาใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้
สำหรับรถเอทีวีจำนวนดังกล่าวที่ตำรวจท่องเที่ยวได้รับมอบมานั้น จะถูกจัดสรรให้ตำรวจท่องเที่ยวในแต่ละกองบังคับการนำไปใช้ปฏิบัติหน้าที่ตามความเหมาะสม โดยแบ่งให้ กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 (บก.ทท.1) จำนวน 1 คัน กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 (บก.ทท.2) จำนวน 8 คัน และ กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 (บก.ทท.3) จำนวน 11 คัน โดยมีตำรวจท่องเที่ยวจากกองบังคับการต่างๆ ร่วมรับฟังนโยบาย และข้อสั่งการเพื่อนำรถเอทีวีออกไปใช้ปฏิบัติงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด
ทั้งนี้หากนักท่องเที่ยว หรือประชาชนท่านใดพบเห็นเหตุด่วนเหตุร้าย สามารถแจ้งเบาะแสมาที่สายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งทางตำรวจท่องเที่ยวยินดีให้บริการทุกคน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
การใช้รถเอทีวีเป็นรถตรวจการณ์ครั้งนี้ถือเป็นการเสริมเขี้ยวเล็บให้ตำรวจท่องเที่ยวปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะภาพลักษณ์ ความเชื่อมั่น และการยกระดับการท่องเที่ยวไทย..!!



