*****************************

 

เลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 นักการเมืองค่าย “สะสมทรัพย์” ในสีเสื้อพรรคชาติไทยพัฒนา รอดมาหนึ่งเดียวคือที่เขต 2 “เสี่ยโหน่ง" พาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ ลูกชายของ “เสี่ยอ้อน” ไชยา สะสมทรัพย์

 

ส่วนเจ้าพ่อบางเลน-ก่อเกียรติ สิริยะเสถียร เขต 3, “เสี่ยหมวย” อนุชา สะสมทรัพย์ เขต 4 และ “เสี่ยเตี้ย” เผดิมชัย สะสมทรัพย์ เขต 5 พ่ายยับ

 

ฉะนั้นการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 นครปฐม จึงเป็นโอกาสให้ตระกูล “สะสมทรัพย์” ได้มีโอกาสล้างตาคู่ปรับเก่าอย่างพรรคอนาคตใหม่

 

 

 

พรรคสะสมทรัพย์

 

คงทราบแล้วว่าผลการเลือกตั้งซ่อมเขต 5 นครปฐม (13 ตำบลของ อ.สามพราน) เผดิมชัย สะสมทรัพย์” ได้รับชัยชนะด้วยคะแนน 3.7 หมื่นคะแนน จากเดิม 1.2 หมื่นคะแนน

 

 

 

"เผดิมชัย" มีชัย "พรรคสะสมทรัพย์" กลับมาแล้ว 

เผดิมชัย ขอบคุณคนสามพราน

 

 

 

ศึกสามพรานหนที่สอง “เผดิมชัย” เดินลงสนามในพรรคชาติไทยพัฒนาก็จริง เมื่อเข้าสู่สมรภูมิกลับเคลื่อนไหวในนาม “พรรคสะสมทรัพย์” และขอให้แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่ต้องเข้ามาหาเสียงในนครปฐม

 

เผดิมชัยวางกลยุทธ์ประหนึ่งเลือกตั้งท้องถิ่นทำให้เป็นเรื่องของ “ตัวบุคคล” ขายความเป็น “สะสมทรัพย์” ที่ดูแลคนสามพรานมายาวนาน ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างพรรครัฐบาลกับฝ่ายค้าน

 

 

"เผดิมชัย" มีชัย "พรรคสะสมทรัพย์" กลับมาแล้ว 

 

 

การไม่ลงสนามของ “ระวัง เนตรโพธิ์แก้ว” อดีต ส.ส.นครปฐม พรรคพลังประชารัฐ ก็เอื้อต่อกลยุทธ์ของบ้านใหญ่สะสมทรัพย์

 

อีกด้านหนึ่ง เผดิมชัยสรุปบทเรียน เพราะโตมาจากการเมืองอะนาล็อก เมื่อเจอการเมืองดิจิทัลก็ปรับตัวไม่ทัน ดังนั้นหาเสียงเลือกตั้งซ่อม เผดิมชัยตั้งทีมงานสื่อดิจิทัลหาเสียงขึ้นมาโดยเฉพาะ

 

บวกกับลูกอ้อนขอเป็นหนึ่งในใจชาวบ้าน ไม่มีตั้งเวทีปราศรัย เน้นการลงพื้นที่เคาะประตูบ้านและใช้ทีมงานเดินเกมลึก “เจาะ” ทุกหมู่บ้านใน 13 ตำบล

 

บ้านใหญ่สะสมทรัพย์ จึงได้มาอีก 1 เสียง รวมเป็น 2 เสียงคือ ลุงเตี้ยกับหลานโหน่ง

 

 

 

เหลิงและหลงในชัยชนะ

 

เลือกตั้ง 24 ตุลาคม 2562 เกิด “สึนามิการเมือง” ในกรุงเทพฯ จึงทะลักไปถึง อ.สามพราน และนักการเมืองหญิงโนเนม คว่ำอดีต ส.ส.ค่ายบ้านใหญ่นครปฐมแบบเหลือเชื่ิอ

 

เมื่อมีเลือกตั้งซ่อม เขต 5 พรรคอนาคตใหม่ กลับวิเคราะห์สถานการณ์ไม่ต่างจากเลือกตั้ง 24 มีนาคม ยังคิดเก่า ทำเก่า จึงชูแคมเปญ “1 เสียงสามพราน ล้มรัฐบาลประยุทธ์” หรือ ทนลุงไม่ไหว เลือกอนาคตใหม่”

 

 

"เผดิมชัย" มีชัย "พรรคสะสมทรัพย์" กลับมาแล้ว 

อนาคตใหม่หาเสียงเต็มรูปแบบ

 

 

ด้วยเหตุนี้บรรดาส.ส.ค่ายสีส้มที่แห่ไปหาเสียงในสามพราน จึงปราศรัยดุดัน เกรี้ยวกราด วนอยู่กับวาทกรรมไล่เผด็จการทหาร แต่อีกฝ่ายหนึ่งมาบทพระเอกลิเก อ้อนแฟนๆ ขอหนึ่งเสียงเพื่อมาดูแลกันเหมือนเก่า

 

 

"เผดิมชัย" มีชัย "พรรคสะสมทรัพย์" กลับมาแล้ว 

โปรดสังเกตป้ายหาเสียง "ทนลุงไม่ไหว"

 

 

 

ประการสำคัญตอนเลือกตั้ง 24 มีนาคม สนามนครปฐม พรรคเพื่อไทยส่งพรรคไทยรักษาชาติลงแทน แต่พรรคสาขา 2 เกิดอุบัติเหตุถูกยุบ คนเสื้อแดงอ้อมใหญ่-สามพราน จึงเลือกอนาคตใหม่

 

ก่อนวันเลือกตั้งซ่อม 23 ตุลาคม การโหวตไม่เห็นด้วย พ.ร.ก.โอนกำลังพลฯ ก่อปฏิกิริยา “พลพรรคส้มหวาน” เหยียดหยันพรรคเพื่อไทยว่า “สู้ไป กราบไป” ตามมาด้วย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พูดพาดพิง “นายใหญ่ดูไบ”

 

คนเสื้อแดงพันธุ์แท้จำนวนไม่น้อยจึงสั่งสอนอนาคตใหม่ไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง มินับ “เอฟซีใจถึงพึ่งได้” ของ “วัน อยู่บำรุง” ที่หันไปเลือก “ลุงเตี้ย” แทน

 

 

ทุ่มมากหวังสูง

 

ศึกสามพรานหนนี้ “ธนาธร-ปิยบุตร” ส่งไป ชัยธวัช ตุลาทน” รองเลขาธิการพรรคไปดูแล และแต่งตั้งคนเดือนตุลา อำนาจ สถาวรฤทธิ์” เป็นผู้อำนวยการศูนย์เลือกตั้งซ่อม

 

บังเอิญ ป๋วย” ไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 ก็เป็น “คนรุ่น 6 ตุลา” เลยทำให้บรรยากาศการหาเสียงจึงอบอวลไปด้วยภาษา “ซ้ายเก่า”

 

“อำนาจ” เคยเป็นผู้อำนวยการเลือกตั้งซ่อมเขต 3 นครปฐม พรรคไทยรักไทย เมื่อปี 2545 จึงได้นำเอาบทเรียนการหาเสียงแบบไทยรักไทยมาใช้

 

 

"เผดิมชัย" มีชัย "พรรคสะสมทรัพย์" กลับมาแล้ว 

 

 

 

แกนนำอนาคตใหม่วาดหวังไว้สูง ตั้งเป้าเอาชนะและโกยแต้มถึง 5-6 หมื่นคะแนน หวังตบหน้าเผด็จการ เลยส่งกองทัพสีส้มลุยหาเสียง เปิดปราศรัยใหญ่ถึง 2 ครั้ง และส่ง ส.ส. 60 คน ไปเฝ้าหน่วยเลือกตั้ง

 

ต่างจากเลือกตั้ง 24 มีนาคม อนาคตใหม่ เขต 5 ไม่มีป้าย ไม่มีรถแห่ “จุมพิตา จันทรขจร” ภรรยาของป๋วย เดินแจกแผ่นพับไม่กี่วัน แต่ได้สึนามิการเมืองมาช่วยอุ้มได้เป็น ส.ส.

 

ธนาธร-ปิยบุตร” เชื่อมั่นในพลังดิจิทัล แต่หาเสียงเลือกตั้งซ่อมแบบอะนาล็อก เมื่อไร้กระแสสึนามิ จึงพ่ายบ้านใหญ่สะสมทรัพย์

 

*****************************