เรื่องวุ่นวายของ “หมอลำคาร์นิวัล” ที่จัดมา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปี 2562 ดูเหมือนจะอยู่ในความสนใจของคนขอนแก่นอย่างยิ่ง เพราะจัดปีไหนก็มีปัญหาตลอด ถูกวิจารณ์ตลอด โดยเฉพาะปีล่าสุดที่งบประมาณในการจัดบานเบอะทะลุ 27.4 ล้าน ทั้งๆ ที่หลายคนมองสเกลงานแล้วน่าจะไม่เกิน 10 ล้านด้วยซ้ำ

 

 

          ปี 2560 ที่จัดเป็นปีแรก เจ้าภาพจัดคือสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่กรุงเทพฯ มาจัด และเชิญหลายหน่วยงานในพื้นที่เข้าร่วมหารือ ประชุม ดำเนินการ แต่ก็ได้ยินเสียงบ่นๆ ว่าคนในพื้นที่ หน่วยงานในพื้นที่มีส่วนร่วมค่อนข้างน้อยเพราะทุกอย่างอยู่ในการดูแลของออร์แกไนซ์ทั้งหมด งบประมาณการจัดในปีนั้นอยู่ที่ 6 ล้านบาท มีการแต่งชุดหมอลำเดินตามถนน เลียนแบบงานคาร์นิวัลในเมืองนอก มีดาราดังในเพลานั้นคือ “เคน ภูภูมิ” ซึ่งกำลังดังจากละครเรื่อง “นาคี” มาร่วมโชว์ตัวในขบวนแห่ด้วย และมีศิลปินแห่งชาติ คุณแม่ฉวีวรรณ ดำเนิน คุณพ่อป.ฉลาดน้อย ส่งเสริม และคุณแม่บานเย็น รากแก่น มาขึ้นรถแห่ไปตามถนนรวมถึงมีการแสดงหมอลำเวทีใหญ่ริมบึงแก่นนคร มีการยกอ้อ ยอครู รัฐมนตรีบินมาเปิดงาน แต่น่าเสียดายที่ปีนั้นฝนกระหน่ำแทบไม่มีชิ้นดี จนมีเสียงพูดว่า “ผิดครู” เพราะชุดหมอลำเป็นชุดมีคุณค่า คือตัวแทนศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ไม่ควรเอามาใส่แล้วเดินตามท้องถนนแบบนี้ เลยทำให้ฝนตกหนัก


          ปีที่ 2 ได้ยินว่างบประมาณก็เท่าเดิม เพิ่มเติมคือมีปัญหากันระหว่างออร์แกไนซ์กับคนที่รับงานต่อในพื้นที่ไม่จ่ายเงินกันจนขึ้นโรงขึ้นศาล งานนี้การมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ก็ยังน้อยเหมือนเดิม มีหน้าที่แค่เอาคนไปร่วมงานและร่วมชมเท่านั้น และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยก็เป็นเจ้าภาพเช่นเคย

 

 

 

หมอลำคาร์นิวุ่น วุ่นทุกปี

 


          แต่พอปีที่ 3 ดูเหมือนว่าเป็นที่จับตามองอย่างมากเพราะปีนี้โอนการทำงานมาให้หน่วยงานในท้องถิ่นอย่างสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และถูกจับตาเพราะมีการตั้งบประมาณเอาไว้สูงลิ่วถึง 28 ล้านบาท และมีการยื่นซองกันราคาต่ำสุดอยู่ที่ 27.4 ล้านบาท โดยระบุว่างบประมาณสูงเพราะมีการตั้งทีโออาร์ เอาไว้ตามสเปกที่สูงมาก โดยเฉพาะจะต้องมีคนมาเดินในขบวนถึง 2,000 คน งานจัด 3 วันและมีการประกวดหมอลำด้วย ซึ่งหากมองตามทีโออาร์ที่เขียนเอาไว้ค่อนข้างต้องใช้เงินเยอะและยังระบุอีกว่า หมอลำที่มาแสดงนั้นจะต้องเป็นคณะดังๆ ระดับท็อปทรีของประเทศเท่านั้น




          ตอนแรกได้อ่านทีโออาร์ก็ตกใจเพราะสิ่งที่ระบุเอาไว้ต้องใช้งบประมาณเยอะจริงๆ แต่พอมาเห็นสเกลของงานที่ออกมาในวันจริงคือ 6-8 กันยายนที่ผ่านมาแล้วทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า “ถึงเหรอ” หมายถึงงบประมาณที่ต้องใช้มันจะถึง 27.4 ล้านเลยหรือ


          แต่สิ่งที่เหมือนกันของทุกครั้งคือออร์แกไนซ์ที่มารับงานเป็นคนที่ไม่เคยทำงานหมอลำ ไม่มีความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมอีสาน ไม่รู้จักหมอลำมีใคร อะไรอย่างไรบ้าง แต่โชคดีตรงที่มีสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเป็นที่ปรึกษา และมีพ่อครูแม่ครูรุ่นศิลปินแห่งชาติที่ถูกใส่ชื่อเป็นคณะทำงานมาช่วยแนะนำด้วย
 

          พอวันจัดงานเมื่องบประมาณเยอะแต่การจัดงานออกมาไม่ได้หรูหราเหมือนที่ใช้งบประมาณไปทำให้มีกระแสโจมตีจากคนเมืองขอนแก่น กระแสโซเชียล และอื่นๆ อีกมากมาย พอซักไปซักมา ถามไปถามมาก็มีการโยนกันว่า “ปีนี้ที่ใช้งบประมาณเยอะเพราะงบประมาณไปอยู่ในส่วนของการจัดประกวดหมอลำ ซึ่งใช้งบประมาณไปมากถึง 17 ล้านบาท” เมื่อพูดออกมาแบบนี้ทำให้คนจับจ้องไปที่คณะกรรมการจัดประกวดหมอลำ ซึ่งมีระดับพ่อครูแม่ครูทั้งนั้น หลายคนเคลือบแคลงสงสัยว่าท่านเหล่านี้ได้รับเงินค่าตัวเยอะแน่นอน ทั้งค่าตอบแทนในการเป็นกรรมการตัดสินและค่าตัวในการดำเนินการต่างๆ แต่พอไปฟังจากปากของคนที่อยู่ในกระบวนการแล้ว มันโอละพ่อ ไม่ได้เยอะอย่างที่คิดเลย

 

 

 

หมอลำคาร์นิวุ่น วุ่นทุกปี

 


          โดยเฉพาะการได้ฟังการบอกเล่าของศิลปินระดับครูเรื่องการจัดประกวดหมอลำที่ถูกโยนกลองว่าใช้งบประมาณมากที่สุดแล้วก็อยากจะร้องไห้ สงสารพ่อครูแม่ครูที่ถูกดึงตัวมาลำบากในการจัดงานครั้งนี้ เพราะระดับศิลปินแห่งชาติได้ค่าตัวในการเป็นกรรมการประกวดและดูแลการจัดประกวดทั้งหมดเพียงคนละ 10,000 บาทต่อวัน ส่วนคนอื่นๆ อีก 5 คน ได้ค่าตัวคนละ 6,000 บาทต่อวัน โดยไม่มีค่าที่พัก ไม่มีค่าเดินทาง แต่ไม่ได้ถามว่ามีข้าวเลี้ยงไหม


          การจัดประกวดหมอลำจัดที่ห้างสรรพสินค้าใหญ่เมืองขอนแก่น 2 วัน หากคิดค่าเช่าสถานที่ 2 วันไม่น่าจะเกินวันละ 150,000 บาท อีก 2 วันเป็นการชิงชนะเลิศมาจัดที่หน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ซึ่งในวันที่ 7-8 กันยายน มีการตั้งโดม 2 ตัว โดมตัวแรกใช้แสดงหมอลำของคณะหมอลำชื่อดังของอีสานตามทีโออาร์ที่แจ้งไป และอีกโดมหนึ่งใช้ประกวดหมอลำ ซึ่งดูเงินรางวัลแล้วก็พอสมน้ำสมเนื้อ รวมสองประเภททั้งระดับประชาชนทั่วไปและระดับนักเรียนนักศึกษา 2 รางวัลรวมเงินอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาท และแต่ละคณะที่มาประกวดมีค่าตอบแทน ค่าเดินทาง ค่าเสื้อผ้าต่างๆ ให้อีกคณะละ 10,000 บาท โดยมีข้อแม้ว่าแต่ละคณะจะต้องมีสมาชิกไม่ต่ำกว่า 20 คน ข้อกำหนดนี้เองทำให้มีคนมาสมัครน้อย เพราะเวลากระชั้นถึงขั้นต้องไปเกณฑ์กันมา บางคณะมีสมาชิกแค่ไม่ถึง 10 คนก็ต้องไปเรียกเพื่อนมาช่วยอยู่ในคณะเพื่อให้เข้าเกณฑ์และสามารถสมัครได้


          ผลการประกวดออกมาก็เป็นที่น่าพอใจรวมถึงหลังการประกวดมีการกำหนดให้ไปโรดโชว์เพื่อโชว์ตัวในสถานที่ต่างๆ ด้วย แต่ทั้งหมดทั้งมวลหากมีการสรุปยอดค่าใช้จ่ายในการประกวดหมอลำรวมการโรดโชว์แล้วผู้ที่นั่งอยู่ในที่นั้นด้วยบอกว่าไม่น่าจะเกิน 5 ล้านบาท ซึ่งห่างไกลกับตัวเลข 17 ล้านบาทที่ว่ามากโข
 

          นอกจากนั้นเรื่องคณะหมอลำระดับแถวหน้าของเมืองไทยที่ระบุเอาไว้ในทีโออาร์นั้นเอาเข้าจริงๆ หากว่ากันราคาจ้างกันทั่วไปน่าจะอยู่ที่วงละไม่ต่ำกว่า 3-4 แสน มีประมาณ 6 คณะ แต่พอมาโชว์จริงๆ กลับพบว่าไม่ได้มาเต็มวง แถมมีแต่ตัวเอกที่มากับลูกทีมอีกไม่ถึง 20 คน อีกทั้งแต่ละคืนวงดังๆ โชว์แค่วงละ 2 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นมั่นใจได้เลยว่าค่าจ้างคงไม่ถึงวงละ 3-4 แสนตามราคาที่ตั้งเอาไว้แน่นอน
 

 

 

หมอลำคาร์นิวุ่น วุ่นทุกปี

 

 

          แต่ที่น่าอนาถใจที่สุดในส่วนของพิธียกอ้อยอครูซึ่งเป็นพิธีสำคัญที่สุดในการจัดงาน กลับมีงบประมาณให้แค่ 50,000 บาท และผลักภาระให้คุณพ่อคุณแม่ศิลปินแห่งชาติท่านเป็นคนดำเนินการ แถมมีการต่อรองงบประมาณอีกมากมาย เล่นเอางานนี้คนร่วมทำงานเหนื่อยใจเป็นที่สุดแทบอยากจะลุกหนี แต่เพราะอยากอนุรักษ์สืบสานเรื่องดีๆ เอาไว้ถึงได้ก้มหน้าทำงานให้ แม้จะถูกสายตาสงสัยของหลายคนจับจ้องก็ตาม
 

          ถึงวันนี้แม้ยังไม่มีคำชี้แจงอะไรออกมาอย่างแจ่มชัดแต่ก็ทำให้สังคมเฝ้าจับตามองโอกาสของเมืองขอนแก่นที่ได้รับงานดีๆ เข้ามา หลายคนก็มองว่าเป็นเรื่องดีที่ให้ขอนแก่นเป็นศูนย์กลางของศิลปวัฒนธรรม แต่พอเอาเข้าใจจริงๆ การทำงานที่ต้องผ่านออร์แกไนซ์และบริษัทรับจ้างจัดงาน เลยทำให้ขาดความร่วมมือร่วมใจของคนในพื้นที่ งานดีแต่มีส่วนร่วมน้อย ความอินกับงานของหน่วยงานร่วมจัดก็น้อย แถมมีการตั้งตารอว่าปีหน้าจะมีการจัดอีกหรือไม่ และปีหน้างบประมาณจะทะลุหลักกี่ล้านเรื่องนี้คงต้องรอคอยคำตอบเพราะเราๆ ท่านๆ คงทำได้แค่จับตาดูเท่านั้น