นับตั้งแต่เปิด "แคมเปญรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 " ของพรรคอนาคตใหม่อย่างเป็นทางการไป เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา  โดยมีการเดินสายลงพื้นที่พบปะประชาชน ตั้งเวที รณรงค์ตามจังหวัดต่างๆหลายต่อหลายครั้ง  แต่จนถึงขณะนี้ผ่านมา 2 เดือน ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าพรรคอนาคตใหม่ ต้องการให้แก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นใด 
   

       เพียงแต่มีการยกชู "รัฐธรรมนูญ 2540" มาเป็นต้นแบบโดยเชื่อว่า เป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยมี ( แต่กลับลืมไปว่ารัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นต้นเหตุให้เกิด"เผด็จการรัฐสภา")  และต้องการให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับและมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ( ส.ส.ร ) 

    สำหรับประเทศไทยเราเคยมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ( ส.ส.ร. ) ยกร่างรัฐธรรมนูญมาแล้ว 2 ครั้ง คือ ในปี 2540  มี ส.ส.ร.  จำนวน 99 คน โดย 76 คน มาจากตัวแทนแต่ละจังหวัด  และ 23 คน มาจากตัวแทนผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ เช่น สาขากฎหมายมหาชน ,รัฐศาสตร์ ,ด้านการเมือง  ยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2540

    และในปี 2550 หลังคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) ทำการรัฐประหาร ได้มีการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร. ) ขึ้นมาจำนวน 100 คน ทำการยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2550

     ดังนั้นหากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 โดยมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ( ส.ส.ร. ) ขึ้นมาอีก ก็จะเป็น "ส.ส.ร. 3"

        ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ บอกว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันมีปัญหา ทั้งที่มาเนื้อหาและกระบวนการ คงจะต้องอาศัยการผลักดันอย่างต่อเนื่อง ให้เกิดขึ้นเป็นจริงให้ได้  

     ขณะที่ ช่อ พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ บอกว่า  ร่างรัฐธรรมนูญใหม่สมควรทำ เพราะรัฐธรรมนูญนี้เฮงซวยทุกมาตรา

       แต่ที่ผ่านมาพรรคอนาคตใหม่ไม่มีประเด็นที่ชัดเจนว่าจะแก้ไขเรื่องอะไร บอกแต่เพียงว่า ต้องการให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับและมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ( ส.ส.ร ) ขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

     แต่ขณะเดียวกัน กลับมีเรื่อง เสนอแก้ไขมาตรา 1 ที่ระบุว่าประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้  บนเวทีเสวนา 7 พรรคฝ่ายค้านสัญจรภาคใต้ ที่จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา โดย ผศ.ดร. ชลิตา บัณฑุวงศ์ ที่ไปร่วมเวทีดังกล่าว

       ด้วยเหตุนี้พรรคอนาคตใหม่ จึงมีความจำเป็นต้องบอกให้ชัดว่าต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตราใดและเรื่องอะไรบ้าง  เพราะหากบอกแค่ว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 60 ทั้งฉบับ คนก็อาจโยงและระแวงได้ว่าต้องการแก้ไขมาตรา 1 ซึ่งมีการจุดไฟ ให้ลุกโชน ขึ้นมาแล้ว และอาจนำซึ่งความขัดแย้งอย่างรุนแรงตามมาของผู้คนในบ้านเมืองได้