royal coronation
วันที่ 17 ตุลาคม 2562
เจาะประเด็นร้อน

จับพิรุธ..ทรัพย์สิน ธนาธร เจาะปัจจัยเปลี่ยนสมการ การเมือง

วันที่ 30 กันยายน 2562 - 08:17 น.
ธนาธน จึงรุ่งเรืองกิจ,พรรคอนาคตใหม่
Shares :
เปิดอ่าน 11 ครั้ง

จับพิรุธ..ทรัพย์สิน ธนาธร เจาะปัจจัยเปลี่ยนสมการ การเมือง

 

 

 

          รายการเนชั่นสุดสัปดาห์กับ 3 บก. ออกอากาศทุกวันเสาร์เวลาห้าโมงเย็นทางเนชั่นทีวีช่อง 22 “สมชาย มีเสน” ซีอีโอเครือเนชั่น ”วีระศักดิ์ พงษ์อักษร“ บรรณาธิการบริหาร นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และ ”บากบั่น บุญเลิศ“ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นสพ.ฐานเศรษฐกิจ ร่วมวิเคราะห์ประเด็น ”จับพิรุธ !ทรัพย์สินธนาธร เจาะปัจจัยเปลี่ยนสมการการเมือง”

 

 

          “บากบั่น" กล่าวว่า นสพ.ฐานเศรษฐกิจ จัดพิมพ์หนังสือเกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน เขียนโดย น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ที่เขียนถึง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์​ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ โดยสองอดีตนายกรัฐมนตรี (ชวน หลีกภัย, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) และนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันเขียนคำนิยมให้ จัดจำหน่ายในช่วงสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ซีเอ็ดบุ๊ค และนสพ.ฐานเศรษฐกิจ โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้มูลนิธิรัฐบุรุษ

 

 

 

 


          “สมชาย" กล่าวว่า การเมืองวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม รวมทั้ง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ คือตัวแปรทางการเมือง หลายวันที่ผ่านมานายกฯ ไปประชุมยูเอ็นที่สหรัฐโดยมีคนไทยมาต้อนรับ รวมทั้งมีการจ้างคนต่างชาติมาถือป้ายประท้วง และมีคนไทยถือป้ายขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ในช่วงการหารือที่เอเชียโซไซตี้ และปาฐกถาเรื่อง ”การเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนเพื่อความยั่งยืนระหว่างประเทศ จากความแข็งแกร่งภายในสังคมไทย” ตอนนี้มีเอกสารหลุดในโลกออนไลน์ว่าธนาธรจ้างล็อบบี้ยิสต์สหรัฐ (APCO worldwide LLC) ดำเนินการโจมตีขั้วตรงข้ามและสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเอง แม้พรรคอนาคตใหม่ยืนยันว่าเป็นเอกสารจริง ไม่ได้หลุดออกมาก็ตาม

 

 

 

 


          “บากบั่น" ระบุว่า เอกสารระบุว่าธนาธรจ้างล็อบบี้ยิสต์รายนี้ดำเนินการกิจกรรมทางการเมืองหกเดือน เดือนละหนึ่งหมื่นดอลลาร์ แม้พรรคอนาคตใหม่ชี้แจงเหตุผลต่างๆ และอ้างว่าต้องเปิดเผยสัญญานี้ตามกฎหมายสหรัฐก็ตาม แต่เมื่อไปดูบันทึกข้อเก้าของเอกสารนี้ระบุว่าให้ล็อบบี้ยิสต์รายนี้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองด้วย โดยธนาธรได้อนุมัติในสัญญาจ้างฉบับนี้ด้วย

 



          “วีระศักดิ์" ประเมินว่า เอกสารชุดนี้พรรคอนาคตใหม่บอกว่าเป็นเอกสารที่ต้องเปิดเผยในการทำงานเพื่อประชาธิปไตยตามสัญญาจ้างและทำตามกฎหมายสหรัฐ แต่โลกออนไลน์รับรู้เอกสารชุดนี้ที่หลุดออกมาก่อนที่พรรคจะแถลงข่าวนี้


          เอกสาระบุว่าล็อบบี้ยิสต์มีภารกิจจัดตารางและนัดคิวให้ธนาธรในการพบบุคคลต่างๆ และไม่เกี่ยวข้องกับการสร้างสถานการณ์ รวมทั้งยืนยันว่าการเดินทางไปต่างประเทศของธนาธรนั้นสร้างประโยชน์ให้ประเทศ แต่น่าคิดว่าทำไมจ้างหกเดือนคือถึงสิ้นปีนี้

 

 


          ส่วนคนไทยที่ไปประท้วงนายกฯ นั้น หลายคนรู้แล้วว่ามีความสัมพันธ์กับส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่บางคนรวมทั้งแกนนำกลุ่มที่ต้านนายกฯ ในประเทศ


          “สมชาย” สรุปว่า อาจเป็นไปได้ว่าสัญญาจ้างครั้งนี้ผู้จ้างและผู้รับจ้างรู้กำหนดการของนายกฯ ดังนั้นการประท้วงนายกฯ ครั้งล่าสุดนี้ต้องดูว่าการดำเนินการข้างต้นอยู่ในบันทึกข้อเก้าของสัญญาจ้างนี้หรือไม่


          ส่วนการแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อป.ป.ช.ของหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่นั้น


          “สมชาย" กล่าวว่า พรรคการเมืองอยู่ในกฎหมายมหาชน แต่นักกฎหมายพรรคอนาคตใหม่บอกว่ากฎหมายไม่มีข้อห้ามให้พรรคกู้เงินจากบุคคลอื่น พรรคจึงดำเนินการกู้เงินธนาธรได้ ธนาธรแจ้งป.ป.ช.ว่ามีทรัพย์สินห้าพันกว่าล้านบาท หนี้สินหกแสนกว่าบาท รายได้ประจำปีนั้นมีเงินเดือนส.ส.และเงินประจำตำแหน่งรวมไว้ด้วย

 

 

 

 


          โฆษกพรรคอนาคตใหม่แถลงข่าวว่าบลายด์ทรัสต์ของธนาธรเป็นเอ็นโอยู ยังไม่ใช่สัญญา เพราะหัวหน้าพรรคยังไม่ทำหน้าที่ส.ส. แต่ทำไมธนาธรแจ้งบัญชีต่อป.ป.ช.ที่รวมเงินเดือนส.ส.และเงินประจำตำแหน่งไว้ด้วย


          อย่าลืมว่าในอดีตนั้นนักการเมืองลงสัตยาบันแล้วยังฉีกได้ ดังนั้นเอ็มโอยูชิ้นนี้ก็ฉีกได้เช่นกันโดยมือของพรรคอนาคตใหม่


          ปัญหาคือว่าแม้จะโอนทรัพย์สินของธนาธรเข้าบลายด์ทรัสต์ยังไม่เกิดและไม่มีกฎหมายกำหนดก็ตาม แต่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่แถลงข่าวนี้ต่อสังคมว่าจะทำแต่ยังไม่ได้ทำ แปลว่าหัวหน้าพรรคนี้หลอกสังคม สังคมเป็นเหยื่อ ตนเคยเตือนแล้วว่าสิ่งที่บางคนหาเสียงแบบนี้ คำตอบวันนี้มันชัดแล้วว่ามันคือการหลอกลวงสังคม


          “บากบั่น” ระบุว่า ก่อนเลือกตั้งไม่กี่วันธนาธรแถลงข่าวว่าต้องการสร้างมาตรฐานนักการเมืองใหม่โดยจะโอนทรัพย์สินของตัวเองไปยังบลายด์ทรัสต์และอ้างว่าตัวเองเป็นคนแรกๆ ทางการเมืองที่ดำเนินการแบบนี้ ความจริงอดีตรัฐมนตรีคนอื่นๆ เคยทำแบบนี้มาก่อนแล้ว แต่ไม่มีใครออกมาพูดแบบธนาธร ดังนั้นเหตุนี้ประชาชนโดนหลอกธนาธรหรือไม่


          เพราะเมื่อพิจารณาสิ่งที่ป.ป.ช.เปิดเผยพบว่าธนาธรยังไม่มีการทำบลายด์ทรัสต์

 

 

 

 


          “วีระศักดิ์" กล่าวว่า หากกฎหมายพรรคการเมืองฉบับเก่าบังคับใช้อยู่นั้นคดีความของหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ในวันนี้คงไม่เกิดขึ้น แต่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มาตราสี่สิบห้าที่อุดช่องว่างไม่ให้บุคคลไปครอบงำพรรคการเมืองและกฎหมายพรรคการเมืองฉบับใหม่ระบุชัดว่าไม่ให้บุคคลหรือนายทุนครอบงำพรรคได้ และระบุเจ็ดเงื่อนไขกิจกรรมที่อนุญาตพรรคการเมืองว่าจะมีรายได้ให้พรรคได้อย่างไร


          ธนาธรยื่นบัญชีต่อป.ป.ช.ว่าให้พรรคกู้เงินหนึ่งร้อยเก้าสิบเอ็ดล้านบาท แม้ก่อนหน้านี้จะเคยบอกสื่อต่างชาติว่าให้พรรคกู้เงินหนึ่งร้อยสิบล้านบาท


          “สมชาย" กล่าวว่า เงินกู้ที่พรรคดำเนินการกับธนาธรนั้นมีสองครั้ง น่าสังเกตว่าพรรคอนาคตใหม่ตั้งขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมปีที่แล้ว และระดมทุนเข้าพรรคไม่ได้จึงอาจเป็นไปได้ว่าพรรคใช้เงินของธนาธรล่วงหน้าแล้วมาบันทึกเป็นเงินกู้หนึ่งร้อยหกสิบล้านบาทเศษแบบลงบัญชีย้อนหลัง และการกู้เงินครั้งที่สองจึงระบุสามสิบล้านบาทถ้วน


          “บากบั่น" ตั้งข้อสังเกตว่า เงินกู้ครั้งแรกนั้นพรรคอนาคตใหม่ใช้หมดภายในสามเดือน แล้วจึงเกิดการกู้ครั้งที่สองจากธนาธร


          “วีระศักดิ์“ ประเมินว่ามันเป็นไปได้หลายอย่างกับการกู้เงินของพรรคนี้ที่จะอ้างเหตุผลต่างๆ เช่น กู้สมทบล่วงหน้า และธนาธรสร้างคำใหม่ขึ้นมาว่า ”การกู้เงินไม่ต้องลงบัญชีว่าเป็นรายได้ เงินกู้ไม่ใช่รายได้ และชี้แจงต่อกกต.ไปนานแล้ว” ตรรกะหลักบัญชีของเอกชนคิดอีกแบบหนึ่ง และพรรคการเมืองที่อยู่ในหลักกฎหมายมหาชนต้องใช้อีกตรรกะหนึ่ง

 

 

 

 


          เจษฎ์ โทณวณิก อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวไว้ว่า "กรณีดังกล่าวต้องวางหลักการให้ชัดก่อนว่า พรรคการเมืองไทยมีสถานะเป็นองค์กรเอกชนหรือองค์กรมหาชน หากมีสถานะเป็นองค์กรเอกชนเหมือนบริษัทห้างร้านทั่วไปก็มีสิทธิ์จะทำอะไรก็ได้ที่กฎหมายไม่ได้บัญญัติห้ามไว้ แต่ถ้าพรรคการเมืองมีสถานะเป็นองค์กรมหาชนซึ่งไม่ใช่องค์กรที่แสวงหากำไรเหมือนบริษัทห้างร้าน การจะทำอะไรในสิ่งที่แม้กฎหมายไม่ได้ห้าม ก็ทำไม่ได้ คือจะทำได้เฉพาะสิ่งที่กฎหมายอนุญาตเท่านั้น


          ทั้งนี้มาตรา 62 ของพ.ร.ป.พรรคการเมืองระบุถึงรายได้พรรค 7 ช่องทางซึ่งไม่ได้บัญญัติเปิดช่องให้กู้ยืมเงินจากแหล่งเงินกู้ใดๆ ได้ หากตีความว่าพรรคการเมืองเป็นองค์กรเอกชนก็จะสามารถกู้เงินได้ เพราะกฎหมายไม่ได้บัญญัติห้าม แต่ถ้าตีความว่าพรรคการเมืองเป็นองค์กรมหาชนก็จะไม่สามารถกู้เงินได้ เพราะกฎหมายบังคับให้มีรายได้จาก 7 ช่องทางนี้เท่านั้น เรื่องนี้ยังไม่มีบรรทัดฐานชัดเจนจึงต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยและวางบรรทัดฐาน


          ส่วนที่ธนาธรไปอ้างหลักกฎหมายเกี่ยวกับการทำธุรกิจว่าเงินกู้ไม่ใช่รายได้นั้นเป็นคนละเรื่องกัน และไม่สามารถนำมาเทียบเคียงกับพรรคการเมืองได้เลย ประกอบกับองค์กรเอกชนเองก็มีหลายประเภท ทั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด บริษัทมหาชน ซึ่งแต่ประเภทก็มีข้อกำหนดแตกต่างกันไป และเป็นคนละเรื่องกับพรรคการเมือง"


          “สมชาย” กล่าวว่า ควรรอการวินิจฉัยของกกต.ในเรื่องนี้ว่าจะส่งศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ และเป็นการชี้ชะตาพรรคอนาคตใหม่


          “บากบั่น” สรุปว่าถ้าพรรคการเมืองกู้เงินบุคคลอื่นได้ หากพรรคนั้นๆเข้ามาทำงานบริหารบ้านเมือง แบบนี้พรรคนั้นๆ จะโดนครอบงำจากคนที่ให้พรรคนั้นๆ กู้เงินได้


          ส่วนปัจจัยเปลี่ยนสมการการเมืองที่ตอนนี้ส.ส.หลายคนส่อแววยุติการปฏิบัติหน้าที่และต้องเลือกตั้งซ่อมส.ส.นั้น


          “วีระศักดิ์" ตั้งคำถามว่า การเลือกตั้งซ่อมนั้นมีผลแปรผันกับสถานการณ์การเมืองของฝ่ายค้านกับรัฐบาลเช่นใด


          “สมชาย” ประเมินว่าตอนนี้พรรครัฐบาลมีสองร้อยห้าสิบเอ็ดเสียง ฝ่ายค้านมีสองร้อยสี่สิบเจ็ดเสียง (ไม่รวมธนาธร) มีแนวโน้มสี่เขตต้องเลือกตั้งใหม่ คือ นครปฐม (อนาคตใหม่), ขอนแก่น (เพื่อไทย), กำแพงเพชรและสมุทรปราการ (พลังประชารัฐ)


          การทำงานที่ผ่านมาเหมือนว่ากกต.เตะลูกทิ้งหลายครั้งและบางกรณีเสนอให้องค์กรอิสระและฝ่ายกระบวนการยุติธรรมพิจารณา ทั้งๆ ที่กกต.ดำเนินการเองได้


          หากสี่เขตที่ต้องเลือกตั้งใหม่พรรคฝ่ายค้านและรัฐบาลส.ส.จะหายไปฝั่งละสองเสียง การลงมติในสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่จะถึงนี้ รัฐบาลต้องเสนอร่างกฎหมายและลงมติ (ไม่นับรวมการเสนอร่างกฎหมายงบประมาณที่เป็นสมัยประชุมวิสามัญ) ตอนนี้มีกระแสงูเห่าขึ้นมาแล้วเพราะคะแนนของสองฝ่ายใกล้กัน


          ดังนั้นหากมองการเลือกตั้งซ่อมในแต่ละเขตนั้นจะพบว่าเขตห้า นครปฐม (จุมพิตา จันทรขจร) พรรคอนาคตใหม่ มีสามหมื่นสี่พันกว่าคะแนน ที่ผ่านมาพบว่าผู้สมัครของพรรคนี้ทะเลาะกันเอง และพรรคร่วมรัฐบาลที่แพ้นั้นจะลงแข่งขันด้วย เขตสอง กำแพงเพชร (พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์) พรรคพลังประชารัฐ ชนะคู่แข่งหลักหมื่นคะแนน ตรงนี้มั่นใจได้ว่าพปชร.คงรักษาพื้นที่ไว้ได้ เขตห้า สมุทรปราการ (กรุงศรีวิไล สุทินเผือก) พรรคพลังประชารัฐ ชนะพรรคอื่นๆ ราวหนึ่งหมื่นคะแนน เขตเจ็ด ขอนแก่น (นวัธ เตาะเจริญสุข) พรรคเพื่อไทย ชนะคู่แข่งจากพรรคพลังประชารัฐราวสามพันคะแนน ตรงนี้น่าจะสู้กันสูสี


          ตนไม่เชื่อว่าจะเกิดระบบฮั้วคะแนนกันเพราะมันกระทบส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ที่แต่ละพรรคมี กฎหมายกำหนดว่าหากมีการเลือกตั้งใหม่ในหนึ่งปีต้องคำนวณคะแนนใหม่ของแต่ละพรรค โดยพรรคเล็กอาจไม่มีส.ส.และพรรคใหญ่นั้นคนอันดับท้ายอาจหลุดตำแหน่งส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ แต่พรรคเพื่อไทยอาจฮั้วกับพรรคอนาคตใหม่ได้ เพราะพรรคเพื่อไทยไม่มีโอกาสได้ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เพราะคะแนนพึงมีนั้นเกินไปแล้ว


          และรอติดตามการพิจารณาเรื่องร้องเรียนการเลือกตั้งหนึ่งร้อยกว่าเรื่องที่ยังอยู่ในการพิจารณาของกกต.ว่าจะสรุปออกมาเช่นใด


          “บากบั่น" สรุปว่า การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้มีผลแปรผันสำหรับฝ่ายค้านและรัฐบาล ระหว่างการได้ส.ส.เขตเพิ่มหรือลดลงในสี่เขตดังกล่าว ที่ส่งผลต่อจำนวนส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของหลายพรรคด้วย

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ