*****************************

 

          รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวคราวของทรัพย์สิน หนี้สิน ของบรรดานักการเมืองไทย ส.ส.เก่า-ใหม่ ที่นำออกมาแสดงตามระเบียบ

 

          ไม่มีอะไรเร้าใจเท่ากับเรื่องราวของ “เหล็กไหล” ที่ “คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล”ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังไทยรักไทย ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินว่าครอบครองเหล็กไหลตีมูลค่าสูงกว่า 1,000 ล้านบาท !!

 

          อย่าว่าแต่ ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ที่มีอันหูผึ่งรีบแจ้นไปฟ้อง ป.ป.ช. ให้ตรวจดูว่าเป็นการสร้างมูลค่าอำพรางหรือไม่

 

 

"ปัจจัตตัง" เหล็กไหล  จริง-หลอก ดูออกยัง?

 

 

          แต่เราก็ยังตาลุกวาวกันเลย ว่าเหล็กไหลที่ได้ยินมานานว่าเป็นของดีของศักดิ์สิทธิ์ จนคนดังๆ คนใหญ่คนโต ทหาร ตำรวจ มีในครอบครองกันเพียบนั้น มีราคาค่างวดขนาดนี้เชียวหรือ ? แล้วที่ว่าจริงที่ว่าดีนั้น มันไปยังไงมายังไง

 

 

 

เล่นแร่

 

ข้อมูลทั่วไประบุว่า เหล็กไหลเป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่ง ภาษาอังกฤษเรียก Remade ส่วนในมาเลเซียมีชื่อเรียกว่า บือซีรีเละ” เป็นแร่เหล็กบริสุทธิ์ที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ

 

เหล็กไหลมีมากมายหลายชนิด แต่ที่แพร่หลายที่สุดนั้นจะฝังตัวอยู่ในถ้ำ มีลักษณะสีดำคล้ายนิล ว่ากันว่าลนไฟให้ยืดได้

 

ความเชื่อในชนชาติทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือภูมิภาคโซนบ้านเราและเพื่อนบ้านนี่แหละ ว่าตรงกันว่าการจะนำเหล็กไหลออกมา ไม่ใช่นำออกมาได้ง่ายๆ

 

 

"ปัจจัตตัง" เหล็กไหล  จริง-หลอก ดูออกยัง?

โคตรเหล็กไหลของ คณาธิป นาทิพย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 พรรคภูมิใจไทย

 

 

 

ต้องใช้น้ำผึ้งชโลมก้อนเหล็กไหล แล้วใช้ไฟลนเหล็กไหลถึงจะยืดออกมากินน้ำผึ้ง ไปพร้อมกับเล่นไฟด้วย จากนั้นก็ลนไฟไปกระทั่งเหล็กไหลยืดออกมาเรื่อยๆ จนบางเท่าเส้นด้ายถึงจะตัดขาด !

 

แถมยังว่า การไปตัดเหล็กไหลนั้นคนธรรมดาอย่างเราๆ อย่าได้หวัง เราไม่สามารถตัดเหล็กไหลเองได้ เนื่องจากมีเทพเจ้า เจ้าป่า เจ้าเขา ฤาษี พญานาค หรือยักษ์รักษาอยู่ ต้องเป็นคนดีมีบุญ วิชาอาคมแกร่งกล้าพอถึงจะไปเอาได้

 

แค่เกริ่นพอสังเขป ยังทำเอาครางฮือขนาดนี้ พอลองหาข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ ก็มีคำอธิบายอยู่บ้าง เช่นว่า เหล็กไหล ก็คือโลหะหรือวัสดุอื่นที่มีจุดหลอมเหลวต่ำ แต่ก่อนจะเป็นเหล็กไหลได้ต้องเป็นเหล็กเหลวเสียก่อน

 

โดยจะเหลวมากเหลวน้อยขึ้นอยู่กับความร้อนที่ใส่เข้าไป เมื่อเกิดการหลอมเหลวดีแล้วก็จะไหลไปตามแรงโน้มถ่วงของโลก มิได้มีคุณวิเศษใดๆ มีแต่เพิ่มความทุกข์ความกังขาให้แก่เจ้าของที่ครอบครองมากกว่า

 

ทั้งนี้นอกจากที่พบโดยธรรมชาติอย่าง อุกกาบาต หรือซิลิเกตจากใต้โลก (แร่ที่ซิลิกอนและออกซิเจนรวมตัวกัน) แล้ว ยังมีที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้น เช่น ปรอท, แกลเลียม ที่หลอมเหลวได้ในอุณหภูมิห้อง หรือโลหะผสมอื่นๆ

 

จริงอยู่ที่ลึกๆ ในใจ หลายคนก็ตั้งคำถามเช่นนี้ แต่เมื่อเห็นความแปลกตาของเหล็กไหลที่มีหลากหลายระดับ กับการสร้างสรรพคุณความเชื่อตามเข้าไป ก็อดที่จะคล้อยตามไปกับความรู้สึกขลังที่บังเกิดขึ้นอย่างไม่รู้ตัวเลยทีเดียว

 

 

 

แปรของขลัง

 

ว่ากันว่า เหล็กไหลนั้นแบ่งเป็น 3 ระดับ ถ้าเป็นเหล็กไหลในส่วนที่มีอิทธิฤทธิ์มากที่สุด ก็เช่น เหล็กไหลปีกแมลงทับ หรือเหล็กไหลโกฏิปี เหล็กไหลเงินยวง หรือเหล็กไหลชีปะขาว เหล็กไหลเพชรดำ เหล็กไหลท้องปลาไหล

 

ระดับสอง “รังเหล็กไหล” แวววาวรองจากตัวเหล็กไหล ไม่สามารถลนไฟให้ยืดได้ เป็นส่วนที่ห่อหุ้มตัวเหล็กไหล เป็นฐานรองเหล็กไหลแข็งแน่นติดกับผนังถ้ำ เช่น โคตรเหล็กไหล แร่เกาะล้าน แร่เม็ดมะขาม เหล็กไหลทรหด

 

และสุดท้ายคือ “ขี้เหล็กไหล” มีลักษณะคล้ายน้ำตาเทียน ดำด้าน แข็งแต่ทุบให้แตกได้ง่าย เกิดจากการที่เหล็กไหลเคลื่อนผ่านทางนั้นแล้วเกิดขี้เหล็กไหลขึ้นมา กล่าวว่าแทบไม่มีฤทธิ์ใดๆ

 

ในส่วนของความเชื่อที่กล่าวมา จึงทำให้เหล็กไหลเป็นที่สนใจ ใคร่เห็น ใคร่มี ของผู้คน จนเกิดเป็นตำนานความศักดิ์สิทธิ์นานา เช่นว่ากันว่า คนที่จะไปเอาเหล็กไหลหากบุญหรืออาคมไม่ถึง เหล็กไหลนั้นก็มีฤทธิ์ขัดขืนไม่ยอมไปด้วย

 

 

"ปัจจัตตัง" เหล็กไหล  จริง-หลอก ดูออกยัง?

เหล็กไหลของคนดังที่สะสมมานาน

 

 

หรือที่ว่าเคยมีคนเข้าไปตัดเหล็กไหลแล้วเอามือไปจับเหล็กไหล เกิดมีอาการคล้ายถูกฟ้าผ่าหรือถูกไฟฟ้าแรงสูงดูด เป็นต้น

 

ขณะเดียวกันหากใครได้ครอบครอง โดยเฉพาะถ้านำเหล็กไหลไปฝังไว้ตามร่างกาย ผู้นั้นจะหนังเหนียว ทั้ง มีด ปืน หรือระเบิดก็ทำอะไรไม่ได้ ถึงขนาดที่ว่าดินปืนทุกชนิดไม่สามารถจุดติดได้ในอาณาเขตที่มีเหล็กไหลอยู่

 

 

"ปัจจัตตัง" เหล็กไหล  จริง-หลอก ดูออกยัง?

เหล็กไหลของคนดังในรูปหัวแหวน

 

 

ได้มาครอบครองยังไม่พอ ยังมีวิธีดูแลอีก โดยเรียกว่า “วิธีเลี้ยงเหล็กไหล” หรือ “บูชาเหล็กไหล” ว่ากันว่า ถ้าเลี้ยงดีเหล็กไหลจะงอกขึ้น ทั้งสีเปลี่ยนและไหลออกมา เลี้ยงไม่ดีจะตายได้ หรือหนีได้ !!??

 

และจะต้องมีพิธีอัญเชิญเหล็กไหลเข้าบ้าน ด้วยขั้นตอนต่างๆ เยอะแยะมากมายแล้วแต่จะสังกัดสำนักไหน ส่วนที่ว่าเหล็กไหลนั้นกินน้ำผึ้ง ก็ต้องมีคาถาถวายน้ำผึ้งด้วยที่ว่า “นะอึด โมอึด โธอัด นะอัด" 3 จบ

 

ว่ากันว่าการบูชาเพิ่มฤทธิ์เดชให้แก่เหล็กไหล โดยในวันพระ สวดคาถาแล้วให้นำเหล็กไหลมาอาบแสงจันทร์ในคืนเพ็ญเต็มดวง เหล็กไหลจะเจริญงอกงามสีสวยมีพลังอานุภาพมากขึ้น

 

 

 

ปั่นราคา?

 

เคยมีกระทู้ในพันทิปถามว่า “เหล็กไหลกินน้ำผึ้งหรือครับ?” คำตอบมีหลากหลาย ตั้งแต่ “เหล็ก-เหลว-ไหล” ไปจนถึง “เหล็กไหลชอบน้ำผึ้ง แต่ไม่ได้ซด กินแค่ความหวาน เหลือแต่น้ำจืดๆ ทิ้งไว้”

 

แต่ความจริงที่รู้กันคือ เหล็กไหลไม่ใช่สิ่งแรก และสิ่งเดียวที่ออกมาสร้างมุมมองสองแพร่งให้แก่ผู้คน ระหว่าง พลังที่แท้จริง” หรือ ความหลงงมงาย” ดีไม่ดีอาจเป็น ความเชื่อ” ด้วยซ้ำที่อยู่ยงมาช้านาน เป็นกระแสที่เผลอๆ จะทรงพลังยิ่งกว่าตัวเหล็กไหลเองเสียอีก

 

 

"ปัจจัตตัง" เหล็กไหล  จริง-หลอก ดูออกยัง?

เหล็กไหลสุริยันราชา ในแอพอีคอมเมิร์ช ราคา 750.บาท  แบรนด์: Parichartleklai

 

 

ยิ่งมาถึงวันนี้ ในมุมความเชื่อเรื่องเหล็กไหล ไปไกลเกินกว่าจะถอยหลังกลับ ตัวอย่างล่าสุดของคนดังฟากการเมือง อย่าง “คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล” ต้องบอกว่า ถือเป็นผู้นำทางความคิดคนหนึ่ง

 

วันนี้เขาพูดเต็มปากว่าเหล็กไหล หรือโคตรเหล็กไหลของเขานั้น มีคนมาขอซื้อในราคาเกือบ 1,000 ล้านบาทจริง แล้วเขาก็ไม่ได้เป็นคนตีราคาเอง แต่คนที่ชื่นชอบในเรื่องนี้มาติดต่อขอบูชา

 

ยิ่งเมื่อสืบค้นต่อไป ยังพบว่าผู้คนทำการเปิดขาย เปิดประมูลเหล็กไหลในครอบครองกันอยู่ก่อนแล้วมากมาย แม้แต่ในแอพสำหรับ E-Commerce สินค้าออนไลน์ ก็มีเพียบ ตั้งแต่ราคาหลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่น

 

 

"ปัจจัตตัง" เหล็กไหล  จริง-หลอก ดูออกยัง?

ข่าวสารในโซเชียลการผ่าตัดเอาเหล็กออกจากร่างกาย

 

 

แต่ถ้าสืบค้นต่อไปอีก ก็ยังมีข่าวสารในทางตรงข้าม เช่นช่วงเมษายนที่ผ่านมา มีข่าวทางโซเชียลเกี่ยวกับชายที่มาให้หมอผ่าตัดเอาเหล็กที่ฝังไว้ในตัวออก เพราะมีอาการอักเสบ โดยเป็นภาพเหล็กสองเส้นเล็กๆ วางอยู่บนผ้าก๊อซสีขาว

 

หรือไกลว่านั้นเคยมีข่าวใหญ่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม “แก๊งต้มตุ๋นเหล็กไหล” หลอกเอาเงินจากประชาชน รวมถึงตำรวจทหารชั้นผู้ใหญ่ระดับนายพล มูลค่าความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท โดยขบวนการนี้มีนายเสือเป็นเจ้าสำนัก อ้างตัวว่าเป็น “พ่อปู่สุทัศน์” มีเวทมนตร์แข็งกล้า จนถึงขั้นเรียกเหล็กไหลได้

 

 

 

ใจกลางความเชื่อ

 

อันว่าเครื่องรางของขลัง เราพอจะรู้มาบ้างว่าจุดเริ่มต้น เพราะสมัยก่อนมนุษย์ไม่เข้าใจเรื่องของธรรมชาติและภัยธรรมชาติ หลายสิ่งจึงยังเป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับมนุษย์รุ่นก่อน เช่น ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ภูเขาไฟระเบิด ฯลฯ 

 

มนุษย์จึงหาวิธีแก้ไข โดยนอกจากวิทยาศาสตร์-วิทยาการต่างๆ ก็หนีไม่พ้นบรรดาเครื่องยึดเหนี่ยวไว้ปกป้องคุ้มครอง เช่น ศาสนา, ไสยศาสตร์ และความเชื่อในเรื่องของเทพเจ้า ไปจนถึงเครื่องราง ของขลัง อย่างเหล็กไหลก็เช่นกัน

 

 

"ปัจจัตตัง" เหล็กไหล  จริง-หลอก ดูออกยัง?

“เอก อัคคี”

 

 

สุดท้ายเมื่อหันไปถามไถ่ผู้เชี่ยวชาญ อย่าง “เอก อัคคี” คอลัมนิสต์พระเครื่องและนักเขียนคนดัง ได้ให้ความเห็นไว้ว่า เท่าที่ศึกษามา ก็พอจะรับรู้ได้ว่ามีอยู่จริง เป็นเครื่องรางที่เรียกว่าเป็น “ทนสิทธิ์” คือ วัตถุธาตุตามธรรมชาติที่มีฤทธิ์ในตัวเอง

 

แต่หาของแท้ยาก เช่นเดียวกับเหล็กไหล ที่ในอดีตมีคนถูกหลอกกันมากมาย เพราะยากต่อการพิสูจน์ว่าอะไรคือของจริง ของปลอม เพราะต่างก็เต็มไปด้วยเรื่องเล่า แต่ในภาษาของนักสะสมพระเครื่องหรือเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เขาเรียกว่า “ปัจจัตตัง” คือ ต้องสัมผัสรับรู้ได้ด้วยตัวเองเท่านั้น เหมือนคนเจอผีหลอกนั้นแหละยากต่อการอธิบาย"

 

ส่วนที่คนสนใจกับเรื่องราคา คอลัมนิสต์คนดังระบุว่า ราคาเช่าหาก็สุดแท้แต่จะเรียกร้องกัน “มันไม่มีราคากลาง ราคามาตรฐานอะไรหรอก อยู่ที่ความพอใจ และขึ้นอยู่กับว่าใครขาย ใครซื้อ มีความน่าเชื่อถือต่อกันแค่ไหน ที่เรียกว่าโคตรเหล็กไหล สังคมก็ต้องพิจารณากันเอาเองว่า มันสมเหตุสมผลหรือไม่ เพราะใครจะจะตั้งราคาแพงเท่าไรก็ได้ แต่คำถามคือ ขายได้จริงหรือไม่ ถ้าขายได้ในราคานั่นจริงก็ถือว่าจริง ถ้าขายไม่ได้จริง เขาก็ถือว่า ราคาคุย...เท่านั้นเอง”

 

ขณะที่ในแวดวงเซียนพระทั่วไป ก็เหมือนจะขานรับแนวคิดนี้ อย่าง “ฉ่อย ท่าพระจันทร์” เซียนพระอาวุโส ก็ออกมาให้ความเห็นในรายการ NEWS TALK ทาง News 1 ยืนยันว่าในวงการพระไม่มีการซื้อขายเหล็กไหล ไม่สนใจด้วยซ้ำ และไม่อยากคุยให้เสียเวลา เพราะมันพิสูจน์ไม่ได้ !

 

เอวังด้วยประการฉะนี้...

 

******************************