royal coronation
วันที่ 15 ตุลาคม 2562
เจาะประเด็นร้อน

เดอะตู่ จองกฐิน ไม่ไว้วางใจ บิ๊กตู่-วิษณุ-ผู้กองธรรมนัส

วันที่ 24 กันยายน 2562 - 09:09 น.
พลตอเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส,ไม่ไว้วางใจ,บิ๊กตู่,พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา,วิษณุ เครืองาม,ผู้กองธรรมนัส
Shares :
เปิดอ่าน 6 ครั้ง

โดย...ทีมข่าวการเมือง เครือเนชั่น

 

 

 

          หลังเสร็จสิ้นการอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติกรณีนายกรัฐมนตรีกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน และการไม่ชี้แจงงบประมาณในการแถลงนโยบายรัฐบาลยุติลง ความแคลงใจของฝ่ายค้านนั้นคล้ายว่ายังไม่ยุติและมีแนวโน้มสูงยิ่งว่าหากมีการเปิดสมัยประชุมรัฐสภาในเดือนพฤศจิกายนนั้น การจองกฐินอภิปรายไม่ไว้วางใจจะบังเกิดขึ้นแน่นอน

 

 

          พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยและส.ส.บัญชีรายชื่อระบุกับทีมข่าวการเมืองเครือเนชั่นว่า "ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม นายวิษณุ เครีองาม รองนายกรัฐมนตรี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์แน่นอน” ด้วยข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายและขัดจริยธรรม


          “สิ่งที่นายกฯ ทำครั้งล่าสุดในสภาผู้แทนฯ ไปดูความเห็นในโลกออนไลน์สิ (“ทวิตเตอร์” จัดอันดับเทรนด์ฮิตในไทยพบ “#ประยุทธ์ออกไป” ขึ้นอันดับ 1 เมื่อหลายวันก่อน) มันแปลว่าอะไร สังคมมองอย่างไร นายกฯ ควรรับฟังด้วย”


          "ย้ำว่าอภิปรายไม่ไว้วางใจสามคนนี้โดนอภิปรายแน่นอน ส่วนครม.คนอื่นๆ นั้น พรรคร่วมฝ่ายค้านยังไม่ได้คุยกัน เพราะต้องปล่อยให้พวกเขาทำงานและติดตามพฤติกรรมก่อน เพราะที่ผ่านมาครม.ยังไม่ค่อยกล้าทำงาน ตอนนี้จึงให้เวลาทำงานไปก่อน แต่สามคนที่ผมระบุไว้จะโดนอภิปรายแน่นอนเพราะทำผิดกฎหมายและขัดหลักจริยธรรม” เจ้าของฉายาวีรบุรุษนาแกระบุ


          “เดอะตู่” กล่าวว่า “นายกฯ มาสภาฯ แต่ไม่ชี้แจงการถวายสัตย์ปฏิญาณตน รองนายกฯ มาชี้แจงแทนก็ตอบไม่ชัด อย่าลืมว่ารัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุดของประเทศ แต่นายกฯ ไม่ตอบ ตัวแทนก็ตอบอะไรไม่ชัดเจน ดังนั้นเปิดสมัยประชุมครั้งหน้ารับรองว่านายกฯ พูดไม่ออกแน่ ตั้งแต่เรื่องถวายสัตย์ปฏิญญาณตน การแต่งตั้งคนที่ไม่เหมาะสมมาเป็นรัฐมนตรี เพราะคนคนนี้ใครก็รู้ประวัติว่าติดคดีค้ายาเสพติดที่ต่างประเทศ ส่วนรองนายกฯ ก็มาช่วยตอบแทนนายกฯ เมื่อหลายวันก่อนในกรณีถวายสัตย์ปฏิญญาณตนแบบขี่ม้าเลียบค่ายแถมยังดึงสถาบันมาเกี่ยวข้องด้วย พูดแบบนี้ต้องรับผิดชอบ เพราะพูดจาตะแบงแบบนี้สังคมรับรู้




          นายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบที่ไม่ทำตามรัฐธรรมนูญ ต้องมีความผิด ผมจะต้องดำเนินคดีในเรื่องนี้ และนายกฯ ยังละเมิดจริยธรรมในการแต่งตั้งคนไม่เหมาะสมมาทำหน้าที่รัฐมนตรีด้วย"


          “เดอะตู่” ระบุว่า “วันนี้พรรคผมมีสิบส.ส.และอยู่ฝ่ายค้าน จะคิดอ่านทำอะไรใหญ่เกินตัวไม่ได้ เพราะต้องดูว่าแกนนำพรรคฝ่ายค้านคือเพื่อไทยที่มีส.ส.อันดับหนึ่ง และอนาคตใหม่ที่มีส.ส.อันดับสามจะเอาอย่างไร ย้ำว่าพรรคฝ่ายค้านยึดมั่นอุดมการณ์ประชาธิปไตย ส่วนการทำหน้าที่ประธานกมธ.การป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบสภาผู้แทนราษฎร ผมจะหยิบเรื่องใหญ่ๆ ที่น่าสนใจมาพิจารณา ตอนนี้ก็หยิบเรื่องวุฒิการศึกษาของรมช.เกษตรฯ มาดู และกมธ.นี้คงไม่หยิบทุกเรื่องมาพิจารณา ยอมรับบ้านเมืองเรามีเรื่องทุจริตเยอะ แต่กำลังเรามีจำกัดก็จะทำในสิ่งที่น่าสนใจและเป็นกรณีใหญ่ๆ”


          “เดอะตู่” ย้อนเวลากลับไปในช่วง 5 ปีก่อนหน้านี้ที่เกิดการชุมนุมขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดย กปปส. และเมื่อสถานการณ์บานปลาย ผบ.ทบ.ในช่วงนั้นคือ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศใช้กฎอัยการศึกและเรียกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาเจรจาแต่หาข้อยุติไม่ได้ ผบ.ทบ.ในตอนนั้นจึงยึดอำนาจ เป็นการวางแผนมาล่วงหน้าแล้ว


          “อย่าลืมว่าเลือกตั้งช่วงหลังมานี้พรรคประชาธิปัตย์แพ้เพื่อไทยตลอด สังคมก็รับรู้แล้วจึงมีการยึดอำนาจ ตอนนั้นมีคนมาชักชวนผมไปชุมนุมเหมือนข้าราชการและอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หลายคนที่ไปขึ้นเวที ผมมองว่ามันไม่ใช่ วันนั้นก่อให้เกิดความวุ่นวายในประเทศ จนวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยึดอำนาจแล้วอยู่ในอำนาจและยังสืบทอดอำนาจ ทำผิดกฎหมายบ้านเมือง และวันนี้ก็ไม่เคารพกฎหมาย แบบนี้ไม่ผิดกฎหมายและไม่ขัดจริยธรรมหรือ ทำงานในช่วงรัฐบาลคสช.ก็ไม่มีการตรวจสอบ วันนี้มีประชาธิปไตยแล้วต้องตรวจสอบผลงานที่ผ่านมา"


          “นายกฯ ชอบย้ำเรื่องการรักชาติ แต่อย่าแสดงทำนองว่าตัวเองรักชาติคนเดียว ทหาร ตำรวจและประชาชนก็รักชาติเหมือนกัน ประเทศนี้ไม่ใช่ของนายกฯ คนเดียว อย่าหลงตัวเอง อย่าลืมตัว ระวังไม่มีแผ่นดินจะอยู่ หากวันข้างหน้าคนไทยไม่อดทนนายกฯ และพร้อมใจกันออกมา"


          เรื่องสอบผมมันจบไปแล้ว
          ประเด็นที่ นสพ.ธีทัชฐ์ เกียรติลดารมย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ถูกตำรวจรัฐสภาคุมตัวออกจากอาคารรัฐสภาขณะกำลังแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเพื่อแฉถึงประวัติความเป็นวีรบุรุษนาแกของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ และอ้างว่าเหตุที่โดนคุมตัวเพราะพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ สั่งการนั้น


          “ผมไม่รู้จัก ไม่สนใจนะ ดูแล้วคนคนนี้บ๊องๆ นะ วันนั้นมีคนเห็นในรัฐสภาว่าคนคนนี้เดินเข้าออกห้องของรัฐมนตรีคนหนึ่งแล้วก็ลงมาแถลงข่าวในวันนั้น และก็มีกระแสข่าวจะฟ้องร้องผมเรื่องเช่ารถยนต์และซื้อจักรยานยนต์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าผมเกี่ยวข้องกับการทุจริต เรื่องนี้มันจบไปแล้ว


          คดีที่จะมาฟ้องผมช่วงเป็นผบ.ตร.นั้น ความจริงตอนนั้นผมโดนปล้นตำแหน่งไปด้วยซ้ำ ด้วย "เซนต์คาเบรียล คอนเน็กชั่น” ไปดูเอาว่าตอนนั้นใครเป็นรองผบ.ตร.ต่อจากผมและได้ขึ้นตำแหน่งแทนผม คดีที่ฟ้องร้องผม สุดท้ายก็ยุติเพราะผมไม่เกี่ยวข้องเลย รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ถอนเรื่องนี้ ปปช.รับไปสอบก็ยุติเรื่องเพราะไม่มีมูล


          (ต้นปี 2551 พ.ต.อ.ทินกร มั่งคั่ง อดีตนายเวรของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ที่ถูกปลดออกจากราชการ ร้องเรียนถึงนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และนายสมัครออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และในวันเดียวกันนั้นก็ออกคำสั่งย้าย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ไปปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้รักษาราชการแทน จากนั้นนายสมัครออกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 73/2551 ให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ออกจากราชการไว้ก่อน จน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ แถลงข่าวว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ต่อมาเมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้ยุติการสอบสวน และยกเลิกคำสั่งให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ออกจากราชการไว้ก่อน)


          "รัฐบาลตอนนี้พยายามสร้างภาพและดิสเครดิตผม เพราะรู้ว่าผมเอาจริงและไม่ยอมไปร่วมมือกับพวกเขา ช่วงหลังเลือกตั้งจบลง แกนนำรัฐบาลที่แล้วและยังเป็นแกนนำในรัฐบาลชุดนี้ส่งคนมาคุยกับผมหลายครั้งให้ไปร่วมรัฐบาล โดยเสนอเก้าอี้รองนายกฯและให้ดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถมด้วยปัจจัยอื่นๆ อีก ผมปฏิเสธไป เพราะรู้อยู่แล้วว่ารัฐบาลใหม่ไม่ชอบธรรม ผมหาเสียงว่าพรรคผมต้านเผด็จการแล้วจะไปอยู่กับพวกเขาทำไม พวกเขามีอำนาจก็ต่อต้านพวกผม วันนี้ผมไม่มีปัญญาไปต่อต้านพวกเขาข้างนอก ผมร้องเรียนเรื่องไม่ชอบมาพากลกี่เรื่อง เงียบหมด ผมมีพื้นที่ในรัฐสภาที่จะสู้ได้ และจะทำหน้าที่แทนประชาชนที่เดือดร้อนเพราะรัฐบาลนี้” เดอะตู่ระบุ


          “มันตัดกันไม่ได้หรอก ประวัติศาสตร์ของโรงเรียนบันทึกความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องเอาไว้”
          พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยและส.ส.บัญชีรายชื่อกล่าวไว้กับทีมข่าวเนชั่นสุดสัปดาห์หลังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรปิดฉากลง


          วิวาทะของ "เดอะตู่” นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 8 ที่ยิงไปยังนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 6 ที่ชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 12 ที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในช่วงที่ผ่านมาจวบจนวันนี้นั้น ทำทีทำท่าว่าไม่น่าจบง่ายๆ เพราะขั้วหนึ่งคือขั้วต้านการสืบทอดอำนาจ อีกขั้วหนึ่งคือคสช.ที่กลายสภาพมาเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในวันนี้


          ทั้งสามชีวิตผ่านรั้วโรงเรียนเตรียมทหารมาด้วยกัน จึงมีการเรียงลำดับนับรุ่น ดังนั้นสายสัมพันธ์ความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องจึงถูกนับไว้ในประวัติศาสตร์ของโรงเรียนแห่งนี้


          แม้ว่าบิ๊กตู่จะระบุลั่นกลางสภาว่าไม่นับว่าเป็นรุ่นพี่ช่วงค่ำวันที่ 25 กรกฎาคม คือเวลาที่เกิดเหตุข้างต้นในการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา


          "ผมรู้จักกับท่านมานานแล้วนะครับ แต่งงานก็วันเดียวกัน สมรสพระราชทานมาด้วยกัน เป็นรุ่นพี่ผม แต่วันนี้ถือว่าไม่เป็นรุ่นพี่ผม” บิ๊กตู่ระเบิดอารมณ์


          “โอเค” คือคำตอบของเดอะตู่
          "เพราะท่านไม่เคยให้เกียรติผมเลย ท่านบอกว่าชักปืนยิงผมตั้งแต่วันโน้น ถ้าท่านชักปืนยิงวันนั้น ผมก็ติดคุก” บิ๊กตู่ยังกรุ่นด้วยอารมณ์


          “อ้า” คำตอบของเดอะตู่
          “เหรียญรามาฯ ท่านได้ ผมก็ได้...นะครับ แต่ผมไม่เคยคุย แต่ผมไม่เคยแอบอ้าง ผลงานต่างๆ ผมมีมากมาย พูดจาหยาบคาย อวดอ้างอำนาจ ท่านไปทบทวนของท่านเอง ขอบคุณครับ สวัสดีครับ” เมื่อสิ้นเสียง พล.อ.ประยุทธ์ ก็พับไมโครโฟน และเดินออกไป


          เดอะตู่บอกว่า
          “นายกฯ ไม่นับรุ่นว่าผมเป็นรุ่นพี่ (เตรียมทหาร) ไม่เป็นไร การอภิปรายทั่วไปครั้งล่าสุดผมยังบอกนายกฯ ว่า ผมแนะนำในฐานะรุ่นพี่และในวันนั้นผมยังเรียก พล.อ.ประวิตร ว่าพี่ป้อมเลย”


          “...ในเมื่อท่านกล่าวคำถวายสัตย์ไม่ครบถ้วนย่อมไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ หากปล่อยให้บริหารราชการแผ่นดินย่อมจะเกิดความเสียหาย ต่างชาติไม่เอาด้วย แล้วนายกฯ จะรับผิดชอบไหวหรือไม่ ฝ่ายค้านไม่ได้เล่นการเมืองแต่เป็นเรื่องที่ต้องแนะนำนายกฯ ดังนั้นในฐานะรุ่นพี่ขอแนะนำให้ท่านแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกเถอะครับ” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวไว้ในวันที่ 18 กันยายน ถึงอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติในประเด็นการกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน


          โดยช่วงระหว่างที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อภิปรายอยู่นั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินออกจากห้องประชุม 20 นาทีและเดินกลับมาในช่วงที่ พล.อ.เสรีพิศุทธ์ อภิปรายใกล้จะจบลง


          ตรงนี้แสดงว่าบิ๊กตู่ตัดสัมพันธ์กับเดอะตู่แบบถาวร..


          แต่เดอะตู่กลับมองว่าสายสัมพันธ์มันยังอยู่แม้จะอยู่ที่ฝ่ายตัวเองก็ตามแต่ก็จะทอดเชื่อมออกไป


          “มันเห็นๆ กันอยู่และเป็นไปแบบนี้ นายกฯ ตัดความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องก็เรื่องของนายกฯ ผมไม่ได้ตัดด้วยนี่ แต่แค่อยากเตือน วันนี้ผมทำหน้าที่ในรัฐสภาเป็นฝ่ายค้านก็ต้องตรวจสอบรัฐบาลและตรวจพฤติกรรม ก็จะคอยเตือนต่อไป ปัญหาที่เกิดขึ้นหากนายกฯ ลาออกหรือยุบสภามันก็ยุติ ผมก็ยุติ"

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ