royal coronation
วันที่ 19 ตุลาคม 2562
เจาะประเด็นร้อน

ภัยรถเช่า!..ถูกเชิดขายข้ามชายแดน

วันที่ 20 กันยายน 2562 - 11:25 น.
สายตรวจระวังภัย,รถเช่า,ขายข้ามแดน,ลักรถ
Shares :
เปิดอ่าน 9 ครั้ง

คอลัมน์...  สายตรวจระวังภัย  โดย...  ทีมข่าวอาชญากรรม

 

 

 

          คดีเกี่ยวกับการ “ลักรถ” หรือ “โจรกรรมรถ” กลายเป็นอีกหนึ่งปัญหาอาชญากรรมที่มียอดการก่อเหตุพุ่งสูงและต่อเนื่องกันมานานหลายปี ดังนั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จึงมีการตั้ง “ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปจร.ตร.) สายด่วน รถหาย 1192” รวมถึงมี ศปจร.ทุกหน่วยงานในสังกัด โดยการโจรกรรมรถมีหลากหลายวิธี อยู่ที่ว่าแก๊งไหนมิจฉาชีพคนใดจะเลือกใช้มาก่อเหตุตามความถนัด

 

 

          จากข้อมูลพบว่าการโจรกรรมรถเกิดขึ้นหลักๆ อยู่ราว 10 รูปแบบ ที่เหล่าวายร้ายลงมือก่อเหตุ ประกอบด้วย 1.ทำกุญแจปลอม 2.ใช้เหล็กแข็งแทนกุญแจ 3.ใช้ลวดแข็งเกี่ยวตัวล็อกประตู 4.งัดประตูหูช้าง 5.ใช้น้ำกรด 6.ทุบกระจกประตูหรือกระจกหูช้าง 7.ช็อตวงจรไฟฟ้า 8.จูนสัญญาณจากรีโมท 9.ยกรถ และ 10.จี้หรือปล้น ทว่าปัจจุบันมีรูปแบบโจรกรรมใหม่เกิดขึ้นปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย โดยเฉพาะการใช้เล่ห์เหลี่ยม “หลอกเช่าแล้วเชิด” ถึงแม้วิธีนี้ไม่ลึกลับซับซ้อนแต่ก็ได้ผล เพราะที่ผ่านมาตำรวจมีการจับกุมแล้วหลายคดี

 

 

 

 


          หากถามว่าโจรกรรมรถได้แล้วไปไหน? อันดับแรกไม่พ้นส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน ถัดมาก็แยกชิ้นส่วนขายเป็นอะไหล่มือสอง ถ้าจะให้เนียนขึ้นก็จะสวมทะเบียน และทำทะเบียนปลอม ซึ่งสองอย่างหลังนิยมใช้ หรือเรียกได้ว่าการ “สวมซาก” เพื่อนำรถที่โจรกรรมมาขายต่อตลาดมืด หรือตามเต็นท์รถมือสอง


          ล่าสุด ตม.สระแก้ว ประสานงานกับตำรวจกัมพูชา เพื่อติดตามรถหรูที่ถูกหลอกเช่าก่อนข้ามชายแดนนำไปขายให้นายทุน จนสามารถติดตามรถคืนได้จากระบบ “จีพีเอส” และยังจับกุมมิจฉาชีพสาวแสบในขบวนการนี้ได้




          เกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ ตม.สระแก้ว ได้รับการประสานขอความช่วยเหลือจาก นายจิรวัฒน์ อายุ 33 ปี เจ้าของรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลพาร์ด สีดำ ทะเบียนป้ายแดง เนื่องจากเมื่อวันที่ 5 กันยายน นายจิรวัฒน์ ได้ให้ น.ส.จันทน์ทิพย์ อายุ 42 ปี เช่ารถยนต์คันดังกล่าว กำหนดส่งคืนในวันที่ 7 กันยายน ซึ่งตอนเช่ารถ น.ส.จันทน์ทิพย์ ได้มาพร้อมกับ น.ส.อสะรีย์ อายุ 39 ปี ที่มีลักษณะเป็นทอม แต่เมื่อครบกำหนดส่งคืนกลับเงียบหาย เจ้าของรถจึงได้ตรวจสอบรถยนต์จากระบบติดตามตำแหน่งรถยนต์ หรือจีพีเอส พบว่าตำแหน่งรถยนต์เข้าไปอยู่ในฝั่งประเทศกัมพูชา จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.คลองตัน ให้ดำเนินคดีในข้อหายักยอกทรัพย์

 

 

 

 


          จากนั้นวันที่ 8 กันยายน เจ้าหน้าที่ ตม.จว.สระแก้ว พร้อม นายจิรวัฒน์ ได้เดินทางไปตามที่ระบบจีพีเอสแสดงถึงตำแหน่งสุดท้ายของรถยนต์ และได้ตัดสัญญาณทำให้เครื่องรถยนต์ดับ เมื่อถึงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา บ้านเนินสมบูรณ์ จุดตรวจ 20 อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ได้พบ น.ส.จันทน์ทิพย์ อยู่บริเวณดังกล่าวจึงจับกุมตัว ซึ่งแนวทางการสืบสวน พบว่าขบวนการดังกล่าว มีคนกัมพูชามาตระเวนดูเต็นท์รถต่างๆ ว่ามีรถตามที่ต้องการหรือไม่ จากนั้นจะให้คนไทยมาหลอกเช่ารถแล้วนำไปส่งขายที่ประเทศกัมพูชา โดยเรื่องนี้ต้องขยายผลจับให้ได้ทั้งขบวนการ


          ทั้งนี้ตำรวจได้แนะนำผู้ประกอบกิจการรถเช่าว่า ควรติดตั้งจีพีเอสไว้ที่รถยนต์ทุกคัน เพื่อประโยชน์ในการติดตาม เมื่อเกิดเหตุโจรกรรมสูญหาย อย่างเช่นกรณีนี้สามารถติดตามได้ทันการณ์ก็เพราะมีจีพีเอส..!!

 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ