royal coronation
12 ธันวาคม 2562
เจาะประเด็นร้อน

สนธิ เล่าเบื้องหลังล้ม รัฐบาลยิ่งลักษณ์

19 กันยายน 2562 - 09:32 น.
สนธิ ลิ้มทองกุล
Shares :
เปิดอ่าน 196 ครั้ง

มองการเมืองผ่าน สนธิ เฮงซวยหรือเปลี่ยนแปลง (2) สนธิ เล่าเบื้องหลังล้ม รัฐบาลยิ่งลักษณ์

 

 

          “สนธิ ลิ้มทองกุล” อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เปิดใจกับรายการคมชัดลึก เนชั่นทีวี ที่ออกอากาศทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลาสี่ทุ่ม หลังจากถูกปล่อยตัวพ้นเรือนจำ เนื่องจากเข้าเกณฑ์พระราชทานอภัยโทษ สนธิซึ่งอยู่ในเรือนจำเป็นเวลา 2 ปี 11 เดือน 27 วัน มาบอกเล่าเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในวันนี้

 

 

          สนธิกล่าวถึงพรรคอนาคตใหม่ว่า ผลเลือกตั้งครั้งนี้เป็นข้อผิดพลาดของทุกพรรคที่ใช้คนและวิธีเดิมๆ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ใช้ความเป็นคนหนุ่ม และเสนอความหวังว่าหากประชาชนมาร่วมกับพรรคนี้เพราะเป็นคนหน้าใหม่และคิดใหม่ ช่วงที่ตนอยู่เรือนจำพบคนที่มาเยี่ยม ได้สอบถามว่าเลือกพรรคใด ได้คำตอบว่าอนาคตใหม่ ตรงนี้ทำให้คิดได้ตก และช่วงนี้พรรคนี้เหมือนกระท้อนที่ยิ่งทุบยิ่งหวาน


          คำพูดของ พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ล่าสุดที่ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เฮงซวยทุกมาตรานั้น มองว่าเป็นคนพิเศษและมีหลายมิติ เช่นคำพูดล่าสุดที่พูดมาแล้วโดนต่อต้าน แล้วมีคนมาชอบเพิ่ม ซึ่งเหมือนการพูดของแกนนำคนเสื้อแดงและเสื้อเหลืองในอดีต แต่มองว่า เรื่องนี้มีวิธีพูด โฆษกพรรคอนาคตใหม่พูดโยงรัฐธรรมนูญไปยัง คสช. แต่ว่าโฆษกพรรคอนาคตใหม่ควรกล่าวถึงประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง ไม่ควรข้ามไปยังหัวหน้า คสช.เลย เชื่อว่าหัวหน้าคสช.สั่งการวันนั้นไม่ได้ทุกเรื่อง


          ส่วนการอภิปรายทั่วไปของฝ่ายค้านในคราวนี้ ที่มุ่งเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณตนนั้น ไม่มีอะไรทำแล้วหรือ ขอย้ำว่าการเมืองไทยยังเหลวไหลเหมือนเดิม วันนี้ทะเลาะกันในเรื่องไม่เป็นเรื่องเพื่อพิสูจน์ว่านายกรัฐมนตรีถวายสัตย์ปฏิญญาณตนไม่ครบ ความจริงนั้นเบื้องหลังคือจะลากนายกฯ มายำในสภาผู้แทนฯ มันมีเท่านี้ เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ฉลาดและมีคำตอบ และมันต้องจบ


          สิ่งที่ฝ่ายค้านควรเล่นงานนายกฯ มีหลายเรื่อง เช่น วิกฤติการศึกษา วิกฤติน้ำท่วม วิกฤติเศรษฐกิจ ฯลฯ ตรงนี้มันเกี่ยวข้องกับประชาชน ไม่ใช่เรื่องถวายสัตย์ปฏิญาณตน




          หากนายกฯ ทำงานและแก้ปัญหาได้ ไม่มีใครอยากให้นายกฯ ออกไปแน่นอน หากนายกฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตนครบแต่แก้ไขปัญหาประเทศไม่ได้ นายกฯ ต้องไปเอง แต่สิ่งที่เกิดในวันนี้ แบบนี้ แปลว่าฝ่ายค้านต้องการล้างแค้นนายกฯ เท่านั้น


          ตอนนี้ต้องแก้ไขเศรษฐกิจ สิ่งที่รองนายกรัฐมนตรี(สมคิด จาตุศรีพิทักษ์)วางไว้คือ ทำเศรษฐกิจระยะยาว เช่นอีอีซี สิ่งเดียวที่รัฐบาลคิดได้คือแจกเงินคนจน และใช้ระบบให้คนมีเงินจับจ่ายใช้สอย และปัญหาน้ำท่วมวันนี้น่าเห็นใจ แต่มีคำถามว่าปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งนั้น มีการวางแผนแก้ไขอย่างไรมากี่ปีแล้ว ฝ่ายค้านควรคิดภาพรวมในเรื่องนี้และเสนอทางออกให้รัฐบาล มากกว่าจะล้มรัฐบาล


          ส่วนเรื่องเสียงปริ่มน้ำของรัฐบาลนั้น สนธิมองว่า การชิงอำนาจต้องรอเวลา แต่ฝ่ายค้านวันนี้คิดอย่างเดียวจะล้มรัฐบาลเท่านั้น ความระยำตำบอนการเมืองวันนี้ยังมีแสงสว่างบ้าง ดาวรุ่งในสภาผู้แทนฯ วันนี้มีหลายคน คนรุ่นเก่าควรไปเป็นปุ๋ยจะมีประโยชน์กว่า ครั้งหนึ่งเคยหวังว่าทหารจะมายุติความวุ่นวายทางการเมืองและวันนี้ไม่อยากให้ทหารมาเป็นรัฐบาล การยึดอำนาจของคมช.นั้นตนเรียกร้องทหารให้มาจัดการกับฝ่ายการเมืองเพราะมันมีความแตกต่าง แม้กระบวนทัศน์จะเหมือนกัน วันนั้นแรงต้านทักษิณ ชินวัตร รุนแรงมาก ตอนนั้นคนเสื้อเหลืองจะไปล้อมสนามบินเพื่อต่อต้าน ตอนนั้นทักษิณมีพลพรรคคือ เนวิน ชิดชอบ และจตุพร พรหมพันธุ์ ที่จะนำมวลชนไปที่สนามบินและน่าจะปะทะนองเลือดกัน รวมทั้งผบ.ทบ.ในตอนนั้นมีแนวโน้มโดนย้ายออกจากตำแหน่ง


          ทหารทุกยุคนั้น เวลาเกิดวิกฤติ จะรอเวลาให้สุกงอมแล้วเข้ามาแก้ไขเพื่อเป็นฮีโร่ เว้นแต่ยุค คสช. เพราะ ผบ.ทบ.กำลังจะโดนย้าย ทหารจึงออกมาก่อน มันก็เอื้อประโยชน์กันและกัน และวันนั้น พล.อ.สนธิ บุญยะรัตกลิน เป็นฮีโร่ก่อนที่จะเพี้ยนในตอนหลัง


          สนธิย้ำว่า ไม่เคยคุยกับหัวหน้าคณะยึดอำนาจ เพราะมองว่าทหารไม่ควรเตรียมตัวเพื่อตัวเองเป็นฮีโร่ในช่วงวิกฤติจนเกินไป รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีปัญหาจำนำข้าว ตอนนั้นควรออกมาหยุดรัฐบาล ไม่ใช่ปล่อยกปปส.ให้ออกมาก่อนจนวุ่นวายแล้วทหารค่อยออกมายุติการนองเลือดและยึดอำนาจ ทหารควรมีบทบาทออกมายุติความขัดแย้งแล้วถอยออกไป โดยถวายอำนาจคืนให้สถาบัน


          การยึดอำนาจครั้งล่าสุด ตนไปขึ้นเวทีแล้วบอกว่าตอนนี้วิกฤติ ทหารควรออกมาแล้วถวายคืนพระราชอำนาจ แต่ คสช.อยู่นานกว่าคมช. เพราะคสช.รู้ทันทักษิณแล้ว จึงค่อยๆ ลิดรอนอำนาจของเครือข่ายทักษิณ แต่ คสช.ลืมมองภาคประชาชนและยังปกครองโดยไม่ไว้ใจใคร เห็นจากการตั้งครม.ที่เป็นนายทหารเข้ามา เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ไว้ใจใคร จึงเลือกเพื่อนเข้ามาและมองว่าทหารคงไม่โกง แต่ปัญหาคือทำงานไม่เป็น ตรงนี้โครงสร้างเศรษฐกิจโดนกัดกร่อน เพราะต่างชาติไม่ยอมรับการยึดอำนาจ บวกกับครม.ตอนนั้นทำงานไม่เป็น ทำให้เกิดแรงกดดันที่สังคมมีต่อคสช.


          “ผมเคยบอกว่าวันนี้ใครทะเลาะกัน ไม่มีทางที่จะหลอกใช้ผมได้ ผมประท้วงทักษิณจากจุดเล็กๆ คือปิดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์เพราะผมวิจารณ์มาก ตอนนั้นทักษิณมีความเป็นเผด็จการมาก ผมคิดหนึ่งวันว่าล้างมือแล้วไปทำอาชีพอื่น แต่ตัดสินใจว่าเรื่องนี้ใหญ่ หากปล่อยไว้ทักษิณ เมื่อกล้าทำกับผมก็กล้าทำเรื่องอื่นได้ ประชาชนในวันนี้ที่มาร่วมกับพรรคอนาคตใหม่เหมือนกับประชาชนที่มารวมตัวกับผมในวันนั้น”


          สนธิบอกว่า ตอนนั้นทักษิณมีอำนาจ ไม่มีใครกล้า ยกเว้นตนที่ลุกขึ้นมาเพราะไม่กลัว หลายภาคส่วนส่งคนมาร่วมชุมนุม แต่ตนรวมกับแกนนำพันธมิตรฯ เป็น 5 คน แต่มองว่าทุกคนขอยืมมือของตนล้มทักษิณเพราะรู้ว่าตนไม่เล่นการเมือง ตรงนี้คือที่มาของคำว่า “ผมไม่ยอมให้ใครมาหลอกอีก”


          ช่วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่เสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์บางคนประสานมาที่สนธิเพื่อให้นำการชุมนุม แต่สนธิบอกว่า “ผมรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จึงแจ้งแกนนำพันธมิตรฯ ว่า จะยุบแกนนำ แต่หลายคนไม่เห็นด้วย ผมจึงลาออก คนอื่นๆ ก็ลาออกเหมือนผม เพราะผมรู้ว่าจะมีการหลอกใช้ผมนำการชุมนุม จากนั้นจึงมีการเกิดขึ้นของกปปส.”


          สิ่งที่บอกว่าจะไม่ลงถนนแล้ว สนธิให้เหตุผลว่า “เพราะว่า ผมรู้ทัน” สิ่งสำคัญคือการเมืองที่ร้ายกว่าการลงถนนคือใช้โลกออนไลน์หลอกคนอื่น โซเชียลมีเดียวันนี้ทุกคนมีสื่อเป็นของตัวเองได้ และมีบางคนต้องการโจมตีบางคนจึงปั้นข่าวปลอม ตรงนี้เชื่อว่าจะล้มรัฐบาลได้


          ส่วนสิ่งที่แกนนำพรรคอนาคตใหม่ชวนประชาชนแก้รัฐธรรมนูญและน่าจะลงมาชุมนุมที่ถนนนั้น สนธิมองว่าต้องให้ความรู้คนไทยว่าลงถนนนั้นไม่มีประโยชน์ ส่วนสิ่งที่พรรคอนาคตใหม่ทำในวันนี้นั้น รัฐบาลและทหารควรทำให้ประชาชนร้อยละเก้าสิบที่หนุนพรรคอนาคตใหม่เกิดความเข้าใจภารกิจของรัฐบาลและควรยอมรับว่าความเห็นแตกต่างกันได้ โดยพิสูจน์กันให้ชัดและโลกออนไลน์จะช่วยพิสูจน์ และอย่าใช้วิชามารกับฝ่ายตรงข้าม ดังนั้นวิธีนี้ดีที่สุด และเชื่อว่าการเมืองกำลังพัฒนาไป 


          รัฐบาลนี้กำลังกลายพันธุ์จากเผด็จการเป็นนักการเมือง ฝ่ายอนุรักษนิยมในขั้วรัฐบาลควรพยายามเข้าใจและให้เวลา รวมทั้งอย่าต่อยอดอำนาจให้นานเกินไป เพราะคนไทยขี้เบื่อ


          “ตอนนี้ผมปฏิญาณตนว่าไม่ควรนำประชาชนลงถนน ผมจะให้ความรู้ประชาชนให้รู้เท่าทันทุกฝ่ายที่คิดไม่ดีต่อประเทศ เช่นพรรคภูมิใจไทยที่ต้านสามสารเคมีทางการเกษตร แม้ผมกับเนวิน ชิดชอบ ผู้สนับสนุนพรรคนี้จะไม่ถูกกัน แต่ในกรณีนี้ผมก็ขอชื่นชมพรรคนี้” 


          ส่วนการเมืองวันนี้ สนธิให้คำนิยามว่า “คือส่วนผสมของความเฮงซวยและการเปลี่ยนแปลงทีละนิด ที่ขึ้นอยู่กับความอดทนของประชาชนและผู้ที่มีอำนาจว่าจะกระจายอำนาจให้ประชาชนหรือไม่”

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ