royal coronation
วันที่ 17 กันยายน 2562
เจาะประเด็นร้อน

สไตรเกอร์ ถ่วงดุล จีน-สหรัฐ แต่ถ่วงขา  บิ๊กตู่ 

วันที่ 12 กันยายน 2562 - 09:20 น.
สไตรเกอร์,รถยานเกราะลำเลียงพล,รัฐประหาร,พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา,ประชาธิปไตย,จีน,สหรัฐ
Shares :

คอลัมน์...  ถอดรหัสลายพราง  โดย...  พลซุ่มยิง

 

 


          คงบอกได้ว่า ‘สไตรเกอร์’ รถยานเกราะลำเลียงพล คือ สินค้าเชิงการทูตนำร่อง ที่มาในรูปแบบความมั่นคง ที่สหรัฐอเมริกาต้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับไทยแบบครบวงจร จากที่เคยแสดงท่าทีหมางเมินมากว่า 13 ปี หลังไทยมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ตามระบอบประชาธิปไตย แม้นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตหัวหน้ารัฐประหารก็ตาม

 

 

          ความไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง ทำให้ไทยตกวังวน ‘รัฐประหาร’ มาตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของสหรัฐที่ได้วางกฎกติกาเอาไว้ว่า จะไม่ขายอาวุธให้แก่ประเทศที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ในช่วงหลังตลาดซื้อยุทโธปกรณ์ของกองทัพจึงตกไปที่ ยูเครน อิสราเอล และมาเน้นหนักจากจีนในยุค 5 ปี คสช.  จึงทำให้ไทยเสียดุลอำนาจการเมืองระหว่างประเทศ


          ขณะที่สหรัฐเองก็ได้รับผลกระทบ เพราะไม่เพียงแต่เสียตลาดอาวุธยุทโธปกรณ์จากไทยเท่านั้น แต่ยังขาดโอกาสขยายแสนยานุภาพด้านกองทัพ การเมือง และเศรษฐกิจ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้แก่คู่แข่งประเทศมหาอำนาจอย่าง จีน เนื่องจากไทยเป็นศูนย์กลางและจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของภูมิภาคนี้


          และทันที ‘ไทย’ สามารถปลดล็อก ‘รัฐประหาร’ ก้าวสู่ระบอบ ‘ประชาธิปไตย’ เต็มรูปแบบ สหรัฐก็ไม่รอช้าที่จะเข้ามาฟื้นฟูสานสัมพันธ์ เพื่อยันอิทธิพลของจีนไม่ให้ขยายไปมากกว่านี้ เพราะรู้ดีว่า ไทยในฐานะที่เป็นประธานอาเซียน คงไม่อยากตกขบวนเล่นเกมทวงดุลอำนาจนี้ เพราะต้องแสดงบทบาท สร้างกลไกการต่อรองผลประโยชน์ให้ประเทศและระดับภูมิภาค


          อีกทั้ง กองทัพบกไทย จัดส่งกำลังพลไปเรียนหลักสูตรต่างๆ เพื่อเพิ่มพูนทักษะภาษาอังกฤษและอาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่ๆ นอกจากเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้กับวิทยาการจากชาติตะวันตกแล้ว ยังเป็นการบ่มเพาะทหารประชาธิปไตยในอนาคตที่สหรัฐให้น้ำหนักความสำคัญ




          โครงการจัดซื้อ ‘สไตรเกอร์’ ของ “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก จึงผ่าน ‘ฉลุย’ และได้รับการอนุมัติจาก ‘สภาคองเกรส’ โดยมีเพื่อนเก่าแก่ อย่าง พล.อ.โรเบิร์ต บราวน์ ผู้บัญชากองกำลังทางบกประจำภาคพื้นแปซิฟิก กรุยทางให้และเตรียมจะทำพิธีต้อนรับในช่วงเช้าวันที่ 12 กันยายน ที่กองบัญชาการกองทัพบก


          ทั้งนี้ไทยถือเป็นชาติเดียวที่สหรัฐยอมขาย ‘สไตรเกอร์’ ให้ แม้จะเป็นมือสอง แต่ได้รับการยกเครื่องใหม่เอี่ยมเป็น “Level A” โดยเปลี่ยนชิ้นส่วนที่สำคัญ ทั้งระบบเครื่องยนต์ ระบบขับเคลื่อนยาง นอกจากนี้ยังเป็นยุทโธปกรณ์ที่กองทัพสหรัฐใช้ประจำการอยู่ไม่ต่ำกว่า 10 ปี ปัญหาขาดอะไหล่ซ่อมบำรุงจึงไม่เกิดขึ้น


          โดยในปีนี้กองทัพบกจะได้รับมอบ ‘สไตรเกอร์’ จำนวน 60 คัน ในจำนวนนี้ ซื้อ 37 คัน ให้เปล่า 23 คัน และในปี 2563 ซื้อเพิ่มอีก 50 คัน และให้เปล่า 30 คัน โดยมีแผนวางกำลังที่กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 112 (ร.112 พัน.1) อ.แปดริ้ว จ.ฉะเชิงเทรา 


          หากมองในมิติความมั่นคงไทยได้ประโยชน์ นอกจากซื้ออาวุธในราคามิตรภาพ ในเรื่องการรักษาอธิปไตยของชาติ หากมีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย มีขีดความสามารถสูง ต่างชาติหรือกองกำลังที่ไม่ประสงค์ดี ต่ออธิปไตยดินแดงของประเทศไทยก็จะดำเนินการด้วยยากลำบากแน่นอน ถือเป็นการป้องปราม


          ในขณะเดียวกัน ยังสร้างอำนาจการต่อรองทางการเมืองระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มมิติด้านการค้าการลงทุนในอนาคต หรือแม้แต่ภายในประเทศ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เพราะเป็นการสะท้อนให้เห็นว่า สหรัฐยอมรับว่าการเลือกตั้งภายในประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย


          ถึงแม้ว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จะพยายามกอบกู้เสถียรภาพความมั่นคง สร้างความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ แต่ในขณะเดียวกันในสภาวะเศรษฐกิจถดถอย การซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ย่อมกระทบความรู้สึกประชาชนที่ต้องการให้รัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องปัญหาปากท้อง แม้งบประมาณในการจัดซื้อจะเป็นคนละก้อนกันก็ตาม


          สิ่งที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ต้องดำเนินการต่อจากนี้ คือเยียวยาความรู้สึกของประชาชน โดยเฉพาะกองทัพ ต้องอธิบายเรื่องซับซ้อนเหล่านี้ต่อสังคมให้ได้ว่า ‘สไตรเกอร์’ จะทำให้ไทยเหนือกว่าระดับภูมิภาคต่อการเฝ้าระวังการวางกำลังป้องกันชายแดนและอธิปไตยของประเทศอย่างไร เมื่อเทียบกับภูมิภาคอาเซียน


          และสิ่งสำคัญ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเร่งผลักดันให้กองทัพสร้างระบบอุตสาหกรรมป้องกันประเทศแบบครบวงจร ในรูปแบบสามารถทำได้ เช่น การพัฒนากระสุนการฝึก ส่งออกให้แก่ประเทศภายในภูมิภาคในราคามิตรภาพ เพื่อให้กองทัพอยู่ในสภาวะเลี้ยงดูตัวเอง ลดการพึ่งพางบประมาณส่วนกลาง


          ไม่เช่นนั้นแล้ว ความเชื่อมั่นในตัว พล.อ.ประยุทธ์  ที่มีต่อประชาชนจะถูกลดทอนลงเรื่อยๆ 


          เพราะในอนาคตข้างหน้า ปืนประจำกายแบบ M4 จากสหรัฐก็เตรียมจ่อคิวเป็นโครงการต่อไปที่กองทัพบกจะจัดซื้อ

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

-(คลิป) เพจลุงตู่ปล่อยคลิปเพลงให้กำลังใจ บิ๊กตู่ ช่วยน้ำท่วม
-"บิ๊กตู่" เผย ตั้งรัฐบาลต้องดูความเหมาะสมหาจุดลงตัวให้ได้
-บิ๊กตู่ ขอโทษครม.3ครั้งบนเวที ลั่นขอรับผิดคนเดียวปมรธน.
-บิ๊กตู่ ไม่ขัดข้องเลื่อนถกถวายสัตย์ 16 ก.ย.

 

Shares :

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ