มีความคืบหน้าคดี “ปล้นร้านทองครั้งมโหฬาร” ที่ห้างทองสุธาดา อ.นาทวี จ.สงขลา เหตุเกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2562


          ผ่านมา 3 วัน ตำรวจได้เบาะแสคนร้ายและเริ่มมีหลักฐานที่เชื่อได้ว่าเชื่อมโยงกับ “กลุ่มก่อความไม่สงบ หรือขบวนการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่”

 


          หลายคนฟังแล้วไม่ค่อยเชื่อ เพราะต้องยอมรับว่าการปล้น จี้ ชิงทรัพย์ หรือการก่ออาชญากรรมแนวๆ นี้ ย่อมไม่ใช่แนวทางของขบวนการที่อ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดน เนื่องจากคนกลุ่มนี้จะอ้างว่าก่อเหตุรุนแรงด้วยมูลเหตุจูงใจทางการเมือง


          แต่ปรากฏว่าเมื่อย้อนกลับไปตรวจสอบเหตุ “ปล้นทรัพย์” หลายๆ ครั้งตลอด 15 ปีที่มีสถานการณ์ไฟใต้ ก็พบร่องรอยเป็นการกระทำจากสมาชิกกลุ่มก่อความไม่สงบด้วยเช่นกัน โดย 2 เหตุการณ์ที่มีหลักฐานชัดเจนก็คือ


          1.เหตุการณ์ปล้นร้านทองที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส และยิงเจ้าของร้านเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2552 คนร้าย 2 คนบุกปล้นร้านทองไทยพงษ์ดี เลขที่ 303 ถนนสารกิจ ในเขตเทศบาลตำบลรือเสาะ โดยคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงนายสุรศักดิ์ ทองรัตนสุวรรณ์ อายุ 65 ปี เจ้าของร้านทองเสียชีวิต


          หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนสอบสวนขยายผล และสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์รวมถึงได้หลักฐานจากกล้องวงจรปิด ทำให้ในวันที่ 9 สิงหาคม 2552 สามารถออกหมายจับคนร้ายที่ก่อเหตุทั้ง 2 คน คือ นายมะซูปิยัน ยากูมอ ชาว อ.รามัน จ.ยะลา กับ นายไซมิง มะหลี ชาว อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ซึ่งคนร้ายทั้งสองคนนี้มีประวัติเคยร่วมกับพวกก่อคดีความมั่นคงในพื้นที่มาแล้วประมาณ 7-8 คดี และวันที่ 5 สิงหาคม 2552 นายไซมิงกับพวกยังได้ยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่บนเทือกเขาหลังหมู่บ้านจือเราะ หมู่ 8 ต.โคกสะตอ อ.รือเสาะ ด้วย แต่นายไซมิงและพวกหลบหนีไปได้


          2.ปล้นร้านทองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ยิงเจ้าของร้านและ รปภ.ตาย 3 เจ็บ 3 เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2554 คนร้าย 7 คนมีรถยนต์เก๋งเป็นยานพาหนะ ใช้อาวุธปืนสงครามบุกเข้าปล้นร้านทองเลี่ยวอา ตั้งอยู่เลขที่ 64 ถนนบุษยพันธ์ เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส โดยคนร้ายใช้อาวุธปืนเปิดทาง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย คือ นายวิชัย ศรีทักษินาคุณ เจ้าของร้านทอง นายวิชิต ศรีทักษินาคุณ น้องชายของนายวิชัย และนายจิตติ ปลื้มใจ พนักงาน รปภ.ของร้านทอง นอกจากนั้นยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 ราย โดยคนร้ายกวาดเอาทองรูปพรรณไปทั้งหมด 700 บาท


          หลังก่อเหตุคนร้ายซิ่งรถหลบหนีและนำรถไปจอดทิ้งไว้ในสวนยางพาราในพื้นที่ อ.แว้ง จ.นราธิวาส ทั้งยังได้ทิ้งอาวุธปืนจำนวน 9 กระบอกที่ใช้ก่อเหตุไว้ที่โคนต้นยาง ห่างจากรถประมาณ 500 เมตรด้วย จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่ารถยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุติดป้ายทะเบียนปลอม โดยรถยนต์เป็นของหญิงชาวจังหวัดสงขลา แจ้งหายเอาไว้หลังมีผู้ยืมรถไปใช้แต่ไม่ส่งคืน


          ส่วนอาวุธปืนที่คนร้ายทิ้งไว้บางส่วนเป็นอาวุธปืนที่คนร้ายปล้นมาจากเหตุการณ์บุกโจมตีฐานพระองค์ดำ หรือฐานปฏิบัติการกองร้อยทหารราบที่ 15121 (ร้อย ร.15121) หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 38 เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2554 และยังตรวจสอบพบอีกว่าอาวุธปืนจำนวน 4 กระบอกมีความเชื่อมโยงเคยใช้ก่อเหตุในพื้นที่มาแล้วกว่า 14 คดี เจ้าหน้าที่เชื่อว่าคนร้ายเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบกลุ่มเดียวกับที่บุกถล่มฐานพระองค์ดำ


          เหตุการณ์ปล้นร้านทองครั้งนั้นเกิดในช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และได้ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวิเคราะห์ได้ 2 ประการ คือ ประการแรก เจ้าหน้าที่ได้ตัดช่องทางการเงินของขบวนการผู้ก่อความไม่สงบ เช่น ยาเสพติด ของเถื่อน โดยให้กองทัพภาคที่ 4 ดำเนินการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ศุลกากร จึงเป็นไปได้ว่ากลุ่มขบวนการต้องพยายามหาเงินสนับสนุนให้ผู้ก่อเหตุ


          และประการที่ 2 เป็นโจรผู้ร้ายทั่วไปที่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงิน สำหรับอาวุธปืนที่เห็นบางส่วนนำไปจากฐานร้อย ร.15121 จ.นราธิวาส ซึ่งถูกปล้นไปก่อนหน้านี้ กำลังสอบสวนว่าทำไมถึงไปทิ้งไว้อย่างนั้น และใช่หรือไม่ใช่ แต่จุดนี้คงไม่สำคัญ ประเด็นสำคัญคือพวกนี้คือโจร


          ไม่ใช่แค่ปล้นร้านทอง แต่กลุ่มคนร้ายที่เชื่อมโยงกับ “มือปฏิบัติการ” ของกลุ่มก่อความไม่สงบ ยังเคยปล้นรถขนเงินของธนาคารกสิกรไทย ขณะจอดอยู่หน้าธนาคารด้วย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2556 คนร้ายประมาณ 10 คนใช้รถกระบะและรถจักรยานยนต์ 2 คันเป็นพาหนะ พร้อมอาวุธปืนสงครามครบมือ บุกปล้นรถขนเงินของธนาคารกสิกรไทย สาขาปาลัส ขณะจอดอยู่หน้าธนาคาร ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 42 ท้องที่บ้านปาลัส หมู่ 5 ต.ลางา อ.มายอ จ.ปัตตานี แต่พนักงาน รปภ.ของรถขนเงินได้ใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้จนเกิดการยิงปะทะกันทำให้คนร้ายเสียชีวิต 1 ราย ส่วนพนักงาน รปภ.ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย นอกจากนั้นยังมีผู้หญิงวัย 34 ปี โดนลูกหลงได้รับบาดเจ็บขณะกำลังกดเงินจากตู้เอทีเอ็มด้วย


          หลังก่อเหตุคนร้ายได้ขับรถหลบหนีไปทาง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี โดยได้โปรยตะปูเรือใบและวางวัตถุต้องสงสัยเป็นถังแก๊สและกระสอบปุ๋ยที่มีการสายไฟโผล่ออกมาบริเวณไหล่ทาง เพื่อสกัดการติดตามของเจ้าหน้าที่ด้วย ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าคนร้ายเป็นสมาชิกขบวนการก่อความไม่สงบ


          ทั้งหมดนี้คือเหตุอาชญากรรมร้ายแรงที่เกิดขึ้นในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในรอบ 10 กว่าปีมานี้ ภายใต้ฝุ่นควันสถานการณ์ความไม่สงบและการต่อสู้ที่อ้างมูลเหตุจูงใจทางการเมือง