royal coronation
วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562
เจาะประเด็นร้อน

ดี๊ด๊า...นารีสโมสร รสละมุน กองหนุนรัฐนาวา

วันที่ 24 สิงหาคม 2562 - 00:00 น.
นารีสโมสร
Shares :
เปิดอ่าน 1,949 ครั้ง

รายงานพิเศษ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก วันที่ 24-25 ส.ค.2562

 

 

          สำหรับสาว สาว สาว รุ่นโน้น ความรักอาจคือ “ฝันไป” แต่สำหรับรัฐบาลไทยวันนี้ความจริงกำลังสดใสไปด้วยดอกไม้สามสาว


          โดยเมื่อล่าสุดข่าวเป็นทางการแล้วว่าจากที่เรามี “อาจารย์แหม่ม” ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว

 

 

          ล่าสุดที่ประชุม ครม. มีมติแต่งตั้ง ดร.รัชดา ธนาดิเรก จากพรรคประชาธิปัตย์ และไตรศุลี ไตรสรณกุล จากพรรคภูมิใจไทย เป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอีกสองคน


          คนไทยได้เห็นข่าวนี้ก็อดที่จะสนใจใคร่รู้ไม่ได้ เพราะนี่ก็นับเป็นครั้งแรกที่คนไทยทีมโฆษกประจำสำนักนายกฯ เป็นผู้หญิงล้วน ความสดชื่น ครื้นเครง เหมือนจะบรรเลงเพลงอยู่เบาๆ

 

 

 

 


          แถมพอเปิดตัวปั๊บก็เป็นเสือสาวปืนไว เริ่มงานแรกด้วยการจัดรายการ “government weekly” ผ่านเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้าทุกบ่ายวันศุกร์ นัยว่าจะทำการเมืองรูปแบบใหม่ นำเสนอนโยบายภาพรวมของรัฐบาลเชิงรุก เน้นการเข้าถึงของประชาชนในทุกช่องทาง รวมทั้งการตอบคำถามของสื่อมวลชน อย่าให้มีความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคม เปิดตัวไปแล้ววันศุกร์ที่ผ่านมา


          ไม่รู้คนรักลุงตู่จะยังคิดถึงคนหน้าเดิมอยู่อีกหรือเปล่า เพราะจากนี้เราจะได้เห็นสามสาวมาจ้อแทน แค่เริ่มก็แซบ งั้นมาทำความรู้จักเธอทั้งสามคนอีกครั้งดีกว่า


 


          ตัวแม่ท็อปฟอร์ม


          ฮือฮากันไปก่อนแล้วตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สำหรับการแต่งตั้ง “อ.แหม่ม” ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีหญิง


          วันนี้ในวัย 46 ทางหนึ่งเธอมาจากส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ เป็นทั้งกรรมการบริหารพรรค และเลขานุการคณะกรรมการนโยบายพรรค แต่ทางหนึ่ง ดร.แหม่ม ก็ไม่ใช่ม้ามืด โนเนมอะไร แถมยังครบเครื่องด้วยซ้ำ


          ถามความรู้ความสามารถก็ระดับ “เอบวก” ปริญญาตรีสถิติศาสตรบัณฑิต (คณิตศาสตร์ประยุกต์) คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


 

 

 


          ก่อนไปศึกษาต่อจนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (คณิตศาสตร์ประยุกต์) มหาวิทยาลัยแห่งรัฐจอร์เจีย สหรัฐอมเริกา และบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (เศรษฐศาสตร์ประยุกต์) และปริญญาเอกปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (การเงิน) จากวิทยาลัยวอร์ตันแห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย


          ถามประสบการณ์ก็ระดับ “เก๋า” ด้วยเป็นอาจารย์ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) อยู่สิบกว่าปี และเป็นปรึกษาด้านการเงินและการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง หนึ่งในทีมคิดนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ต่อเนื่องถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรประชารัฐ) รวมถึงนโยบาย “มารดาประชารัฐ” อีกด้วย


          ถามถึงแบ็กอัพก็ระดับ “แน่น” เพราะ ดร.แหม่ม อยู่สาย ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ค่าที่สังกัด “สำนักนิด้า” เป็นศิษย์มาก่อน และยังเคยเป็นผู้ช่วย รมต.คลัง (อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ อดีต รมว.คลัง รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 1 มาแล้ว)


          ถ้าใครเคยเข้าเพจพรรคพลังประชารัฐ คงเห็นเธอในรายการ “อ.แหม่มขอเคลียร์” มาแล้ว บทบาทคือทำหน้าที่ชงนโยบายประชารัฐ-เชือดเฉือนนโยบายคู่แข่งในช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา


          ไม่เจ๋งจริงทำไม่ได้นะคะ


++

 

 

 

 


          ตัวจริงซะที!
          มาตามสัญญาที่พรรคสีฟ้าต้องมี วันนี้รองโฆษกรัฐบาลได้ ดร.รัชดา ธนาดิเรก จากพรรคประชาธิปัตย์ ผู้มีดีกรีตรงสเปกมาเสริมทีม ตามโจทย์ว่าต้องละมุนละไม ไม่ห้าว ไม่เปิดวอร์ไปทั่ว


          ดร.รัชดา หรือ “ดร.กานต์” จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยมหิดล ปริญญาโท 2 สาขาจากสหราชอาณาจักร คือ สาขากลยุทธ์องค์กรและบรรษัทภิบาล มหาวิทยาลัยกลาสโกว์ และสาขาการจัดการบัญชีและการเงินระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยนอตติงแฮม และสำเร็จปริญญาเอกด้านธุรกิจระหว่างประเทศ จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที)


          นับแต่ปี 2541 ดร.กานต์ โลดแล่นในสายวิชาการ เป็นอาจารย์อยู่สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และสอนพิเศษอีกหลายสถาบัน


          แต่ทางการเมืองเรียกได้ว่าแซบ เพราะเคยเป็น 1 ใน 50 คณาจารย์มหิดล ลงชื่อคัดค้านการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของทักษิณ ชินวัตร ช่วงปี 2549 จนกระทั่งตัดสินใจลงการเมืองในปีนั้นกับพรรคประชาธิปัตย์


          คนนี้เรียกว่าวนเวียนอยู่แถวหน้าๆ ในยุค “ปชป.ผลัดใบ” ของอดีตหัวหน้ามาร์ค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาเนิ่นนาน เป็น ส.ส.กทม.มาแล้วถึง 2 สมัย ในยุคที่พื้นที่ กทม.ยังอุดมไปด้วยคนจากพรรคสีฟ้า


          คือเลือกตั้งปี 2550 กับ 2554 ครั้งแรก ดร.กานต์ ลงเขต 12 (บางกอกน้อย, ตลิ่งชัน, บางพลัด, ทวีวัฒนา) ได้รับเลือกตั้งรุ่นเดียวกับ องอาจ คล้ามไพบูลย์ และชนินทร์ รุ่งแสง ส่วนปี 2554 อยู่เขตบางพลัด บางกอกน้อย


          จะมาสอบตกเอาปีนี้ ที่บางพลัด บางกอกน้อย ที่เดิม โดยเสียเก้าอี้ให้ จักรพันธ์ พรนิมิตร พรรคพลังประชารัฐ แต่รายนี้ก็เคยสมัครพื้นที่นี้ในนามพรรคสีฟ้าตอนปี 2548 แต่พ่ายผู้สมัครค่ายแดง


          อย่างไรก็ตามสำหรับ ดร.กานต์แล้ว ถ้าพูดถึงบทบาทการเป็นโฆษกทางการเมือง เผลอๆ อาจจะแน่นกว่าโฆษกใหญ่ด้วยซ้ำ (อุ๊บ!)

 

 

           คงยังไม่ลืมว่าเมืองไทยเคยมี “รัฐบาลเงา” ในยุครัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ตอนนั้นประชาธิปัตย์เป็นพรรคฝ่ายค้านพรรคเดียวในสภา เลยตั้งครม.เงาขึ้นมา และ ดร.รัชดา นี่แหละที่พรรคให้เป็น “รองโฆษกรัฐบาลเงา” หรือเท่ากับทำงานประกบกับรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ตัวจริง พอมาปี 2554 ก็ยังได้ตำแหน่งนี้อีกครั้งในช่วงรัฐบาลของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร


          เป็นอันว่าในเดือนเกิดสิงหาคมนี้ ดร.กานต์ ได้ฉลองวัย 44 เลขสวย กับบทบาทรองโฆษกรัฐบาล “ตัวจริง” ไม่อิงมโนเสียที ตบมือ!


++

 

 

 

 


          หน้าใหม่ภูมิใจ(ไทย)เสนอ
          มาว่ากันที่คนเล็ก เอ๊ย! รองโฆษกพรรคอีกคน “ไตรศุลี ไตรสรณกุล” หรือ “น้องกวาง” อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 30 ของพรรคภูมิใจไทย


          คนนี้แม้จะหน้าใหม่ แต่ต้องนับว่ามาแรง ไม่เช่นนั้นคงไม่เป็นที่ฮือฮา เม้าท์มอยว่าคนใหญ่พรรคภูมิใจไทย ค่ายสีน้ำเงิน ถึงกับลั่นว่ารองโฆษกรัฐบาลในทีมจะไม่มีคนนี้ไม่ได้!


          สำหรับดีกรีทางการศึกษานั้น กวางจบการศึกษาจากสาขาการระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือสิงห์แดงรุ่น 60 (จบการศึกษาปี 2555) ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่แม้แต่น้อย


          ประสบการณ์ที่ผ่านมาเป็นรองประธาน YEC หรือ Young Enterpreneur chamber of commerce ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นโครงการรวมกลุ่มของนักธุรกิจรุ่นใหม่เพื่อพัฒนาเครือข่ายสมาชิกและธุรกิจของหอการค้าไทย


          แต่ทางส่วนตัวนั้น “แน่นกว่า” เพราะเธอเป็นบุตรสาวของ วิชิต ไตรสรณกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ ผู้ที่สร้างเครือข่ายการเมืองไว้หลายพรรค ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย


          ด้วยความเป็นหน้าใหม่ถ้าจะดูโปรไฟล์ที่ต้องไฮไลท์ก็คงเป็นเส้นทางของผู้พ่อ เพราะวิชิตนั้นกว้างขวางในการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่กันทรลักษ์ ชายแดน จ.ศรีสะเกษ บ้านเกิด มาแต่สมัยรุ่นเตี่ย “ฮวด ไตรสรณกุล” อดีต ส.จ.ศรีสะเกษ ปี 2518


          ที่ผ่านมารุ่นลุงของกวาง หรือ วีระ ไตรสรณกุล ก็เคยเป็น ส.จ.ศรีสะเกษ พอมารุ่นพ่อก็ยังได้รับเลือกเป็นนายก อบจ.ศรีสะเกษ สมัยแรกเมื่อปี 2543 ทำงานแบบดึงตระกูลการเมืองในศรีสะเกษ มาเป็นรองนายก อบจ.


          ส่วนลุงอีกคนของกวาง "ธีระ ไตรสรณกุล” ก็เป็น ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 5 พรรคเพื่อไทย ยาวนาน 2 สมัย 2554, 2562


          เคยมีผู้วิเคราะห์ว่าหากมีการแต่งตั้งกวางเป็นรองโฆษกรัฐบาลจริงก็แปลว่าลูกหลานเตี่ยฮวดสยายปีก “ต่างพรรคแต่พวกเดียวกัน” วันนี้คงกำลังไปทางนั้น


          วันที่เธอได้รับประกาศอย่างเป็นทางการ กระจอกข่าวจ่อไมค์ถามให้พูดเป็นภาษาลาว เธอเขินๆ แต่ก็ตอบด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ (บรรทัดต่อไปให้หลับตานึกภาพสำเนียงศรีสะเกษด้วย)


          “พ่อก็บอกว่าที่มาอยู่ทุกวันนี้นี้ได้ก็เพราะชาวศรีสะเกษ ก็ให้ทำงานตอบแทนประชาชนคนศรีสะเกษ ให้ขอบคุณเขา และให้ทำงานให้ดีที่สุด ตอบแทนเขา”


          “ถามว่าหนักมั้ย (ตำแหน่งรองโฆษกรัฐบาล) จริงๆ แล้วหนูยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องเจออะไรบ้าง แต่จะหนักหรือไม่ก็ไม่ได้กลัว ก็สู้ไป เรียนรู้ไป เพราะว่ามันเหมือนเป็นแค่ก้าวแรก หนูคงจะไปต่อเรื่อยๆ คงไม่หยุดอยู่แค่นี้”


          มาดูกันว่าสามสาวสามสีโทนเย็น เขียว ฟ้า น้ำเงิน จะทำงานเข้าขากันดีขนาดไหน แต่ที่แน่ๆ ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงเขาว่าสนิทกันง่าย รักกันไว งานโฆษกของรัฐนาวาลุงตู่น่าจะลื่นไหลไปด้วยดี
 

Shares :

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended