‘มาเรียม’ พะยูนน้อยวัย 9 เดือน ตายลงอย่างน่าเศร้าใจไปแล้ว ท่ามกลางการเอาใจช่วยของชาวไทยและชาวโลก

          จากการผ่าซากชันสูตร พบเศษพลาสติกอุดปลายลำไส้ใหญ่ และเป็นสาเหตุให้เกิดโรคต่างๆ แทรกซ้อน

 

 

          ‘ดับเครื่องชน’ จึงขอให้ ‘มาเรียม’ เป็นโมเดลให้รณรงค์ขยะพลาสติกในทะเล ยิ่งนับวันจะมีมากขึ้นทุกที

          นาทีนี้จึงอยากให้ ‘มาเรียมโมเดล’ เป็นต้นแบบของการกำจัดขยะในท้องทะเล รวมถึงแหล่งอื่นๆ ด้วย โดยอย่าทำให้ ‘มาเรียม’ ต้องตายไปอย่างสูญเปล่า

          ทุกภาคฝ่ายจะต้องร่วมมือกันลดละเลิกการใช้พลาสติก หรือโฟม หรือวัสดุ ย่อยสลายยากต่างๆ

          ขอให้ทุกคนมีจิตสำนึกในเรื่องกำจัดขยะ อย่าให้เกิด ‘มาเรียม’ ต้องสูญเสียไปอีกเลย
อ๊อด เทอร์โบ



 “ม็อบฮ่องกง” ในอีกมุมมอง
          คุณ “อำนาจ สุนทรวัฒน์” ส่งจดหมายนี้มาจากอเมริกา ซึ่งมีมุมมองประกอบกับข้อเท็จจริงที่น่าสนใจมากๆ

          ผมขออนุญาตเป็นสื่อกลาง นำเสนอมาให้พิจารณา ซึ่งภาพรวมก็เกิดขึ้นนอกเหนือจากฮ่องกงเป็นแดนสวรรค์ของนักชิม และนักช็อปปิ้งในสายตาคนไทยบางคนเท่านั้น
อ๊อด เทอร์โบ



 ม็อบฮ่องกง
 เสมอไหนก็เหนื่อย

          สถานการณ์ในฮ่องกงชั่วโมงนี้ เป็นปัญหาใหญ่สุดๆ ของจีนแบบกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ครั้นจะลงมือปราบม็อบแบบเด็ดขาดเหมือนกันกับที่เคยทำที่เทียนอันเหมินก็จะถูกชาวโลกประณามอย่างแน่นอน

          โดยเฉพาะประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ออกมาปรามจีนไว้ว่า อย่าให้การเจรจาเรื่องการค้ามันยากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่แล้ว ถ้าใครคิดว่าเรื่องเจรจาการค้าเป็นเรื่องเล็กต่อจีน จีนมีทีเด็ดที่จะแก้ลำกับอเมริกาได้ เชื่อผมเถอะครับ จีนกังวลไม่น้อยหรอก 30 กว่าปีที่ค้าขายสบายๆ จนจีนร่ำรวยมหาศาล เพราะคนอเมริกันสนับสนุนให้มาช่วยในการขาดดุลการค้ากับญี่ปุ่น จนจีนเจริญรุ่งเรืองแบบเอาไม่อยู่ อเมริกันเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ ตัวจริงของโลก 400 ล้านคนที่พอมีพอกิน ย่อมเป็นลูกค้าที่ดี รับรองได้เรื่องทัวร์ศูนย์เหรียญจะไม่มีสิทธิ์เกิดขึ้นจากคนอเมริกันหรอกครับ กับประเทศไหนๆ ก็ได้ แม้แต่เม็กซิโกที่อเมริกันไปเที่ยวกันปีละหลายๆ ล้านคน

 

 

          ฉะนั้นเรื่องเจรจาการค้า ที่คนมักวิจารณ์กันว่าอเมริกาจะรับแรงกระทบอย่างมากมาย ใช่ครับ ต้องกระทบกระเทือนแน่ แต่ทนมา 30 กว่าปีแล้ว จะเป็นไรไป หรืออาจจะดีขึ้น แต่สำหรับจีนนั้น กระทบแน่ และในขณะนี้ก็เริ่มแล้ว

          กลับมาเรื่องฮ่องกงต่อ จีนปวดหัวแน่นอนในการปราบจลาจลคราวนี้ คนฮ่องกงเรียนรู้จากเทียนอันเหมินที่รวมตัวกันเป็นกระจุกเหมือนเป็ดง่อย พอย่ำค่ำก็โดนสลายย่อยยับ มีคนบาดเจ็บและตายกันมากมาย นอกจากนั้นแล้วคนฮ่องกงไม่มีแกนนำ ฟังกันเอง ตกลงกันเอง จับใครก็จับไป การสื่อสารเขาถึงกัน มีการวางแผนมาอย่างดี ผู้ชุมนุมสามารถลื่นไหลได้อย่างกระแสน้ำ จับตรงนี้โผล่ตรงนั้น คนเรือนล้านมันไม่ง่ายครับธรรมดาแล้วไม่ได้ต้องการปิดสนามบิน แค่เข้าไปชวนผู้โดยสารขาเข้าให้ร่วมมือเท่านั้น

          แต่พอมีการจับกุม ก็เกิดโกลาหลขึ้นคนวิ่งหนีกันไปทั่วสนามบิน ในที่สุดก็ปิดไปเองโดยปริยาย ใช้โซเชียล มีเดียได้อย่างเป็นประโยชน์ ครั้นจีนจะทำลายคลื่นทั้งหมดในการสื่อสาร ก็เหมือนปิดประเทศ ยิ่งสร้างความหายนะให้แก่จีนมากขึ้นยากที่จะคณานับ เพราะฮ่องกงคือเส้นเลือดใหญ่ ที่จีนต้องการทั้งตอนนี้และวันข้างหน้า และจีนตอนนี้ถึงจะร่ำรวยปานใด แต่ในด้านเศรษฐกิจแล้ว กำลังทรุดโทรม

          จีนกับฮ่องกงไม่เหมือนไครเมีย กับรัสเซีย ไครเมียต้องการเข้าไปรวมกับรัสเซียเพราะชาติพันธุ์เดียวกันพูดภาษาเดียวกัน ไม่เหมือนกันได้อย่างไร ในเมื่อฮ่องกงก็คือจีนมาก่อน ภาษา อาหารการกินก็คล้ายคลึงกัน เสรีภาพและสิทธ์มนุษยชนครับที่ไม่เหมือนกัน คนฮ่องกงได้ลิ้มรสมาตั้ง 100 กว่าปีแล้ว ถ้าจะนับเป็นเจเนอเรชั่น ถ้า 20 ปี คือหนึ่งเจเนอเรชั่น นี่คือเจเนอเรชั่นที่ 6 อันนี้แหละครับที่เป็นปัญหา ถ้าน้ำกับน้ำมันเข้ากันไม่ได้ฉันใด เสรีภาพกับการกดขี่ยิ่งยากกว่าที่จะเข้ากันได้

          จีนใจร้อนไปนิดหนึ่งที่จะรวบฮ่องกงไวไป อีก 29 ปี ก็จะหมดเวลาของ 1 ประเทศ 2 ระบบแล้ว ถ้ารอให้ถึงวันนั้น แล้วค่อยชโลมใจให้คนฮ่องกงมีความประสงค์ที่อยากจะเป็นจีนด้วยกัน เหมือนที่ทำกับไต้หวันน่าจะได้ผลกว่า

          แต่การมีผู้นำแบบเผด็จการอย่าง สี จิ้นผิง ผมว่ามาผิดเวลา ความเชื่อมั่นของชาวฮ่องกงต่อสี จิ้นผิง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ไม่มีการยอมรับ เหมือนกันกับรัสเซียชั่วโมงนี้ สายพันธุ์ใหม่เกลียด วลาดิมีร์ ปูติน มาก ทุกคนต่อหาว่า วลาดิมีร์ ปูติน คือมาเฟีย ยิ่งสี จิ้นผิง ไปจับมือกันแน่นแฟ้นด้วยแล้ว คนฮ่องกงย่อมไม่ไว้ใจ

          พูดถึงท่าทีของประเทศทางตะวันตก โดยเฉพาะอเมริกาที่เป็นผู้นำกันบ้าง โดยเฉพาะประธานาธิบดีทรัมป์ แกนั่งดูเรื่องนี้อย่างสบายอารมณ์ ออกมาขู่เข็ญบางครั้งคราวว่าอย่าปราบม็อบอย่างรุนแรงนะ โลกเสรีกำลังจับตาดูกันอยู่ ยิ่งทำให้ม็อบฮึกเหิม ผมเชื่อว่าอเมริกาพร้อมที่จะรับผู้อพยพจากฮ่องกงทันทีแบบไม่อั้น

          ยิ่งออกมาประกาศนโยบายว่า อเมริกาจะให้สิทธิ์และสัญชาติกับคนที่มีคุณภาพเท่านั้นตั้งแต่นี้ต่อไป ผมว่าอเมริกาที่มีประเทศที่กว้างใหญ่ไพศาล สามารถรองรับประชากรที่มีประมาณ 7 ล้านคนได้อย่างสบายๆ ใครว่าสงครามโลกครั้งต่อไปจะเกิดจากตะวันออกกลาง ก็ยังอาจจะไม่ผิดหรอกครับ แค่ตัดคำว่ากลางออกไปก่อนชั่วโมงนี้

          ฮ่องกงเป็นเมืองที่ชาวโลกหวงแหน ไม่มีไครอยากเห็นที่จะกลับไปเป็นสมบัติของจีนหรอกครับ นอกจากคนจีนและคนสิงคโปร์เท่านั้น
อำนาจ สุนทรวัฒน์