royal coronation
วันที่ 24 ตุลาคม 2562
เจาะประเด็นร้อน

อ.อ๊อด ชี้ กัญชาไทย เหมาะเปิดเสรีทำยาภายนอก

วันที่ 18 สิงหาคม 2562 - 06:05 น.
ออ๊อด,วิจัย,กัญชาเสรี,ครีมกัญชา,เสี่ยหนู อนุทิน,พลอประยุทธิ์,พรรคภูมิใจไทย
Shares :
เปิดอ่าน 3,862 ครั้ง

เปิดแลป ม.เกษตร วิจัยกัญชา พบสารเอกลักษณ์กลุ่มแคนนาบินิอยด์กว่า 60 ตัว"อ.อ๊อด"ชี้ กัญชาในไทย เหมาะเปิดเสรีทำยาภายนอก ระบุผสมทำครีม ยาทา ยาแก้ปวด ก่อนเป็นยากิน

คลิปที่ 1

 

"ปลูกกัญชาบ้านละ 6 ต้น" เรียกคะแนนนิยมพรรคภูมิใจไทย กวาดส.ส.ในพื้นที่เหนือความคาดหมายในการเลือกตั้งครั้งใหญ่ เมื่อวันที่  24 มีนาคม 2562  จนถึงปัจจุบัน รัฐบาลภายใต้รัฐนาวา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ควบเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) พยายามสานต่อนโยบายกัญชาเสรีมาอย่างต่อเนื่อง

 

กว่า 4 เดือนหลังการเลือกตั้ง กัญชาเสรียังเป็นแค่นโยบายขายฝัน "เสี่ยหนู" ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ต้องใช้กำลังภายในเพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว  แต่อย่างน้อยกัญชาในด้านการแพทย์ ถูก"ปลดล็อค" ให้สามารถวิจัยกัญชาเพื่อการแพทย์ได้ หวังในอนาคตจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเยียวยารักษาผู้ป่วยได้ 

 

เกี่ยวกับเรื่องนี้ "รศ. ดร. วีรชัย พุทธวงศ์" หรือ อาจารย์อ๊อด  หัวหน้าห้องปฏิบัติการวิจัยกัญชาเพื่อการแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เปิดเผยกับ "คมชัดลึกออนไลน์"  ว่า ขณะนี้ห้องปฏิบัติการวิจัยกัญชาเพื่อการแพทย์ ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งได้รับใบอนุญาตครอบครองและผลิตสารสกัดกัญชา จากคณะการรมการอาหารและยา( อย. ) เพื่อการวิจัยกัญชาทางการแพทย์ กำลังพัฒนาเทคนิคการสกัดที่แยกสารต่างๆในกัญชาให้บริสุทธิ์ เพื่อทดสอบสมบัติการต้านเชลล์มะเร็งและสมบัติทางยาด้านอื่น

 

คลิปที่ 2

จากข้อมูลการศึกษาพบว่า สารประกอบในกัญชานั้นมีการระบุมาก่อนแล้วมากกว่า 483 ตัว และแบ่งได้หลายกลุ่มคือ สารที่เป็นเอกลักษณ์ของกัญชาคือกลุ่มแคนนาบินิอยด์กว่า 60 ตัว นอกนั้นเป็นสารประกอบที่สามารถพบได้ในพืชอื่นๆ เช่น กลุ่มเทอร์ปีน กลุ่มอัลคาลอยด์ กลุ่มเอไมด์ กลุ่มลิกแนนาไมด์ กลุ่มฟลาโวนอยด์ กลุ่มกรดไขมัน เป็นต้น

 

                             อ.อ๊อด โชว์งานวิจัยกัญชา

"ซึ่งสารสำคัญต่างๆนี้ มีบางตัวที่ออฤทธิ์ในการกดประสาท และทำให้เสพติดได้ หากใช้ในปริมาณที่ไม่เหมาะสม แต่จากสมบัติของสารสำคัญแต่ละตัวที่โดดเด่นพบว่า สารหลายตัวมากที่มีฤทธิ์ที่สามารถเป็นยาภายนอกได้ เช่น สารแคนนาบิเจอรอล สารแคนนาบิโครมีน สารแคนนาบิไดออล หรือแม้แต่สารทีเฮทซี ที่มีฤทธิ์แก้ปวด ต้านเชื้อรา ต้านการอักเสบ" รศ. ดร.วีรชัย แจกแจง

 

รศ.ดร.วีรชัย  อธิบายว้าสารกลุ่มที่เป็นเอกลักษณ์ของกัญชานั้น นอกจากมีฤทธิ์ทางบวกในการรักษา แต่มีผลด้านการกดประสาทด้วยเช่นกัน ขึ้นกับการใช้ปริมาณที่เหมาะสม และมาตรฐานในการผสมตัวยาที่บริสุทธิ์แค่ไหน มีมาตรฐานเพียงไร

 

ส่วนการเปิดเสรีกัญชาในการทำยานั้น รศ.ดร.วีรชัย  แจกแจงว่า ควรส่งเสริมทำยาภายนอกแบบเปิดเสรีก่อน เพราะสารกลุ่มดังกล่าว สามารถผสมทำครีม ยาทา หรือยาแก้ปวด บรรเทาปวด ที่สามารถดูดซึมผ่านผิวหนังได้ ในส่วนของยากินนั้น ต้องสกัดสารบริสุทธิ์เพื่อผสมสัดส่วนที่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ให้นิ่งก่อน หรือมีผลงานวิจัยที่สนับสนุนมากกว่านี้

 

 

นอกจากนี้ สารกลุ่มเทอร์ปีน ที่มีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของกัญชา สามารถนำมาพัฒนาใช้ในอุตสาหกรรมอาหารได้

 

 

อย่างไรก็ตม รศ.ดร.วีรชัย ยังให้ความเห็นสำหรับสมุนไพรทางเลือกอื่น ที่มีคุณสมบัติต้านมะเร็ง และยังใช้ได้ผลในปัจจุบันอยู่ เช่น สารสกัดน้ำจากเห็ดหลินเจือ ตังเซียม เจียวกู่หลาน ตังกุย ชะเอมเทศ หรือแม้แต่ฟ้าทะลายโจร งาดำ บัวบก เป็นต้น ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรที่มีสารออกฤทธิ์ทางยาที่ได้ผลมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน และไม่มีฤทธิ์เกี่ยวกับการกดประสาท

 

นับเป็นอีกก้าวของความสำเร็จ ในการวิจัยกัญชาเพื่อการแพทย์ของไทย ท่ามกลางรอยยิ้มของผู้ป่วยจำนวนมากที่เฝ้ารอคอย...อย่างมีความหวัง!!

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ