royal coronation
วันที่ 16 ตุลาคม 2562
เจาะประเด็นร้อน

เปิดแผนสายฟ้าแลบเสมา1เยี่ยมร.ร.ทั่วไทยโกยแต้มสะสมทุนการเมือง

วันที่ 13 สิงหาคม 2562 - 12:30 น.
ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ,พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา,ปฏิรูปการศึกษา,กระทรวงศึกษาธิการ
Shares :
เปิดอ่าน 2,310 ครั้ง

เปิดแผน"สายฟ้าแลบ""เสมา1"เยี่ยมร.ร.ทั่วไทยโกยแต้มสะสมทุนการเมือง โดย...  ทีมข่าวการเมืองเครือเนชั่น

 



          ครม.ลุงตู่ 2 นั้น กว่าจะตั้งลำเรือเหล็กเข็นลงน้ำได้ก็ใช้เวลาพอสมควรท่ามกลางภาวะเสียงปริ่มน้ำและบรรยากาศปะทะกันในค่ายพปชร.ของคนกันเองแม้ยามนี้จะซาลงไป...

 

 

          วันนี้กัปตันเรือเหล็กที่ชื่อ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” สั่งการให้เสนาบดีและคนการเมืองยุติความขัดแย้ง ขอให้ทำหน้าที่ตามที่ลุงตู่มอบหมายแบ่งงาน แปลว่าลูกเรือลำนี้ต้องลงมือทันที เพราะภาวการณ์ข้างหน้านั้นต้องเตรียมพร้อม 24 ชั่วโมง


          เหตุดังกล่าวบางพรรคร่วมรัฐบาลรับรู้และสั่งรมต.ในสังกัดขับเคลื่อนการทำงานทันทีและเร่งผลงานให้ปรากฏ...ของแบบนี้ใครลงมือก่อนสังคมจะเห็นข่าวสารนั้นๆ ก่อน และให้คะแนนก่อนเพราะการประเมินอายุรัฐบาลผสมสิบเก้าพรรคชุดนี้ คนการเมืองให้เวลาไว้ 1-2 ปี เพราะวันนี้เจ็ดพรรคฝ่ายค้านจองกฐินหลายกองไว้รอแล้ว

 

 

 

 


          แต่เมื่อเหลียวมองไปลึกๆ แล้ว ....จังหวะของรมต.ของบางพรรคบนเรือเหล็กลำนี้จะพบว่าเสนาบดีบางคนยังมะงุมมะงาหราและยามนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าเสนาบดีจากพปชร.บางคนยังขยับตัวช้าแม้อาจมีบางคนของพปชร.ที่กระสากลิ่นและรู้ทางลมการเมืองจึงขับเคลื่อนการทำงานมาแล้วระยะหนึ่งหลังรับตำแหน่งก็ตาม....


          อย่าลืม "พปชร.” คือพรรคหลักของเรือเหล็กลำนี้ที่แม้กระทรวงหลักบางแห่งมิได้อยู่ในการกำกับดูแลเพื่อดำเนินนโยบายพรรคที่หาเสียงไว้แต่เมื่อมันล่วงเลยมาถึงวันนี้ การตีโพยตีพายเพื่อเรียกร้องสิทธินั้นๆ จบไปแล้ว ดังนั้นการทำงานตามที่ลุงตู่มอบหมายให้บรรลุผลน่าจะเป็นสิ่งดีที่สุดหากพปชร.ยังหวังที่จะเดินหน้าต่อบนเส้นทางการเมือง.....


          แต้มจะไหลเข้าหรือไหลออกอยู่ที่รมต.ของพลังประชารัฐทุกชีวิต..และใช่ว่าจะปล่อยให้สร.1 เก็บแต้มโดยลำพัง ?

 

 

 



          “ศึกในอย่ากระเพื่อม รอตั้งรับศึกนอก” น่าจะเป็นสิ่งเดียวที่คนของพปชร.ต้องท่องให้ขึ้นใจและออกไปลุยเก็บแต้มในวันนี้รวมทั้งวันหน้า และยิ่งสังคมกำลังมองว่าสิ่งที่พปชร.หาเสียงไว้หลายนโยบายนั้นเริ่มจะผิดคำมั่นที่เคยกล่าวไว้เมื่อวันวานและขั้วตรงข้ามเริ่มนำมาโจมตีขยายผลหลากวาระกันแล้ว...


          ฉะนั้นลูกเรือเหล็กปีกพปชร.หากไม่เร่งจังหวะขับผลงาน แววหลุดเก้าอี้ย่อมมาเยือนก่อนกาล


          หากมองไปยังกระทรวงใหญ่อย่าง ศธ. ที่มีงบประมาณราวห้าแสนล้านบาทและต้องทำหน้าที่การพัฒนาคนสู่ศตวรรษที่ 21 ตามนโยบายของรัฐบาลนั้น


          "ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” แกนนำพปชร.คนนี้รับบทเสมา 1 ที่ต้องตอบโจทย์ซึ่งหลายคนบอกว่าเป็นปัญหาเรื้อรังมาดำเนินการให้เห็นผลเร็วที่สุด และไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าใดนักเพราะการปฏิรูปการศึกษานั้นหากไม่มีความร่วมมือของทุกฝ่ายมันก็ยากที่จะสำเร็จ

 

 

 


          พปชร.เคยแจ้งสังคมว่าหากได้เป็นรัฐบาลจะมุ่งเน้นแก้ปัญหาให้นักศึกษาที่เป็นหนี้ค้างชำระ กยศ.


          สร้างหลักประกันการศึกษาถ้วนหน้าเพื่อให้เด็กได้เล่าเรียน และวางระบบให้ชุมชนเป็นผู้ดูแลระบบการศึกษาแทนกระทรวง ตามแนวคิด ‘บ้าน’ ‘วัด’ ‘โรงเรียน’


          ดึงมหาวิทยาลัยเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงแก่โรงเรียนเพื่อส่งเสริมระบบการเรียนการสอนแก่โรงเรียน ครู และเยาวชนเพื่อสร้างคุณภาพการศึกษาให้ดีขึ้น


          ให้ความรู้เด็กและเยาวชนหญิงเรื่องการตั้งครรภ์ก่อนแต่ง หรือการป้องกันการข่มขืน และประกันความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน


          สิ่งเหล่านี้ต้องดูว่าเมื่อแกนนำพปชร.มาเป็นเจ้ากระทรวงนี้จะทำตามสัญญาเยี่ยงใดให้บรรลุผล

 

 

 


          เสมา 1 เคยบอกกับเครือเนชั่นว่า "การปฏิรูปการศึกษาคือวาระแห่งชาติที่ทุกๆ ฝ่ายต้องร่วมมือเพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ในประเทศให้มีความพร้อม เพราะขีดความสามารถทางการแข่งขันของไทยนั้นส่วนหนึ่งอิงกับระบบการเรียนการสอน ดังนั้นระเบียบต่างๆ หลักสูตรต่างๆ เมื่อบังคับใช้ไปแล้วห้าปีต้องมาสังคายนากันใหม่ เพราะวันนี้สังคมมีพลวัตการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว”


          แว่วมาว่าเสมา 1 จึงทำการบ้านมาล่วงหน้าตั้งแต่รับหน้าที่โดยในเฟซบุ๊กส่วนตัวจะพบว่าเสมา 1 ได้ตระเวนไปเยี่ยมโรงเรียนและนักเรียนหลายแห่งทั่วประเทศแบบไม่บอกกล่าวล่วงหน้าเพื่อรับรู้สารพันปัญหาด้วยตัวเองแบบสายฟ้าแลบ


          คณะทำงานของรมว.ศึกษาธิการคนนี้บอกว่า “รมต.วางแผนงานคร่าวๆ ไว้หลายเรื่อง เช่น การเตรียมปรับหลักสูตรการเรียนการสอน การดูแลบุคลากรทางการศึกษาทั้งระบบ การดูแลหนี้สินครู การส่งเสริมนักเรียน การผลักดันงบประมาณไปใช้ในเรื่องที่ขาดแคลน โดยตั้งเป้าว่าภาคเรียนแรกของปีการศึกษาหน้าสิ่งที่แจ้งไว้กับสังคมต้องเกิดขึ้น”

 

 

 


          “ภารกิจเร่งด่วนตอนนี้คือการตระเวนไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนต่างๆ แบบไม่แจ้งล่วงหน้านั้น เพราะรมต.มองว่าจะทำแเบบนี้ทั่วประเทศเพื่อไปดูและฟังด้วยตัวเองว่าข้อเท็จจริงคืออะไร เพราะโลกออนไลน์ที่โพสต์ข้อมูลและภาพบางสิ่งเกี่ยวกับระบบการเรียนการสอนนั้น รมต.ได้ให้ทีมงานเก็บข้อมูลไว้หมด รวมทั้งพบว่าบางเรื่องไม่ตรงกับเจ้าหน้าที่รายงานมา


          ดังนั้นรมต.จึงจะลงพื้นที่และจะไปตรวจเยี่ยมกรณีที่เคยเป็นข่าวและไม่เป็นข่าวแบบไม่บอกล่วงหน้า เช่น อาหารกลางวัน อาคารเรียน อุปกรณ์ การใช้พื้นที่สนามกีฬาของสถานศึกษาในเวลาหลังราชการ ความปลอดภัยของสถานที่ รวมทั้งโรงเรียนตามแนวชายแดน


          โดยภาคเรียนนี้และช่วงต้นภาคเรียนที่สองนั้น รมต.จะไปลงพื้นที่ให้มากที่สุดและต้องสรุปแผนงานเพื่อดำเนินการให้เป็นรูปธรรมในภาคเรียนแรกของปีการศึกษาหน้า” ทีมงานของเสมา 1 แจ้งปฏิทินงานที่วางไว้


          ดังนั้นหากมองจังหวะของเสมา 1 ในเชิงการเมืองนั้น การเดินสายแบบนี้จะมีผลบวกด้านข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่ออกไป เพราะอย่าลืมว่าครูคือหนึ่งในหัวคะแนนและฐานเสียงที่มีผลกับพรรคการเมืองไม่น้อยกว่าวิชาชีพอื่นๆ ในสังคม

 

 

 


          นักเรียนคือคนรุ่นใหม่ในสังคมที่รอวันเติบโต รวมทั้งจะก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งในวันข้างหน้าเพื่อกำหนดเส้นทางชีวิตของประเทศ


          ผู้ปกครองคือผู้ที่มีบทบาทสูงและมีอิทธิพลทางความคิดรวมทั้งการปรากฏเป็นข่าวได้ทั้งมุมลบและมุมบวกเกี่ยวกับบทบาทของกระทรวงนี้


          หากเสมา 1 จับคำตอบของสามปัจจัยนี้ได้และเร่งขับผลงานออกมา แต้มต่อยังพอมีไว้สู้กับคู่แข่ง


          ดังนั้นแผนสายฟ้าแลบของเสมา 1 ที่จะตระเวนตรวจเยี่ยมโรงเรียนและพบครู นักเรียน ผู้ปกครองนั้น จึงเป็นหนึ่งในภารกิจที่มีผลกับคะแนนนิยมของครม., พลังประชารัฐ และณัฏฐพลแบบเลี่ยงมิได้ เพราะในข้อเท็จจริงแล้ว หลายคนในพปชร.รู้ว่าแต้มต่อของพรรคที่มีในมือนั้นค่อยๆ ลดลงไปตามลำดับ หากมิเร่งสร้างผลงานเชิงประจักษ์ก็ยากที่จะเดินหน้าทางการเมืองได้ง่ายนัก


          เพราะถนนชีวิตของพปชร.พูดง่ายๆ ขรุขระกว่าพรรคร่วมรัฐบาล แต่หากไม่เร่งเครื่องให้แรงกว่าเพื่อนก็ยากที่จะแซงหน้า


          “ครูตั้น” มีการบ้านที่ต้องตอบโจทย์สังคมและพรรคให้ได้ หากแก้สมการนี้ได้โอกาสของพปชร.ก็ยังมีลุ้นยาวๆ ในการเพิ่มคะแนนไว้สู้ศึกการเมือง
 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ