คอลัมนิสต์

เสาค้ำยันรัฐบาลลุงตู่ ตัดตอนบารมีลุงป้อมหรือไม่?

เสาค้ำยันรัฐบาลลุงตู่ ตัดตอนบารมีลุงป้อมหรือไม่?

05 ส.ค. 2562

เสาค้ำยันรัฐบาลลุงตู่ ตัดตอนบารมีลุงป้อมหรือไม่?

 

 


          รายการเนชั่นสุดสัปดาห์กับ 3 บก.ออกอากาศทุกวันเสาร์เวลาห้าโมงเย็นทางเนชั่นทีวีช่อง 22 รายการที่วิเคราะห์ข่าวสารบ้านเมืองในประเด็นร้อนโดย “วีระศักดิ์ พงษ์อักษร” บรรณาธิการบริหาร นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และ “บากบั่น บุญเลิศ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นสพ.ฐานเศรษฐกิจ ในประเด็น “เสาค้ำยันรัฐบาลลุงตู่ ตัดตอนบารมีลุงป้อมหรือไม่?”

 

 

          “วีระศักดิ์” กล่าวว่า ครม.ชุดนี้แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาและแบ่งงานให้รองนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบแล้ว เสาค้ำยัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมนั้นจำเป็นอย่างไร มองว่าเสาเศรษฐกิจและเสาความมั่นคงคือสิ่งสำคัญ ตอนนี้มีการวางระเบิดป่วนเมืองที่จะกระเทือนความเชื่อมั่นของหลายฝ่ายที่มีต่อรัฐบาลนี้


          “บากบั่น” กล่าวว่า” สี่เสาความมั่นคงของนายกรัฐมนตรีคือ ความมั่นคง กฎหมาย เศรษฐกิจ และกระทรวงมหาดไทย ภาพที่ไม่ค่อยเห็นในรัฐสภาคือนายกฯ ตอบฝ่ายค้านที่สอบถามในทุกกรณีด้วยตัวเอง แต่ความจริงนายกฯ ยืนเดี่ยวไม่ได้ ต้องมีสี่เสาค้ำยัน ล่าสุดการป่วนเมืองหลวงและมีสองจุดที่น่าคิดคือจุดแรกด้านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.), ด้านหน้ากองบัญชาการกองทัพไทยคือสัญลักษณ์ความมั่นคง จุดที่สองคือด้านหน้าบีทีเอสศาลาแดงคือแหล่งเศรษฐกิจของประเทศ มันสะท้อนอะไร


          ดังนั้นการตั้งครม.และการแบ่งงานครั้งนี้ นายกฯ คุมงานความมั่นคงและเศรษฐกิจเอง นายกฯ ดึงงานที่เคยมอบให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ดูแลในรัฐบาลที่แล้วมาดูแลเองเกือบหมด ภารกิจที่ พล.อ.ประวิตร ดูแลความมั่นคงในหน่วยงานที่นายกฯ มอบให้ดูแล ยกเว้นกระทรวงกลาโหมและสตช.นั้น มีกระแสข่าวว่า พล.อ.ประวิตร งอนนายกฯ ในเรื่องข้างต้น แม้นายกฯ บอกว่าตนดูแล สตช. เพราะแบ่งภาระจาก พล.อ.ประวิตร


          และยังมีกระแสข่าวว่า พล.อ.ประวิตร ขอดูแลกระทรวงพลังงานโดยอ้างความมั่นคงทางพลังงานของชาติเพราะมันคือขุมทรัพย์ของประเทศ แต่นายกฯ มอบให้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ดูแล แต่หนึ่งเสาที่เสริมบารมี พล.อ.ประวิตร คือกระทรวงมหาดไทยที่มีเรื่อง กฟภ., กฟน., การประปาภูมิภาคและการประปานครหลวงที่มีความสำคัญทางพลังงานเช่นกันและเสาต้นนี้อยู่ข้างหลังที่เสริม พล.อ.ประวิตร และนายกฯ อีกชั้นหนึ่ง ส่วนเสาหลักทางกฎหมายคือ นายวิษณุ เครืองาม ขณะที่รองนายกฯ จากพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทยดูแลกระทรวงที่พรรคได้รับผิดชอบไป”

 

 

เสาค้ำยันรัฐบาลลุงตู่ ตัดตอนบารมีลุงป้อมหรือไม่?



          “วีระศักดิ์” กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร จะดูแลเรื่องทรัพยากรน้ำที่มีโครงการใหญ่ในการผันน้ำจากแม่น้ำโขงเข้ามาไทยที่ใช้งบมหาศาล คือ 1.8 ล้านล้านบาท เรื่องนี้ค้างคาไว้จากรัฐบาลที่แล้วที่บริหารจัดการมีปัญหาบางส่วน เชื่อว่าครั้งนี้ พล.อ.ประวิตร น่าจะหารือกับนายสมคิดในเรื่องนี้ได้สะดวก พล.อ.ประวิตร ยังดูแลเรื่องปัญหาที่ดินที่จะช่วยคนจนที่ต้องดำเนินการต่อจากรัฐบาลที่แล้ว


          “วีระศักดิ์” กล่าวว่า หลายคนมองว่าการแบ่งงานครั้งนี้เป็นการกระชับหรือตัดตอนบารมี พล.อ.ประวิตร หรือไม่ เพราะ สตช. ที่ พล.อ.ประวิตร ไม่ได้กำกับดูแลนั้นเป็นสิ่งที่หลายคนตั้งคำถาม รวมทั้งการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจและทหารนั้น ควรมีกันชนป้องกันนายกฯ กรองชั้นหนึ่งก่อน แต่หากปล่อยไว้ให้เกิดเหตุแบบห้าปีที่แล้วจะมีข้อครหา วันนี้การปฏิรูปตำรวจยังไม่คืบหน้าเพราะต้นทางของกระบวนการยุติธรรมคือปฏิรูปตำรวจไม่คืบหน้า ตรงนี้คือสิ่งที่นายกฯ ต้องตอบให้ได้ในครั้งนี้


          “บากบั่น” สรุปว่า “นายกฯ มอบการบ้าน สตช. ว่าแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจรอบนี้ต้องไม่มีข้อครหาและต้องไม่มีค่าน้ำร้อนน้ำชา วันนี้การปฏิรูปตำรวจขึ้นอยู่กับนายกฯ โดยตรง เพราะนายกฯ รับไม้มาจาก พล.อ.ประวิตร และสตช.วันนี้ขาดแคลนพนักงานสอบสวนคือสิ่งที่นายกฯ ต้องแก้ไข"


          ส่วนเสาเศรษฐกิจนั้น “วีระศักดิ์” กล่าวว่า เสาหลักทางเศรษฐกิจที่ต้องดูแลตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ มองแล้วนายสมคิดดูแลต้นน้ำ แต่กระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งกระทรวงพาณิชย์ที่เป็นปลายน้ำอยู่กับพรรคอื่น เหมือนตัดตอนไปบางอย่าง ดังนั้นต้องรอดูการตั้งองค์กรใหม่ที่จะตั้งขึ้นมาที่เคยใช้สมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และสมัยรัฐบาลไทยรักไทย คือ ครม.เศรษฐกิจ ที่ตอนนี้นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ เพราะรัฐบาลผสมมีหลายพรรค ต้องหารือเรื่องเศรษฐกิจให้จบในวาระนี้ก่อนเสนอเรื่องสู่ที่ประชุมครม.

 

 

 

เสาค้ำยันรัฐบาลลุงตู่ ตัดตอนบารมีลุงป้อมหรือไม่?

 


          หากนายกฯ ไม่ว่าง เชื่อว่านายสมคิดต้องนั่งหัวโต๊ะแทน เสมือนว่านายกฯ เป็นแบ็กอัพให้นายสมคิด เศรษฐกิจวันนี้ไม่เหมือนที่ผ่านมา มีแต่ถดถอย หากรัฐบาลขับเคลื่อนไม่ได้ หอกจะทิ่มตัวเองว่าอายุรัฐบาลจะสั้นหรือยาว ครม.ทุกพรรคต้องทำงานเหมือนวงดนตรีที่เล่นคีย์เดียวกัน การทุ่มงบให้เศรษฐกิจโตในบางอย่างเหมือนเทน้ำลงบ่อทรายมันหายไป วันนี้ต้องสร้างทีมให้แข็ง มีประสิทธิภาพ


          “บากบั่น” แสดงความเห็นว่าเคยหารือกับรองนายกฯเศรษฐกิจหลายคนบอกว่าหากมีครม.เศรษฐกิจเกิดขึ้น มีแกนนำพรรคเข้าประชุมบางคนจะไม่มาประชุมหากไม่มีนายกฯ ร่วมประชุม หัวใจครม.เศรษฐกิจคือนายกฯ และนายสมคิด คือเสาค้ำยันเศรษฐกิจของพล.อ.ประยุทธ์


          สำหรับประเด็นการแบ่งงานจะเกิดความขัดแย้งระหว่างรองนายกฯ บางคนหรือไม่ และต้องใช้กาวใจยี่ห้อตู่หรือไม่


          บากบั่นและวีระศักดิ์วิเคราะห์ร่วมกันว่า "วันนี้ ส.ส.270 เสียงคือเป้าหมายที่รัฐบาลต้องการ ช่วงตั้งพรรคพลังประชารัฐมีสองแนวคิดคือใช้คนรุ่นใหม่และไม่ต้องการนักการเมืองรุ่นเก่า แนวคิดนี้ได้ยินว่า พล.อ.ประวิตร หนุน แต่นายสมคิดมองว่าทำแบบนี้พรรคไม่เกิด ต้องมีฐานเสียงของนักการเมือง จึงไปทาบกลุ่มสามมิตรที่คุ้นเคยกับนายสมคิดมาร่วมพรรคพลังประชารัฐ แต่ พล.อ.ประวิตร ไม่ค่อยชอบกลุ่มสามมิตรเพราะต่อรองเยอะ เก้าอี้ที่เจรจากับพรรคอื่นๆ กลุ่มสามมิตรก็เคลื่อนไหว ตรงนี้ พล.อ.ประวิตร อาจไม่พอใจนายสมคิดไปด้วย”

 

 

 

เสาค้ำยันรัฐบาลลุงตู่ ตัดตอนบารมีลุงป้อมหรือไม่?

 


          “รองนายกฯ ประวิตร และรองนายกฯ สมคิด แต่เดิมสนิทกันตอนนี้ไม่รู้ว่ากระแสข่าวหมางใจนั้นจริงหรือไม่ แต่ประเด็นกลุ่มสามมิตรในพรรคพลังประชารัฐนั้น กลุ่มสามมิตรนี้นายสมคิดดึงมาในพรรค และเคลื่อนไหวต่อรองเก้าอี้ครม. รวมทั้งมีการลองวิชาในรัฐสภา ได้ยินนายทหารบางคนไม่พอใจนักการเมืองบางคนที่บอกว่าไม่ใช่ลูกน้องทหาร จะได้สั่งซ้ายหัน ขวาหันได้


          วันนี้ พล.อ.ประวิตร มีกระแสข่าวว่าจะไปจัดการในพรรคพลังประชารัฐ โดยการลดหน้าที่ในครม.นั้น ทราบว่าเพื่อให้ พล.อ.ประวิตร ไปทำภารกิจค้ำยันพรรคพลังประชารัฐ แก้ไขเสียงปริ่มน้ำ และเร็วๆ นี้ จะมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่ผ่านมาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในพรรคพลังประชารัฐยุติได้เพราะ ร.อ.ธรรมมนัส พรหมเผ่า และนายสุชาติ ชมกลิ่น ที่ตอนนี้เป็นมือขวาของ พล.อ.ประวิตร ดำเนินการ และตอนนี้มีการดึงอดีตส.ส.จากพรรคตรงข้ามมาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ เสมือนปฏิบัติการไดโว่ที่จะมีขึ้นอีก”