คอลัมนิสต์

ต้องฟังชาวบ้าน

ต้องฟังชาวบ้าน

30 ก.ค. 2562

บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันอังคารที่ 30 กรกฎาคม 2562

 

 

          คำร้องเรียนของชาวบ้านย่านถนนพระราม 2 ถึงรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมก็คือ ข้อสงสัยเกี่ยวกับสัญญาว่าจ้างบริษัทเอกชนก่อสร้างเพิ่มเติมพระราม 2 ระยะทาง 11 กิโลเมตร แต่ใช้บริษัทรับเหมามากราย อีกทั้งบางบริษัทเคยรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่เเต่ทำงานล่าช้า แต่ยังได้ร่วมก่อสร้างอีกนั้น ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็รับปากว่าจะตรวจสอบเรื่องนี้ ส่วนที่ว่าจ้างถึง 3 บริษัทก็เป็นไปเพื่อความรวดเร็วในการทำงาน อย่างไรก็ตาม กรณีถนนพระราม 2 ที่รู้จักกันว่า มีการก่อสร้างนานเจ็ดชั่วโคตรนั้น ถือเป็นบทเรียนหนึ่งของการปล่อยปละละเลยจากหน่วยงานราชการ ซึ่งถ้าหากสำรวจพื้นที่ก่อสร้างถนนทั่วประเทศ ก็คงจะพบปัญหาลักษณะคล้ายๆ กัน คือชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส อย่างถนนกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันตก ก็กำลังจะตกอยู่ในสภาพเจ็ดชั่วโคตรเช่นกัน ยังไม่นับถนนสายรองลงไปอีกมากมาย

 


          คำร้องเรียนของชาวบ้านย่านถนนพระราม 2 ยังเสนอให้ตั้งคณะกรรมการทุกภาคส่วนโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมเพื่อบูรณาการแผนงาน สะท้อนให้เห็นว่า ที่ผ่านมานั้น หน่วยงานราชการละเลยที่จะสำรวจหรือสอบถามความเห็นจากชุมชนอย่างเอาจริงเอาจัง กล่าวสำหรับถนนพระราม 2 หรือทางหลวงหมายเลข 35 มีสภาพปัญหาการจราจรติดขัดแต่เดิมอยู่แล้ว เพราะนอกจากจะเป็นเส้นทางสายหลักลงสู่ภาคใต้ แบ่งเบาการจราจรบนทางหลวงหมายเลข 4 หรือถนนเพชรเกษมแล้ว บริเวณรายรอบถนนสายนี้ ยังมีสถานที่ในเชิงพาณิชย์จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น ห้างสรรพสินค้า นิคมอุตสาหกรรม รวมทั้งสถานพยาบาล โรงเรียน สถานที่ท่องเที่ยว แต่สภาพพื้นที่มีจำกัดไม่สามารถขยายถนนได้ ทางออกในอนาคตอันใกล้คือสร้างทางยกระดับ แต่ถึงอย่างนั้น กิจกรรมใดๆ เกี่ยวกับถนนหนทาง ก็ต้องอาศัยการฟังความจากประชาชนและวางแผนงานอย่างละเอียดรอบคอบ


          นอกจากเรื่องการก่อสร้าง ซ่อมแซมต่อเติมที่ต้องดำเนินการอยู่เป็นประจำแล้ว ปมปัญหาหนึ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมควรกวดขันเป็นพิเศษก็คือ ลักษณะของสัญญาการจ้างงาน ซึ่งนอกจากความโปร่งใสเป็นธรรมแล้ว ก็ต้องคำนึงถึงผลกระทบทั้งด้านสภาพแวดล้อมทั่่วไป และความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งจะต้องมีแผนงานรองรับที่ดี เช่น แผนงานด้านการจราจรที่ต้องบูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงาน ระยะเวลาของการทำงานที่ไม่ควรจะนานเกินไป แต่ที่ผ่านมา แผนงานลักษณะนี้มักจะทำกันเฉพาะโครงการใหญ่ๆ เช่น การก่อสร้างงานโยธาของโครงการรถไฟฟ้า ที่แม้จะเตรียมแผนมาแล้วก็ยังมีปัญหาหน้างานอีกมากมาย แต่ในส่วนของโครงการที่มีขนาดรองลงไป ผู้รับเหมารายเล็กๆ แต่สร้างปัญหาจราจรได้อย่างใหญ่หลวง ต้องสอดส่องดูแลกันอย่างจริงจัง


          สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ ระบบอุปถัมภ์ที่เป็นเชื้อโรคร้าย ระบาดไปแทบทุกอณูของสังคม สภาพลูบหน้าปะจมูกระหว่างหน่วยราชการซึ่งเป็นผู้จ้างงาน กับนักธุรกิจก่อสร้างที่เป็นผู้รับเหมาก็อาจจะเกิดขึ้นได้กับหลายๆโครงการ  จึงเป็นธรรมดาอยู่เองที่ประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนย่อมจะต้องสงสัยว่า เหตุใด ผู้รับเหมาบางรายจึงสามารถทำงานได้ตามสะดวก จะหยุดงานวันไหนก็หยุด จะปิดถนน ปิดการจราจรอย่างไรก็ได้ ก็แค่ให้คนงานยกเอากรวยสีส้มมากั้นทาง ดูง่ายดายไปหมด เหมือนกับผู้รับเหมา “เส้นใหญ่” ลักษณะเช่นนี้เป็นการทำร้ายประชาชนอย่างแสนสาหัส โดยผู้เกี่ยวข้องกับโครงการทุกฝ่าย ไม่ต้องรับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้นแต่อย่างใดทั้งสิ้น