เปิดใจ"บิ๊กโจ๊ก"ในวันที่มีข่าวหวนกลับมาหวานเจี๊ยบ

27 มิ.ย. 2562
8.8 k
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์

เปิดใจ "บิ๊กโจ๊ก" สุรเชษฐ์ หักพาล ในวันที่มีข่าวหวนกลับมาหวานเจี๊ยบ รายงาน...

 

 

          “บิ๊กโจ๊ก” ยันตำแหน่งอนุ ก.ตร.ของเก่า ย้ำต้องถูกปลดออก เพราะตำแหน่งที่ปรึกษางานล้นมือ ลั่นไม่ได้หายไปไหนยังคอยดูแลทุกข์สุขประชาชนเหมือนเดิมอย่างเต็มความสามารถ

 

 

          พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีตผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยผ่านรายการ “ล่าความจริง” จากประเด็นที่กำลังเป็นกระแสข่าวอยู่ขณะนี้ โดยเฉพาะกรณีที่ยังมีชื่ออยู่ในอนุกรรมการ ก.ตร. ว่าเป็นเรื่องเก่าตั้งแต่ปี 2558 ในสมัยที่ยังดำรงตำแหน่งเป็น ผบ.สตม.


          ส่วนประเด็นการแต่งตั้งครั้งนั้นเนื่องจากมีอนุกรรมการ ก.ตร. บางท่านได้ลาออกจากตำแหน่งซึ่งในการเสนอไม่ได้หมายความว่า เสนออนุกฎหมายอย่างเดียว เพราะยังมีหลายอนุให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ลงนาม โดยมีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อบางส่วนและตนเป็นของเดิม


          ทั้งนี้กรณีที่ประชุม ก.ตร. มีมติให้ถอดออกจากอนุกรรมการ ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะขณะนี้ตนเป็นที่ปรึกษาพิเศษ ดังนั้น ภารกิจกว้างขวางมากขึ้น ทำให้ไม่มีเวลาลงไปทำอนุกฎหมาย จากนี้เป็นหน้าที่ของผบ.ตร. ในการคัดสรรบุคคลมาทำหน้าที่แทน


          สำหรับประเด็นการโอนย้ายเหมือนที่พล.อ.ประวิตร ชี้แจง ซึ่งการย้ายมาเป็นที่ปรึกษาระดับสิบ ถือว่ามีภาระมากขึ้น โดยเฉพาะปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายงานให้ไปศึกษาหน่วยงานองค์กรรัฐ องค์กรภาคเอกชน แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ปราบปรามอาชญากรรม คอลเซ็นเตอร์ ดังนั้นมีหน้าที่เพิ่มซึ่งแตกต่างไปจากงานเดิม ดังนั้นยืนยันว่าไม่ได้เป็นการเด้งฟ้าผ่า แค่ให้ไปทำอีกหน้าที่ ส่วนเรื่องการเดินทางไปประเทศก็เพื่อพักผ่อน เมื่อกลับมาก็ตั้งใจทำงานเหมือนเดิม




          “เราเป็นข้าราชการของแผ่นดินในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังนั้นผมทำหน้าที่ ทำงานทุ่มเทเหมือนเดิม เพื่อพัฒนาแผ่นดิน เปรียบเหมือนผู้เล่นฟุตบอลก็ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดตามตำแหน่งที่ได้รับมอบหมาย”


          พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องการทำงานก็ไปปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ และถูกมอบหมายให้มีความรับผิดชอบทำงานกว้างขวางมากขึ้น จากเดิมเป็นตำรวจก็ทำงานตำรวจ วันนี้เป็นที่ปรึกษาก็ไปแนะนำให้ความรู้องค์กรในการพัฒนาประเทศ หรือมีเรื่องร้องเรียนเข้ามายังสำนักนายกฯ หรือมีเรื่องร้องเรียนผ่านศูนย์ร้องทุกข์ส่งมาก็ดำเนินการ เป็นเรื่องการบริหารมากขึ้น


          อย่างไรก็ตามยืนยันว่าเข้าออกสำนักงานทุกวัน กรณีหน่วยไหนต้องการคำปรึกษา หรือมหาวิทยาลัยต้องการข้อมูลก็จะถ่ายทอดให้เพราะมีประสบการณ์การทำงานด้านปราบปราม ด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หนี้นอกระบบ ให้ข้อมูลและนำไปทั้ง ปปง. รวมถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ ดีเอสไอ ส่วนเรื่องหนี้นอกระบบถือเป็นนโยบายสำคัญ โดยมี พล.อ.ประวิตร เป็นกำลังหลัก

สำหรับกรณีที่มีส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุว่าการคืนโฉนดเป็นเรื่องสร้างภาพนั้น พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ระบุว่า ในเรื่องแก้หนี้เป็นนโยของนายกฯ ที่สั่งการ พล.อ.ประวิตร ขับเคลื่อน และบูรณาการหน่วยงานปฏิบัติทั้งหมด ไม่ได้ทำคนเดียว มีทั้งกระทรวงการคลัง ปปง. ดีเอสไอ รวมถึงกระทรวงต่างๆ ดังนั้น ยืนยันไม่เป็นเรื่องจริง ไม่ได้สร้างภาพ ซึ่งผู้ตอบคำถามได้ดีที่สุด คือประชาชน


          พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ยอมรับว่ากรณีที่มีข่าวส่วนตัวออกมาถาโถมนั้น ที่ผ่านมาไม่ได้ออกมาตอบ เนื่องจากเป็นข้าราชการต้องมีวินัย เมื่อผู้บังคับบัญชามอบหมายให้ทำหน้าที่ก็ทำอย่างเคร่งครัด แม้ย้ายไปย้ายมาก็ต้องทำเคร่ง เพราะเป็นข้าราชการแผ่นดิน ก็ต้องทำแทนคุณแผ่นดิน เพียงแค่ปรับตัวให้เข้ากับการทำหน้าที่นั้น โดยไปดูระเบียบ เอกสาร เรียนรู้


          ส่วนกรณีที่มีภาพปรากฏว่าเดินทางไปทำบุญที่จ.นครศรีธรรมราชนั้น ยืนยันว่าไปจริง เพราะเป็นคนชอบทำบุญ ซึ่งพี่น้องตำรวจทราบดี อย่างเมื่อก่อนไปอีสานลงพื้นที่ไหนก็ไปทำบุญไหว้ศาลหลักเมือง เมื่อช่วงนี้มีโอกาสก็ไปไหว้ รับฟังข่าวสาร และล่าสุดไปวัดพระแก้วมรกต ดังนั้นไม่ได้ทำพิธีกรรมอะไร แต่ไปกราบไหว้ด้วยความศรัทธา ไม่มีรถนำขบวน หรือมีข้าราชการตำรวจต้อนรับ เพราะเป็นคนสมถะ


          พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ยังฝากถึงประชาชนทั้งที่เข้าใจไม่เข้าใจ รวมทั้งฝากไปถึงประชาชนที่เป็นกำลังใจและสงสัย ยังทำหน้าที่ปกติ ดูแลทุกข์สุขของประชาชนในฐานะข้าราชการพลเรือนอย่างเต็มความสามารถ

แท็กที่เกี่ยวข้อง