royal coronation
วันที่ 16 ตุลาคม 2562
เจาะประเด็นร้อน

ไทยแลนด์แดนมหัศจรรย์ขุมทรัพย์ของวิเศษ!

วันที่ 24 มิถุนายน 2562 - 12:30 น.
บัตรพลังงานรักษาโรค,รักษาโรค
Shares :
เปิดอ่าน 3,084 ครั้ง

ไทยแลนด์แดนมหัศจรรย์ขุมทรัพย์ของวิเศษ! รายงาน...

 

 

 

          บัตรพลังงานรักษาโรค กลายเป็นบัตรลวงโลก เพราะรักษาโรคไม่ได้ !


          มนุษย์ทุกชาติภาษาเกิดมาต้องมีโรคภัย ถ้ารักษาไม่หายก็กลายเป็นโรคประจำตัว ต้องกินยา หาหมอ จนกว่าจะตายกันไปข้าง

 

 

          คนไทยเป็นชาติที่นับถือและศรัทธาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็ขึ้นชื่อว่างมงายในสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติไม่แพ้ชาติใดในโลก


          การเห็นคนอยากรวยพากันออกมาประกอบพิธีกรรมแปลกๆ คล้ายต้องการค้นหาอะไรบางอย่างตามต้นไม้และสัตว์ประหลาดที่มีลักษณะผิดธรรมชาติก่อนวันหวยออก ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่คุ้นตาอย่างยิ่ง

 


          คนเจ็บไข้ได้ป่วยก็คล้ายกัน แม้มีแพทย์แผนปัจจุบันให้การรักษา แต่บางครั้งรู้สึกว่าอาการต่างๆ มันฝังอยู่ในร่างกาย รักษาเท่าไรก็ไม่หาย การได้กราบไหว้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะช่วยให้สบายใจขึ้น แต่บางคนก็หันไปยึดสิ่งเหนือธรรมชาติเป็นที่พึ่ง เพราะคิดว่าเป็นทางเลือกที่ไม่เสียหายและคงจะมีความหวังมากกว่าอยู่เฉยๆ 


          พวกมิจฉาชีพเมื่อจับจุดอ่อนของคนเหล่านี้ได้ จึงใช้เป็นช่องทางแสวงหาประโยชน์ แต่คราวนี้มาในรูปแบบของวิทยาศาสตร์


          กรณีบัตรพลังงานรักษาโรค เป็นตัวอย่างที่เห็นชัดถึงความเชื่อในพลังลี้ลับของคนกลุ่มนี้

 

 

 

 


          ที่ จ.ขอนแก่น บัตรพลังงานรักษาโรค เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของคนในหมู่บ้านศาลาดิน ต.ศรีสุขสำราญ อ.อุบลรัตน์ เพราะบัตรที่ว่านี้ช่วยลดอาการเจ็บปวดให้พวกเขาได้อย่างปลิดทิ้ง ราวกับเป็นของวิเศษ


          ยิ่งเมื่อได้ยินมาว่าผู้ผลิตได้คิดค้นวัตกรรมประหยัดพลังงานมารวมไว้ในบัตรใบเดียวกันด้วยแล้ว ก็ยิ่งกระตุ้นให้ชาวบ้านหลงเชื่อและอยากได้มาใช้ประโยชน์มากขึ้น บางคนเอาบัตรนี้ไปแปะไว้ที่มิเตอร์ไฟฟ้า หวังว่าค่าไฟจะลดลง คนที่มีรถขับก็เอาบัตรไปติดในห้องเครื่อง เพื่อจะทำให้น้ำมัน 1 ถัง สามารถพารถวิ่งไปได้ไกลกว่าเดิมหลายกิโลเมตร




          ทวี เพียอินทร์ เป็นคนหนึ่งที่รู้สึกว่าอาการปวดเรื้อรังของเขาหายไปหลังจากนำบัตรพลังงานมาแตะที่ตัว


          เขาบอกว่า ก่อนได้บัตรนี้มา มีคนจากบริษัทแห่งหนึ่งชักชวนให้ไปเข้าอบรม และสาธิตสรรพคุณของบัตรให้ดู ช่วงระหว่างการสาธิตเมื่อพนักงานนำบัตรมาแตะที่ตัว รู้สึกมีอาการชา พอนำบัตรออกอาการชาก็หายไป จึงตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิก เพื่อจะได้บัตรกลับมาใช้


          แผนการตลาดของคนขายบัตรกลุ่มนี้ใช้วิธีการเดียวกับธุรกิจขายตรง โดยการหาสมาชิกเพิ่มเป็นลูกโซ่ไปเรื่อยๆ


          เช่นเดียวกับ ทวี ที่ต้องจ่ายเงินค่าสมัครสมาชิกครั้งแรก 4,400 บาท ได้บัตรมา 5 ใบ หลังจากนั้นนำไปขายต่อให้คนในหมู่บ้าน ราคาใบละ 1,100-1,500 บาท เพื่อให้นำไปรักษาอาการเจ็บไข้ได้ป่วย รวมถึงการประหยัดค่าไฟฟ้า พร้อมกันนี้ ทวี ก็จะมีเงินเข้าบัญชีทุกครั้งหากมีผู้สมัครสมาชิกเพิ่มแบบเดียวกับเขา


          ที่บ้านศาลาดิน และหมู่บ้านใกล้เคียง บัตรพลังงานรักษาโรคได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจากการบอกกล่าวกันปากต่อปาก ช่วงเวลาเพียงไม่กี่วัน มีชาวบ้านแห่ซื้อไปใช้มากถึง 20 กว่าใบ

 

 

 

 


          ด้วยสรรพคุณอันน่าทึ่ง ทำให้ชื่อเสียงของเจ้าบัตรสมาร์ทการ์ดตัวนี้ดังกระฉ่อนไปทั่วภาคอีสาน และพบว่ามีการนำไปใช้กันอย่างแพร่หลายใน จ.มุกดาหาร และ จ.นครพนม ด้วย


          เมื่อเรื่องถึงหู ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น สมศักดิ์ จังตระกุล จึงสั่งการให้นายอำเภอทั้ง 26 อำเภอ เร่งตรวจสอบว่าเข้าข่ายหลอกลวงประชาชนหรือไม่ และในที่สุดก็พบว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อชาวบ้านหลายรายที่ซื้อบัตรไปใช้เริ่มบ่นเสียดายตังค์ เพราะว่าบัตรแห่งความหวังใบนั้นรักษาโรคไม่ได้! ค่าไฟ ค่าน้ำมันที่เคยจ่าย หลังจากเอาบัตรวิเศษไปเหน็บตามจุดที่เขาบอกก็ไม่เห็นลดลงอย่างที่อวดอ้าง


          ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่ จ.สงขลา เจ้าหน้าที่ 6 หน่วยงาน เข้าตรวจค้นบริษัท เอ็กซ์เพิร์ทโปรเน็ทเวิร์ค จำกัด ใน อ.หาดใหญ่ ของ นายธนัช สุรินทร์ จดทะเบียนประกอบกิจการธุรกิจขายตรงสินค้าอุปโภค และพบหลักฐานบัตรพลังงานพร้อมโบรชัวร์บรรยายสรรพคุณไว้อย่างละเอียด เช่น เป็นเทคโนโลยีจากเยอรมนี ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง เบนซิน ดีเซล แอลพีจี เอ็นจีวี ปรับค่าความเสถียรของกระแสไฟฟ้า ลดค่าใช้จ่ายส่วนเกิน เพิ่มพลังงานเสริมสร้างและซ่อมแซมสุขภาพ

 

 

 

 


          อีกด้านหนึ่ง สำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ(ปส.) หลังจากได้รับการประสานให้นำบัตรลวงโลกนี้ไปตรวจสอบ ในที่สุดก็พบว่า บัตรนี้มี กัมมันรังสี ของธาตุ ทอเรียม และยูเรเนียม วัดได้ที่ประมาณ 40 ไมโครซีเวิร์ตต่อชั่วโมง หรือเทียบเป็น 350 เท่าของขีดจำกัดการได้รับปริมาณรังสีสำหรับประชาชนทั่วไปในระยะเวลา 1 ปี


          หากยูเรเนียมและทอเรียมเข้าสู่ร่างกายจะก่อให้เกิดการแผ่รังสีต่ออวัยวะภายใน และเกิดอันตรายต่อร่างกาย และขณะนี้ ปส.อยู่ระหว่างการวิเคราะห์การปนเปื้อนของวัสดุกัมมันตรังสีเมื่อนำแผ่นการ์ดอันตรายไปแช่ในน้ำ ซึ่งมีชาวบ้านทำแบบนั้นแล้วนำมาดื่มกิน


          หลังจากทราบผลวิเคราะห์จาก ปส. ว่าบัตรพลังงานที่ว่านี้มีกัมมันตรังสีปนเปื้อนในระดับที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ ขณะที่แพทย์ยืนยันว่าไม่สามารถรักษาอาการเจ็บป่วยของคนไข้ได้จริง ตำรวจขอนแก่นจึงเดินหน้าแจ้งข้อกล่าวหาผู้นำบัตรนี้ไปขายแล้วอย่างน้อย 2 ราย และเตรียมสอบสวนขยายผลไปถึงต้นทางที่นำบัตรนี้เข้ามาหลอกขายประชาชน ซึ่งนายธนัช เจ้าของบริษัท เอ็กซ์เพิร์ทโปรเน็ทเวิร์ค ก็อยู่ในข่ายด้วย


          จากการตรววจสอบข้อมูลบัตรพลังงานรักษาโรค หรือ บัตรเวทมนตร์ แล้วแต่ใครจะเรียก พบว่ามีแหล่งผลิตอยู่ในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งที่นั่นก็มีการหลอกขายให้แก่ประชาชนมานานนับสิบปี ก่อนจะแพร่ระบาดเข้ามาในบ้านเรา ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีการนำเข้ามาหลอกขายชาวบ้านมานานหลายปีแล้ว


          เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์รักษาสุขภาพชนิดอื่นที่มีการอวดอ้างสรรพคุณในลักษณะเดียวกันอีกมากมายที่มีขายในแหล่งช็อปปิ้งออนไลน์ ซึ่งในช่วงหลายปีมานี้พบว่า สินค้าที่มีการโฆษณาขายอย่างแพร่หลายคือผลิตภัณฑ์ประเภท สร้อยข้อมือที่มีส่วนประกอบของแม่เหล็กชนิดต่างๆ เช่น แม่เหล็กไทเทเนียม แม่เหล็กเฮมาไทต์ และยังมีกำไลแม่เหล็กอีกหลายชนิดที่ออกแบบให้มีความเก๋ไก๋ ทันสมัย เหมาะสำหรับสวมใส่เป็นเครื่องประดับสำหรับคนวัยทำงาน โดยมีสรรพคุณในการรักษาสุขภาพเป็นตัวดึงดูดความสนใจ


          ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มักมีการโฆษณาที่เหมือนกันคือ การอ้างคุณสมบัติของแม่เหล็กว่ามีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยให้ระบบการไหลเวียนโลหิตดีขึ้น และกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญอาหาร เสริมสร้างพละกำลัง 


          ขณะที่บางผลิตภัณฑ์อ้างว่า สามารถลดอาการปวดบวมของกล้ามเนื้อ ลดอาการอักเสบตามข้อ แถมยังบำบัดกระดูกที่หักให้ประสานได้ดีขึ้น


          นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์กำไลข้อมือที่อ้างสรรพคุณสามารถบรรเทาอาการปวดข้อมือ แขน และบ่า คลายอาการปวดเกร็งกล้ามเนื้อที่เกิดจากกิจกรรมต่างๆ ซึ่งผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ได้รับความนิยมมากในวงการกีฬา แต่กลับไม่มีข้อมูลวิจัยทางวิชาการยืนยันว่าใช้ได้ผลจริงหรือเป็นเพียงอุปทานของผู้ใช้


          อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีคุณสมบัติตรงตามที่โฆษณาหรือไม่ รวมถึงมีการขออนุญาตจำหน่ายอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ด้วย 


          แต่เชื่อหรือไม่ว่า ไม่มีหน่วยงานใดให้ความร่วมมือในการตรวจสอบแม้แต่หน่วยงานเดียว 


          กระนั้นมีรายงานของนักวิจัย คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เผยแพร่เมื่อปี 2556 ระบุว่า กำไลแม่เหล็กและกำไลทองแดง ไม่มีผลกับผู้ป่วยโรคข้ออักเสบอะไรเลย ไม่ว่าจะลดอาการปวด บวม หรือไม่ให้โรคลุกลาม


          นักวิจัยผู้นี้อ้างผลการทดลองกับผู้ป่วยโรคข้ออักเสบ 70 ราย หลังจากให้สวมกำไลทองแดง และสายคาดแม่เหล็กแบบต่างๆ กันอยู่นานถึง 5 เดือน พวกเขายังได้ตรวจเลือดคนไข้หลังจากที่สวมกำไลมาได้เป็นเวลา 5 อาทิตย์ดูอีกด้วย


          ดร.สจ๊วร์ต มอนด์ หัวหน้าคณะนักวิจัย แนะนำผู้รักสุขภาพว่า ควรเก็บเงินไว้ซื้ออาหารบำรุง เช่น พวกน้ำมันปลา ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายดีกว่าไปหลงเชื่อการหลอกลวงของพ่อค้าเห็นแก่ตัว

 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ