คอลัมนิสต์

วิธีเอาตัวรอดจาก 'ฝุ่นพิษ'

วิธีเอาตัวรอดจาก 'ฝุ่นพิษ'

28 มี.ค. 2562

คอลัมน์... อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน [email protected]

 

          จดหมายจากคุณ ‘สมชัย’ พิษณุโลก ต่อไปนี้น่าสนใจมากครับเพราะมีข้อแนะนำและวิธีป้องกันตัวเองจากฝุ่นพิษและหมอกควัน ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเวลานี้หลายจังหวัดเผชิญปัญหาหมอกควัน-ฝุ่นพิษ

 

 

          ดังนั้นจึงขอเป็นสื่อกลางนำมาแจ้งให้ทราบและขอขอบคุณ ณ ที่นี้ ซึ่งแม้ว่าอาจจะไม่ได้ผล 100% แต่ก็ป้องกันได้ในระดับหนึ่ง

          ขอเพิ่มเติมถึงปัญหาหมอกควันที่จะทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ดีเพราะหมอกควัน จึงควรเปิดไฟหน้ารถและหากมองไม่เห็นในระยะปลอดภัยต้องหยุดพักอย่าเสี่ยงภัย-เสี่ยงชีวิตเลย
อ๊อด เทอร์โบ



 เอาตัวรอดจาก ‘ฝุ่นพิษ’
 เรียน คุณอ๊อด เทอร์โบ

          ผมเพิ่งกลับจากพะเยาครับและเจอปัญหาฝุ่นพิษซึ่งทำให้เกิดอาการหายใจไม่สะดวกและมีอาการแสบตาเพราะมีหมอกควันเยอะเหลือเกินและเห็นข่าวบอกว่ายังอันตรายแถมมีไฟป่าไหม้อยู่เลย ทำให้เกิดปัญหาซ้ำซ้อนเข้าไปอีก

          ก่อนมาพะเยาผมไปทำธุระเชียงใหม่หลายวันก็เจอแบบเดียวกันและดูเหมือนจะหนักไปกว่าพะเยาเพราะเมืองเชียงใหม่เป็นลักษณะแอ่งกระทะเวลามีหมอกควันก็จะไม่มีลมพัดออกไป จนหลายวันก่อนมีรายงานว่าอากาศเชียงใหม่มีฝุ่นพิษหรือหมอกควันอันตรายมากที่สุดในโลก-เรียกว่าอันตรายจริงๆ

          ผมได้สอบถามและค้นคว้าถึงข้อแนะนำและวิธีป้องกันตนเองจากฝุ่นพิษ พีเอ็ม 2.5 รวม 6 ข้อ และขอเป็นสื่อกลางแจ้งมาเพื่อปฏิบัติดังนี้ครับ

 

          1.ลดการใช้ยานพาหนะส่วนตัว ส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ 2.หลีกเลี่ยงการเผาไหม้ในที่โล่งแจ้ง เผาพื้นที่เพื่อเตรียมการทำเกษตรกรรม เผาขยะ หรือวัสดุเหลือใช้ 3.ควบคุมกระบวนการก่อสร้างให้มีฝุ่นน้อยที่สุด 4.ออกกำลังกายในที่ร่ม ฝุ่นน้อยๆ และไม่ควรใส่หน้ากากอนามัยเวลาออกกำลังกาย 5.รับประทานอาหารเสริม อาหารที่มีวิตามินซี และวิตามินอีสูง เช่น ถั่ว ปลา(มีโอเมก้า 3 มาก) และ 6.ใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่จำเป็นต้องออกข้างนอกบ้าน หรือที่โล่งแจ้ง ให้ใส่หน้ากากพิเศษชนิดที่เรียกว่า

 

          “เอ็นเก้าสิบห้า” โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคระบบการหายใจหรือโรคหัวใจเรื้อรัง สำหรับคนทั่วไปอย่างน้อยให้ใส่ “หน้ากากอนามัย”

          โดยต้องใส่ให้ถูกต้องวิธี คือ หันด้านที่เป็นสีเขียวและเป็นมันออกด้านนอก ให้ส่วนที่มีแผ่นเสริมความแข็งแรงและช่วยการเข้ารูปอยู่ด้านบนของจมูก สังเกตรอยพับของผ้าด้านหน้าต้องพับลง หากใส่ผิดรอยพับจะกักเก็บฝุ่นละอองในรอยพับ ทำให้หายใจลำบาก

          รวมถึงวิธีป้องกันตัวจากฝุ่น 8 ประการคือ
          1.หาซื้อหน้ากากป้องกันฝุ่นละอองมาตรฐาน N95 (หน้ากากชีวนิรภัย) ได้ตามร้านขายยา ร้านค้า ทั่วไป หรือสั่งออนไลน์ ราคาตามท้องตลาดจะอยู่ที่ 35 บาท          

          2.หน้ากากแบบปกติไม่สามารถดักจับฝุ่นขนาดเล็กอย่างพีเอ็ม 2.5 ได้ ต้องเป็นหน้ากาก N95 เท่านั้น 3.ถ้าไม่สามารถหาซื้อหน้ากาก N95 ได้จริงๆ สามารถใช้หน้ากากอนามัยแบบธรรมดา แล้วนำกระดาษทิชชู่มาซ้อนกัน 2 ชั้น บนหน้ากาก ก็สามารถป้องกันได้ในระดับหนึ่ง 4.สวมหน้ากากครอบปากและจมูก ดึงสายรัดให้แน่น แล้วทดสอบด้วยการกดขอบลวดด้านบนให้แนบกับดั้งจมูก และดึงสายรัดให้ตึง ระหว่างหายใจ จะต้องไม่มีลมรั่วออกทางด้านข้างได้เลย ถึงจะป้องกันตัวเราได้ 95%

          5.เด็ก สตรีมีครรภ์ คนชรา และผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรจะได้รับการป้องกันจากฝุ่นพิษเป็นพิเศษ 6.ควรปิดประตูหน้าต่างให้สนิทเพื่อป้องกันฝุ่น และหากเป็นไปได้ให้งดทำกิจกรรมที่ต้องอยู่ภายนอกอาคาร 7.แนะนำให้ใช้หน้ากากอนามัยวันเดียวแล้วทิ้ง โดยสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ประมาณ 3 ครั้ง และ 8.หากหน้ากากอนามัยมีการสัมผัสสิ่งสกปรก หรือยางของหน้ากากอนามัยหย่อนลง ควรเปลี่ยนหน้ากากทันที เพื่อเป็นการป้องกันให้เกิดประสิทธิภาพที่สุด

          ผมเชื่อว่าหากปฏิบัติตามแล้วจะเกิดผลดีต่อสุขภาพร่างกายเรียกกันไว้ดีกว่าแก้และไม่ได้ใช้เงินอะไรมากมาย และมีรายงานอากาศแจ้งว่าเดือนหน้าช่วงสงกรานต์อากาศจะร้อนมากกว่านี้และโอกาสเกิดหมอกควันจากไฟป่าจะมีมากจึงแจ้งมาด้วยความห่วงใยและปรารถนาดีครับ
สมชัย (พิษณุโลก)



 ‘สงกรานต์’ อยู่เที่ยวไทยดีกว่า
 เรียน คุณอ๊อด เทอร์โบ

          ระยะนี้คำถามยอดฮิตในบรรดาเพื่อนๆ และญาติสนิทมิตรสหายว่าสงกรานต์จะไปเที่ยวที่ไหนเพราะมีวันหยุดยาวหลายวันและอากาศก็ร้อนเลยต้องวางแผนหนีร้อนไปเที่ยวกันให้สบายใจ

          ผมเห็นหลายๆ คนบอกว่าจะไปญี่ปุ่นเพราะไปมาง่ายๆ อากาศดี คนดี อาหารกินอร่อย และไม่ต้องทำวีซ่าหรือหลายๆ คนก็ไปเกาหลีใต้ ฮ่องกง จีน หรือพวกมีเงินระดับเศรษฐีก็ไปไกลถึงยุโรปหรืออเมริกาโน่นเลย

          เรื่องนี้แล้วแต่ความชอบและเงินในกระเป๋าครับ แต่สำหรับผมเองยึดถือคติ ‘กินอยู่อย่างพอเพียง’ และ 'เที่ยวเมืองไทย กำไรชีวิต’ เลยวางแผนตะลุยเมืองใต้เที่ยวทะเลโดยขับรถยาวไปถึงชุมพร ซึ่งเป็นจังหวัดที่สวยงามเงียบสงบ และไม่ค่อยอยู่ในโปรแกรมของคนทั่วไปอย่างเชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา ฯลฯ

          จึงขอเชิญชวนหรืออยากให้ทุกท่านอยู่เที่ยวเมืองไทยไปจังหวัดเล็กๆ แล้วจะพบกับความสุขในชีวิตไม่ต้องไปแย่งกันกินแย่งกันอยู่

          ยังพอมีเวลาวางโปรแกรมเที่ยวหรือไปทำบุญช่วงสงกรานต์ครับ อยู่เที่ยวเมืองไทยนี่แหละดีที่สุด
ไชยา (เพลินจิต)



ตอบ คุณ ‘ไชยา’ เพลินจิต
          ผมชอบวิธีคิดของคุณมากเลยครับ โดยเฉพาะคำว่า ‘เที่ยวเมืองไทย กำไรชีวิต’ ซึ่งเงินทองไม่รั่วไหลแล้ว ราคาประหยัดไม่ต้องใช้จ่ายมาก

          เวลานี้คนไทยนิยมไปเที่ยวต่างประเทศมากโดยเฉพาะประเทศยอดฮิตอย่างญี่ปุ่น เกาหลี จีน (บางเมือง) แต่ผมว่าเมืองไทยบ้านเราดีกว่าเยอะ

          หรือหากเบื่อการเดินทางจะเที่ยวแบบแสดงบุญไปทำบุญไหว้พระหรือทำวิปัสสนา-นั่งสมาธิก็อิ่มบุญจิตใจสบาย
อ๊อด เทอร์โบ
