
จับจังหวะพรรคและคนการเมืองก่อน"ชิงบัลลังก์สร.1"
โดย... ทีมข่าวการเมือง เครือเนชั่น
สนามการเลือกตั้งครั้งนี้ระอุดุเดือดไม่น้อยกว่าหลายๆ ครั้งที่ผ่านๆ มา วังวนการเมืองไทยคล้ายว่ายังไม่หลุดออกจากมิติเดิมๆ ข่าวคราวการทุจริตเลือกตั้งยังโผล่ตามสื่อและโลกออนไลน์
วาทกรรมสาดโคลนรวมทั้งสงครามน้ำลายบังเกิดแทบทุกเวทีและทุกแพลตฟอร์มทั้งบนดินและใต้ดิน
คราวนี้ก็เช่นกัน พลันที่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เริ่มมีท่าทีจะทำงานการเมืองต่อหลังยึดอำนาจมากว่าสี่ปี คนการเมืองขั้วตรงข้ามออกมาจัดหนักทันควันและเมื่อ "ลุงตู่" ตอบรับคำเชิญเป็นนายกฯ ตามที่ "พรรคพลังประชารัฐ" ส่งเทียบเชิญไปนั้น คู่ขัดแย้งทางการเมืองเดิมอย่าง "เพื่อไทยกับประชาธิปัตย์” ก็เบนเข็มในแทบบัดดล เพราะ “มวยคู่เอก” คราวนี้กลายเป็น “เพื่อไทยกับพลังประชารัฐ” ไปแล้ว
เป้าหลักการเมืองที่โดนรุมกระหน่ำแบบต่างกรรมต่างวาระ ต่างลีลานั้น ตกไปอยู่ที่ "ลุงตู่” เน้นๆ เพียงผู้เดียว ส่วน พปชร.คือตำบลกระสุนตกที่ต้องออกมาปกป้องและตอบโต้แทนลุงตู่จากแนวร่วมขั้วตรงข้าม เช่น อนาคตใหม่ เสรีรวมไทย เพื่อชาติ และปชป.นั้นมีวาทะกระแทกไปยังลุงตู่และพปชร.แบบไม่เว้นวัน
ล่าสุด “สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” คีย์แมนพปชร.ส่งสัญญาณออกมาแล้วว่า "กูจะไม่ยิ้มแล้ว กูจะสู้กับมึง” นั้น แสดงว่า การก้าวข้ามความขัดแย้งตามแคมเปญที่พรรคน้องใหม่แจ้งไว้นั้น น่าจะเก็บเข้าลิ้นชักไปชั่วคราว เพราะหากปล่อยให้ขั้วตรงข้ามกระหน่ำฝ่ายเดียวแบบนี้ ลุงตู่และพปชร.น่าจะน่วมไปก่อนวันหย่อนบัตร
แม้คีย์แมนพปชร.ที่เคยสังกัดไทยรักไทยจะขึ้นเวทีและชี้จุดตายของเพื่อไทยว่า “คือปฐมบทความขัดแย้งทางการเมืองและสร้างผลเสียหายกับระบบเศรษฐกิจไทยหลากด้าน จนลุงตู่ต้องอาสามาแก้ไขเพื่อดับไฟปัญหาและวางฐานรากการเมืองในอนาคตแบบมีระบบถ่วงดุลและตรวจสอบ”
แต่ “เพื่อไทย” หยิบสิ่งที่สังคมเรียกร้องตอนนี้คือเศรษฐกิจย่ำแย่ และไม่ควรปล่อยให้มีการสืบทอดอำนาจ ไม่อย่างนั้นคนไทยจะลำบากต่อเนื่อง ยามนี้ พท.พยายามโยนสิ่งใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์แก้จนคนไทย และอ้างการใช้นักบริหารมืออาชีพเข้ามาทำงาน ช่วงนี้พท.ยิงนโยบายหลากชุดออกมาตามจังหวะ และพยายามเลี่ยงที่จะมิแตะหรือกล่าวถึงแผลเก่าอย่าง ”โครงการจำนำข้าว” โดยพยายามเข็นชุดความคิดในการดูแลชาวนาที่เป็นเสมือนขุมกำลังหลักที่จะยกมือให้ผู้สมัคร ส.ส.ของเพื่อไทยเข้าไปเป็นผู้แทนฯ แต่ไม่รู้ว่าหากผลเบื้องต้นเกี่ยวกับการสอบคดีจำนำข้าวลอตสองออกมาในช่วงนี้ พท.น่าจะเหนื่อยกว่าเดิมเป็นแน่แท้
ส่วนการไล่ขยี้พปชร.นั้น จะพบว่า "เพื่อไทย" พยายามที่จะซัดไปยังการวางเครือข่ายอำนาจทางกาารเมืองที่ คสช.วางไว้ ตั้งแต่การเดินเข้าสู่รัฐสภา เพราะ 250 ส.ว. ที่คสช.เป็นผู้คัดกรองให้ทำหน้าที่โหวตเลือกนายกฯ ได้สองสมัยนั้น และมอบให้ "บิ๊กป้อม” พี่ใหญ่แห่ง คสช.เป็นคนคัดเลือก ส.ว.นั้น ตรงนี้คือเป้าที่เพื่อไทยกระทุ้งเสมอๆ ยามตระเวนขอแต้มคนไทยให้ชนะมากที่สุดเพื่อหักด่านนี้และหักหน้าคสช.แบบไม่ให้ใครค้านสายตา
เมื่อพท.เดินเกมแบบนี้บวกกับแนวร่วมทางการเมือง เช่น ไทยรักษาชาติ เพื่อชาติ อนาคตใหม่ เสรีรวมไทย ที่อ้างตัวเองว่าอยู่ฝ่ายประชาธิปไตยและต้านเผด็จการ จับมือกระแทกไปยังลุงตู่แบบไม่เว้นวรรคนั้น แต่อย่าลืมว่า "ไทยรักษาชาติ เพื่อชาติ และอนาคตใหม่” ในตอนนี้ก็มีความเสี่ยงหลากด้านที่อาจจะเข้าเกณฑ์ “ไม่ได้ไปต่อ”
“ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ“ และ ”ปิยบุตร แสงกนกกุล” สองแกนนำพรรคอนาคตใหม่ที่แสดงจุดยืนต้านรัฐประหารและเคยวิพากษ์สถาบันมาหลายครั้งในหลากวาระ และคล้ายว่ากาลก่อนกำลังจะมากุมกรรมในยามนี้ที่อาจกระเทือนไปยังอนาคต...
ส่วนพรรคน้องของเพื่อไทยที่ชื่อ “ไทยรักษาชาติ” นั้น สตาฟฟ์การเมืองของ ทษช.คนหนึ่งยอมรับว่า “ช่วงแรกๆ ชาวบ้านไม่รู้จักพรรคเลย แต่เหตุการณ์เมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้ชาวบ้านรู้จักมากขึ้น แต่ตอนนี้ก็โดนถามแล้วว่าจะโดนยุบพรรคไหม คนทำงานในพื้นที่ตอบคำถามยากนะ สมมุติว่าหากพรรคไม่โดนยุบ มันก็ยากที่จะเบียดปชป.หรือพปชร.ให้ชนะ แม้แต่ขึ้นอันดับที่สามยังเหนื่อยในหลายๆ เขตเลยเพราะเปิดตัวกระชั้น แนวนโยบายไม่ชัด ชาวบ้านรู้จักว่าเป็นพรรคใหม่ของทักษิณ ตรงนี้เหนื่อยอยู่เยอะหากได้โอกาสไปต่อ”
ขณะที่คณะทำงานของเพื่อชาติ ยอมรับว่า "วันนี้คีย์แมนพรรคมีความขัดแย้งจริง โดยเฉพาะเรื่องการส่งผู้สมัคร ส.ส.ทั้งสองระบบ เพราะมีใครบางคนมาสลับรายชื่อและมีข่าวเชิงลบเกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ จนตอนนี้คีย์แมนในพรรคแทบจะแยกกันเดินแล้ว และยังมีการให้ข่าวในเชิงสุ่มเสี่ยงว่าพรรคทำผิดกติกาและไม่เป็นประชาธิปไตย สถานการณ์วันนี้ยอมรับว่า วุ่นมาก”
ส่วน “ประชาธิปัตย์” นั้น คล้ายว่า อยู่มุมใดก็ได้เปรียบ หากอ่านรหัสหลากครั้งที่หัวหน้าพรรคสีฟ้าสื่อออกมาให้สังคมรับรู้เป็นระยะว่า “ไม่จับมือกับระบอบทักษิณและไม่ร่วมงานกับพรรคที่ คสช.หนุน”
คนใกล้ชิด อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เอ่ยให้ฟังแบบน่าคิดว่า "หากมองประวัติศาสตร์การเมืองในช่วงหลายสิบปี จะพบว่ายามการเมืองเละบ้านเมืองมีวิกฤติ ประชาธิปัตย์มักจะอยู่ในสถานะที่สังคมพึงพาได้ เช่น ยุคที่ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช หัวหน้าพรรคเป็นนายกฯ, ยุค รสช.ที่มีเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ จากนั้น "ชวน หลีกภัย” ได้เป็นนายกฯ หรือกระทั่งช่วงต้มยำกุ้ง ปชป.ก็กลับมาเป็นรัฐบาล, ยุคหลัง คมช.ที่รัฐบาลตอนนั้น(สมัคร สุนทรเวช และสมชาย วงศ์สวัสดิ์) ต้องยุติหน้าที่ พรรคก็เข้าร่วมตั้งรัฐบาลกับพรรคอื่นๆ การเมืองคราวนี้ก็เช่นกัน พรรคยึดหลัก แม้จะมีอดีต ส.ส.และนักการเมืองท้องถิ่นย้ายออกไปบ้าง แต่กระแสพรรคนั้นสังคมยังยอมรับ และยังยืนยันว่าพรรคไม่มีทางต่ำกว่าอันดับที่สองในการเลือกตั้งครั้งนี้"
สายสืบย่านถนนเศรษฐศิริแจ้งข้อมูลลับว่า พรรคสีฟ้ายามนี้จับจังหวะที่ พท.และพปชร.ปะทะกัน พรรคจะเดินเกมในสไตล์ของพรรคและน่าเชื่อว่าสังคมจะเคาะชื่อ ปชป.เป็นคำตอบสุดท้ายในการหย่อนบัตรและจะได้รับโอกาสเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล
ขณะที่พรรคขนาดกลางยังแทงกั๊กนั้น เริ่มที่พรรคสีน้ำเงิน ความหวัง 60 ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งนี้ “เสี่ยหนู” ยังฝันอยู่และยังเหยียบเรือสองแคมเพราะภูมิใจไทยสวิงไปอยู่ขั้วใดก็ได้บนกระดานการเมือง แว่วว่าเสี่ยหนูมีคำสั่งลับแล้วว่า ”ส่งการบ้านทุกอาทิตย์ เขตใดไม่กระเตื้อง ยุติการดูแล“ แต่ยังต้องลุ้นเหนื่อยกับข่าวเชิงลบจากปักษ์ใต้ที่มีการแอบเก็บไลน์แกนนำพรรคบางคนที่สั่งการในเชิงสุ่มเสี่ยงกับการทุจริตเลือกตั้ง หากมีการนำมาขยี้เมื่อใด ”ภท.” น่าจะเพลีย
ส่วนที่มาแบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ อย่างพรรคสีชมพู “ชาติไทยพัฒนา” ตอนนี้ลูกนาและหนุ่มท็อปใจชื้นได้บ้างเพราะกระแสในต่างจังหวัดยังจดจำพรรคนายกฯ บรรหารได้อยู่ อย่างน้อยตัวเลขที่จะได้รับคงไม่น้อยกว่าคราวที่แล้วคือ 19 ชีวิต
แต่ต้องลุ้นด้วยว่าหลังสิ้นมังกรเมืองสุพรรณไปแล้ว กัญจนา และ วราวุธ ศิลปอาชา จะเข็นพรรคสีชมพูไปได้ไกลเพียงใด
ขณะที่ "ชาติพัฒนา” ยามนี้กำลังโหมอย่างเต็มเหนี่ยว เพราะคราวที่แล้วตัวเลข 7 ส.ส.นั้น มันค่อนข้างน้อยมากสำหรับพรรคที่มีประวัติก่อตั้งโดย “น้าชาติ มาดนักซิ่ง” คราวนี้ “สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” หนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ ของชพน. หวังว่าจำนวน ส.ส.คราวนี้ต้องมากขึ้น และ ชพน.ต้องเป็นตัวแปรหลักบนเวทีการเมืองหลังการหย่อนบัตรให้ได้
ด้านรวมพลังประชาชาติไทยที่นำโดย "ลุงกำนัน” นั้น แม้จะใช้ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ออกมาฟัดกับอนาคตใหม่เมื่อหลายวันก่อนก็พอจะชิงพื้นที่สื่อได้บ้าง แต่กระแสที่ตอบกลับนั้นไม่ใช่ผลบวกนัก และยามนี้พรรคที่เคยบอกว่าหนุนลุงตู่เต็มที่นั้น กระแสเริ่มจางและแผ่วลงเรื่อยๆ จนไม่อาจคิดได้เลยว่า สิ่งที่ลุงกำนันฝันไว้อาจจะวูบไปในเร็วพลัน
คีย์แมนพรรคขนาดกลางคนหนึ่งยอมรับว่า หากผลการเลือกตั้งคราวนี้หรือโพลล์ที่แทบทุกพรรคจัดทำกันนั้นผลออกมาตรงข้าม เช่น ทราบมาว่าพรรคที่ คสช.หนุนอยู่นั้นหากกระแสไม่ดี ใบเหลือง, ใบส้ม, ใบแดง จะออกมาเพื่อจับผิดคู่แข่ง และตอนนี้ค่อนข้างชัดแล้วว่า "ไทยรักษาชาติ” โดนใบดำ(ตัดสิทธิการเมืองตลอดชีวิตสำหรับกรรมการบริหารพรรค) และใบแดง(ยุบพรรค) คู่แข่งของพรรคที่ คสช.หนุนก็หายไปหนึ่งพรรค และมันกระเทือนพรรคเพื่อไทยเต็มๆ เพราะมีการยอมรับกันล่วงหน้าแล้วจากแกนนำ พท.ว่า เปิดทางให้ ทษช.เก็บแต้มในพื้นที่ที่ พท.ไม่เคยชนะ และหวังให้เข้าป้ายอันดับที่สองหรือสาม เพื่อเอายอด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เมื่อพรรคน้องโดนยุบ พรรคพี่ก็กระเทือน แม้จะมีคำสั่งทางลับให้หนุนพรรคสาขา เช่น เสรีรวมไทย หรือเพื่อชาติ มันก็ยากที่จะไปบอกชาวบ้านแบบนั้น
รอดูว่ายี่สิบกว่าวันจากนี้ไป บริบทและสถานการณ์การเมืองจะพลิกไปอยู่มุมใด และใครจะได้แต้มต่อ...



