คอลัมนิสต์

ไม่ขับให้ดับเครื่อง

ไม่ขับให้ดับเครื่อง

27 ก.พ. 2562

คอลัมน์... อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน [email protected]

 

           เรียน คุณอ๊อด เทอร์โบ
          เวลานี้เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการจากประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งต่อไปก็จะมีปัญหาเรื่องหมอกควันจากการเผาป่าหรือไฟป่าตามมา

          ผมจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลวางแผนป้องกันไว้ให้ดี มิฉะนั้นจะเกิดปัญหามลภาวะตาม ซึ่งทุกผ่ายต้องร่วมมือกัน

 

          วันก่อนมีข่าวที่น่าสนใจจาก กทม.ว่าจะนำร่องเรื่องโครงการ ‘ไม่ขับ-ให้ดับเครื่อง’ ซึ่งจะเริ่มจากพนักงานขับรถของ กทม. เพราะหลายคนติดเครื่องขณะรอรับส่งหรือติดเครื่องเปิดแอร์เพราะอากาศร้อน

          เพื่อให้หน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานครมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศจากยานพาหนะ ในส่วนของ กทม.ที่มีรถยนต์ในสังกัดถึง 10,000 คัน ได้ให้หน่วยงานในสังกัดเข้มงวดมาตรการลดฝุ่นละออง PM 2.5 ด้วยการกำชับพนักงานขับรถยนต์ดับเครื่องยนต์ทุกครั้ง เมื่อไม่ปฏิบัติงานหรือจอดรถรับ-ส่ง ประชาชนสามารถติดตามผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศได้ที่เว็บไซต์ www.bangkokairquality.com หรือ Facebook: กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ผ่านทางโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน และประมวลผลแสดงค่าดัชนีคุณภาพอากาศ ในพื้นที่จุดเสี่ยง

          ขอความร่วมมือประชาชนลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล เปลี่ยนมาให้ระบบขนส่งสาธารณะ ใช้รถจักรยานหรือเดินเพิ่มขึ้น เพื่อลดปริมาณรถยนต์ในท้องถนน ซึ่งเป็นการลดปัญหามลพิษทางอากาศจากยานพาหนะ

          ผมขอสนับสนุนเต็มที่ครับเพราะควันพิษจากเครื่องยนต์พ่นออกจากท่อไอเสียรถยนต์-จักรยานยนต์ใน กทม.ที่มีเป็นแสนๆ คันต่อวัน หรือาจจะเป็นล้านจะทำให้อากาศเสียมีอันตรายต่อร่างกายระบบหายใจมากๆ ครับ

          ทุกหน่วยงานโปรดช่วยกันออกกฎระเบียบตามโครงการ ‘ไม่ขับให้ดับเครื่อง’ นับตั้งแต่วันนี้และโดยเร็วที่สุด
          ศักดา (หัวลำโพง)

ooo

 

 


          ตอบ คุณ ‘ศักดา’ หัวลำโพง
          เวลานี้หมอกควันอากาศเป็นพิษค่อยเบาบางลงบ้างแล้ว แต่เชื่อว่าหากไม่หาทางป้องกันแบบระยะยาวแล้วต่อไปจะเกิดขึ้นอีก
          ขอบคุณจดหมายที่มีสารประโยชน์ของคุณเรื่อง กทม.มีนโยบายรณรงค์โครงการ ‘ไม่ขับให้ดับเครื่อง’ ซึ่งเมื่ออ่านแล้วชอบใจมากและขอความร่วมมือจากพวกเราทุกคน

          ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นข้อบงคับของ กทม.ฝ่ายเดียว ซึ่งหากช่วยกันแล้วผมเชื่อว่าอากาศใน กทม.จะบริสุทธิ์มากขึ้น ไม่ใช่เป็นพิษทำให้ตามัว-หายใจไม่ค่อยออก เช่นที่ผ่านมา

          อย่าให้ต้องออกเป็นกฎหมายหรือบังคับกันเพียงแต่ร่วมมือกันโดยสมัครใจและมีความรับผิดชอบมีจิตสำนึกก็พอแล้ว
          อ๊อด เทอร์โบ
ooo


          คุณ ‘สมบูรณ์’ พิษณุโลก ได้ส่งจดหมายเรื่อง “ไฮเปอร์ลูป” มาซึ่งเหมือนจะเป็นภาพยนตร์นวนิยายมากกว่าเรื่องจริง แต่เชื่อเถิดว่ากำลังเกิดขึ้นแล้วในโลกแห่งความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

          ‘ดับเครื่องชน’ ขอให้ศึกษาดูและแม้ว่าประเทศไทยจะอยู่ห่างไกลแต่รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม และ ‘ไฮเปอร์ลูป’ กำลังมีใช้แล้วที่ดูไบ แม้จะเป็นระยะทางสั้นๆ แต่จะขยายต่อไปเป็นระหว่างเมืองและจะมาแทนรถไฟความเร็วสูงที่จะล้าสมัย


          ‘ไฮเปอร์ลูป’ 1,200 กม./ชม.
          เรียน คุณอ๊อด เทอร์โบ

          ผมศึกษาเรื่องระบบการขนส่งที่เหมาะสมกับประเทศไทยของเราแล้วยังมีความหวังว่ารถไฟความเร็วสูงจะให้ประโยชน์สูงสุด แต่เวลานี้ยังลูกผีลูกคน ไม่รู้ว่ารัฐบาลหน้าหรือชาติหน้าตอนบ่ายจะได้ใช้หรือไม่

          กว่ารถไฟความเร็วสูงจะได้ใช้ผมว่าอาจะล้าสมัยไปแล้วก็ได้เพราะหลายประเทศกำลังสนใจสร้างระบบขนส่ง ล่าสุดที่เรียกว่า ‘ไฮเปอร์ลูป’ ซึ่งมีความเร็วถึง 1,200 กม./ชม. เร็วกว่ารถไฟความเร็วสูงหลายเท่าและทำให้ รฟท.ปัจจุบันของไทยกลายเป็นเต่าติดล้อไปเลย

          ไฮเปอร์ลูปเป็นเทคโนโลยีการขนส่งแบบใหม่ ซึ่งยานพาหนะจะเคลื่อนที่ในอุโมงค์สุญญากาศด้วยแรงขับแม่เหล็กไฟฟ้า ทำให้ไม่มีแรงเสียดทานที่เกิดจากอากาศ ประหยัดพลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำความเร็วสูงสุด 1,200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และวงเงินการลงทุนต่ำกว่าเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูง

          โดยจะนำเทคโนโลยีไฮเปอร์ลูปมาทดลองในเส้นทาง กรุงเทพฯ-พิษณุโลก-เชียงใหม่ ระยะทางประมาณ 700 กิโลเมตร และ กรุงเทพฯ-ภูเก็ต ระยะทาง 840 กิโลเมตร เนื่องจากการลงทุนไฮสปีดเทรนใน 2 เส้นทางนี้มีความคุ้มค่าทางการเงินต่ำ ถ้าเปลี่ยนมาลงทุนด้วยเทคโนโลยีไฮเปอร์ลูปจะมีความเป็นไปได้มากกว่า นอกจากนี้ ไฮเปอร์ลูปยังมีส่วนประกอบต่างๆ เช่น ท่อเหล็กที่นำมาประกอบเป็นอุโมงค์ตัวรถ รวมถึงงานระบบที่สามารถผลิตในประเทศ

          เวลานี้บริษัทผู้ผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีไฮเปอร์ลูป 6 บริษัททั่วโลก ขณะเดียวกันก็มีประเทศกว่า 40 แห่ง ที่ให้ความสนใจในการศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าว เช่น ประเทศจีนและอินโดนีเซียที่ได้เริ่มศึกษาอย่างจริงจังแล้ว ขณะที่โครงการในเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ และเมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศส
ข้อดีของไฮเปอร์ลูปคือ สามารถทำความเร็วได้สูงสุด 1,200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เปรียบเทียบกับไฮสปีดเทรนที่ทำความเร็วสูงสุดแค่ 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และไฮเปอร์ลูปยังมีต้นทุนน้อยกว่า ถ้าทำในเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ จะเดินทางได้ในเวลา 30 นาที

          สำหรับความเสถียรของเทคโนโลยี ความปลอดภัย ด้านวิศวกรรม ความเป็นไปได้ในเชิงเศรษฐกิจ ซึ่งควรใช้งบลงทุนต่ำกว่าไฮสปีดอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงให้ สนข.ไปดูด้านกฎหมายว่า กรมรางฯ หรือกรมการขนส่งฯ ใครจะเป็นคนกำกับดูแลเทคโนโลยีนี้ เพราะเป็นยานพาหนะที่อยู่ในท่อ ไม่ใช่ถนนหรือราง
ผมสรุปเรื่องข้อดีของไฮเปอร์ลูปมาให้ทราบและเชื่อว่าอีกนานกว่าจะมีใช้ในเทศของเรา เพราะขนาดรถไฟธรรมดาจะทำเป็นรถไฟความเร็วสูงยังไม่รู้ว่าจะได้ใช้หรือเปล่าเลย
          สมบูรณ์ (พิษณุโลก)

ooo


          รายละเอียดข้อมูลต่างๆ นั้นโปรดศึกษาได้และสรุปว่าไฮเปอร์ลูปทำความเร็วสูงสุด 1,200 กม./ชม. หากใช้เส้นทาง กทม.-เชียงใหม่ 700 กม. จะใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง

          รถไฟความเร็วสูงวิ่งความเร็วสูงสุด 350 กม./ชม. จะกลายเป็นของเก่าล้าสมัยตกยุคไปเลย
           อ๊อด เทอร์โบ