
"กัญชา" สมุนไพรหรือยาเสพติด
คอลัมน์... อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน [email protected]
จากการติดตามดูนโยบายหาเสียงพรรคการเมืองต่างๆ แล้ว ส่วนใหญ่จะคล้ายกันและเป็นการขายฝันเรียกคะแนน แล้วพอเข้าสภาก็ลืมคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน
เวลานี้มีข้อข้องใจถึงในโยบายปลูกกัญชาเสรี ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าแต่ก่อนกัญชาเป็นเรื่องผิดกฎหมายประเภทยาเสพติด
แต่มุมมองของคนมีอายุโดยเฉพาะในต่างจังหวัดเห็นว่ากัญชาเป็นเรื่องปกติเหมือนบุหรี่
การสูบกัญชาทำให้มีอารมณ์ดี กระชุ่มกระชวยและบางครั้งก็เป็นเครื่องปรุงรส อย่างสมัยก่อนมีการลงแขกหรือช่วยกันทำไร่ทำนา เจ้าบ้านก็จะผสมน้ำกัญชาลงในแกงหรืออาหาร ทำให้กินได้อร่อยและเยอะ มีกำลังทำงาน
แต่ตอนหลังประเพณีนี้หายไปตามสภาพสังคม ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงและการปลูกกัญชาหรือการครอบครองกัญชาเป็นเรื่องผิดกฎหมาย
จนเมื่อไม่นานมานี้มีการวิจัยพบว่ากัญชามีคุณประโยชน์ในทางการแพทย์ และจะมีการเริ่มต้นใหม่ ขนาดจะออกกฎหมายเรื่องการปลูกกัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ ประกาศนโยบายของพรรคชัดเจนว่า การปลูกกัญชาเสรี ความหมายของคำว่าเสรีไม่ใช่ว่าจะปลูกจะขายกันเท่าไรก็ได้ แต่หมายถึงประชาชนทุกคนมีโอกาสปลูกเพื่อเป็นช่องทางหนึ่งของการหารายได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มข้นโดยการยาสูบแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ
กำหนดให้หนึ่งครัวเรือนปลูกได้ 6 ต้นจะสร้างรายได้ปีละ 420,000 บาท และรับซื้อโดยให้การยาสูบแห่งประเทศไทยเท่านั้น เมื่อเป็นไปตามนี้จะสามารถจัดการในเรื่องของปริมาณ และคุณภาพได้
“กัญชามีสรรพคุณในการรักษามะเร็ง ตรงนี้คือข้อดีที่เราต้องคำนึงถึงเพราะทั้งโลกมีคนเจ็บปวดเพราะโรคนี้เป็นจำนวนมหาศาล มันถึงเวลาที่เราต้องใช้ประโยชน์จากกัญชาอย่างคุ้มค่า โดยเฉพาะในทางการแพทย์ ขณะเดียวกันเราต้องให้คนไทยได้ประโยชน์จากการปลูกพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่จะช่วยแก้ปัญหาปากท้อง
พืชเศรษฐกิจดั้งเดิมหลายอย่างราคาตกต่ำ จำเป็นต้องมีพืชเศรษฐกิจใหม่เข้ามาแทนที่ ซึ่งที่สหรัฐอเมริกาพบว่าทางนั้นต้องการกัญชามาก เนื่องจากนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายชนิดทั้งยา อาหาร ใช้เพื่อการบันเทิงและทางการแพทย์ และเป็นที่ต้องการของตลาด โดยเฉพาะกัญชาไทยเขาต้องการมากที่สุดเพราะมีคุณภาพสูง
หากเมืองไทยปลูกกัญชาได้อย่างเสรี โดยยึดแนวทางพรรคภูมิใจไทยที่หากเข้าไปเป็นรัฐบาลจะแก้ไขกฎหมายต่างๆ ที่เป็นอุปสรรค เมื่อทำสำเร็จมั่นใจจะสร้างความร่ำรวยให้แก่ชาวไทย
หัวหน้าพรรคประชาภิวัฒน์ ‘สมเกียรติ ศรลัมภ์’ ชูนโยบายเน้นเรื่องการปฏิรูปที่ดิน ส.ป.ก. และส่งเสริมการปลูกกัญชาให้เป็นพืชเศรษฐกิจเน้นการส่งออก เป้าหมายหลักเราเน้นเป็นพืชเศรษฐกิจหลักเพื่อสร้างรายได้ให็พี่น้องประชาชน โดยเน้นการปลูกกัญชาในที่ดินส.ป.ก.ให้เป็นสินค้าส่งออก เพราะมีพันธมิตรในต่างประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา แคนาดา หรือออสเตรเลีย พร้อมยินดีให้ความร่วมมือในการสั่งซื้อกัญชา ถ้าทำได้เขาก็พร้อมรับ จะสร้างรายได้มหาศาลให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ เรียกได้ว่ากัญชาเป็นพืชทองคำ
พื้นที่ส.ป.ก.ของประเทศไทยมีความลาดชันเหมาะสมกับพืชกัญชาทั้งหมด เราจะเปลี่ยนด้านการส่งเสริมให้หนักไปในทางการแพทย์และสุขภาพ ต่างประเทศมีการวิจัยมาแล้วว่ากัญชามีประโยชน์มากกว่ามีโทษ แต่ไม่ได้รับการสนับสนุน
ฉะนั้นต้องส่งทีมงานที่มีความรู้และมีทุนมาช่วยในด้านการพัฒนาและให้ประชาชนเป็นผู้ลงมือทำ จะทำให้ประชาชนมีรายได้มากกว่าเดิม นี่คือนโยบายพรรคส่งเสริมให้ประชาชนมีรายได้ และเป็นรายได้ที่มากกว่าเดิม เน้นเรื่องการปลูกกัญชาบนที่ดิน ส.ป.ก.
นำเสนอนโยบายปลูกกัญชาเสรีแล้วมองเป็นสองด้านว่ายากที่จะผ่านเป็นกฎหมายได้เพราะจะมีฝ่ายค้าน
มีกระแสข่าวลับๆ ว่า หากประเทศไทยปลูกกัญชาเสรีจนส่งออก หรือนำไปใช้ในทางการแพทย์ได้แล้ว
บริษัทผลิตยาของฝรั่งจะเสียรายได้จากการขายยาทุกชนิดที่ไทยซื้อปีหนึ่งนับแสนล้านบาท
‘ดับเครื่องชน’ ฟันธงว่ากัญชาจะยังเป็นยาเสพติดต่อไปด้วยประการฉะนี้



