คอลัมนิสต์

ใครชักใย "บิ๊กเซอร์ไพรส์" ข้อมูลเด็ดยุบ ทษช.

ใครชักใย "บิ๊กเซอร์ไพรส์" ข้อมูลเด็ดยุบ ทษช.

13 ก.พ. 2562

คอลัมน์... ล่าความจริง..พิกัดข่าว โดย... ปกรณ์ พึ่งเนตร

 

 

          ไม่ว่ามติ กกต.เกี่ยวกับ “บิ๊กเซอร์ไพรส์” ของพรรคไทยรักษาชาติจะออกมาอย่างไรก็ตาม แต่พรรคการเมืองที่ถูกมองว่าเป็น “พรรคสาขา” ของพรรคเพื่อไทย อยู่ใน “พรรคตระกูลเพื่อ” พรรคนี้ หนีไม่พ้นต้องเผชิญข้อกล่าวหาจากสังคม และบรรดา “นักร้อง” หรือ “ผู้ร้องเรียน” จากหลากหลายองค์กร และจะเป็นอุปสรรคต่อการเดินหน้าต่อไปในสนามเลือกตั้งตามแถลงการณ์ของพรรคอย่างแน่นอน

 

 

          ประเด็นแรก เป็นการยื่นคำร้องให้ตรวจสอบของหัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป นายไพบูลย์ นิติตะวัน ที่บอกว่าการกระทำของพรรคไทยรักษาชาติ อาจขัดต่อระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หมวด 4 ว่าด้วยลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ข้อ 17 ที่บัญญัติว่า ห้ามผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้ใดนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง


          ประเด็นนี้นักกฎหมายมองว่า พรรคไทยรักษาชาติยังพอมีข้อต่อสู้ โดยอาจจะอ้างว่าที่ผ่านมายังไม่ถึงขั้นตอนการหาเสียง เป็นเพียงแค่การเสนอแคนดิเดตนายกฯ แต่ฝั่ง กกต.อาจมองอีกมุมได้เหมือนกันว่า การโหมกระแส “บิ๊กเซอร์ไพรส์” ทางโซเชียลมีเดีย หากพรรคหรือคนในพรรคมีส่วนเกี่ยวข้องก็อาจเข้าข่ายความผิดได้เหมือนกัน แต่ประเด็นที่ยังไม่ชัดเจนก็คือ ความผิดในเรื่องนี้ต้องรับโทษถึงขั้นไหน เพราะไม่ได้ระบุไว้ในระเบียบ กกต.


          ฉะนั้นจึงมีการนำพฤติกรรมไปเชื่อมโยงกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง หรือ “พ.ร.ป.พรรคการเมือง” ซึ่งมีความผิดที่เกี่ยวข้องกับสถาบันเบื้องสูง 2 เรื่อง บัญญัติอยู่ในมาตรา 92 มีโทษถึงขั้นยุบพรรค คือ

 

          1.กระทําการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอํานาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ




          กับ 2.กระทําการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข


          นอกจากนั้นยังมีอีก 1 ประเด็นที่อาจเข้าข่ายความผิด และนำไปสู่การยุบพรรคได้เหมือนกัน ก็คือการที่พรรคการเมืองยินยอมให้บุคคลนอกพรรคที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค “ครอบงำ ควบคุม ชี้นำ” จนพรรคไม่มีอิสระในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง เรื่องนี้เกี่ยวข้องทั้งการฮั้วส่งผู้สมัคร และการแสวงหาข้อเท็จจริงว่าใครอยู่เบื้องหลังการเสนอแคนดิเดตนายกฯ บ้าง


          เรื่องนี้ต้องรอดูว่า กกต.จะวินิจฉัยออกมาอย่างไร เพราะการยุบพรรคตามมาตรา 92 ไม่ต้องมีใครร้องก็ได้ กกต.สามารถแสวงหาหลักฐานและข้อเท็จจริงได้เอง ซึ่งการกระทำของพรรคไทยรักษาชาติ และประเด็นที่ว่าใครอยู่เบื้องหลัง มีข้อมูลหลักฐานเป็นจำนวนมากในโซเชียลมีเดีย


          หาก กกต.วินิจฉัยว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้มีมูล โดยเฉพาะการทำผิดกฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 92 ก็ต้องเสนอศาลรัฐธรรมนูญเพื่อมีคำสั่งให้ยุบพรรค และเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้น ซึ่งกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ ก็มีทั้งอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลพรรคเพื่อไทย เครือญาติของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร คนทำงานให้ตระกูลชินวัตร และแกนนำ นปช.