คอลัมนิสต์

หูตาภาคประชาชนร่วมส่องเข้มเลือกตั้ง

หูตาภาคประชาชนร่วมส่องเข้มเลือกตั้ง

31 ม.ค. 2562

คมชัดลึก...ลุยเลือกตั้ง

 

 

          การเมืองกำลังเข้มข้น ภาคประชาชนก็ไม่นิ่งนอนใจ มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย (พีเน็ต) ร่วมกับสภาองค์กรชุมชน จัดเสวนา “ความร่วมมือการพัฒนาประชาธิปไตย” ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันก่อน พร้อมทำบันทึกความร่วมมือการพัฒนาประชาธิปไตยและการเลือกตั้งร่วมกัน

 

 

          โดยมีนายสัก กอแสงเรือง ประธานมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย และนายชาติชาย เหลืองเจริญ ประธานที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติ เป็นผู้ลงนามร่วมกันในครั้งนี้เพื่อแสดงความพร้อมในการรับมือกับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง


          สัก กอแสงเรือง ประธานมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย บอกว่าการเลือกตั้งนั้นจะต้องเริ่มต้นมาจากความชัดเจนของกฎหมาย ซึ่งแต่ละพรรคการเมืองจะต้องดำเนินการปฏิบัติตาม ทั้งยังเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้ภาคประชาชนเข้าไปตรวจสอบได้ โดยเฉพาะภาคประชาชนที่มีความพร้อม อย่างมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย หรือสภาองค์กรชุมชน อันเป็นหน่วยงานที่จะช่วยสอดส่องดูแล และช่วยเป็นกระบอกเสียงสื่อสารไปยังพรรคการเมือง สมาชิกพรรคการเมือง ว่าอะไรดี อะไรไม่ดี อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ ทั้งยังระบุว่า หลังจากที่พระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งประกาศใช้ ภาคประชาชนนั้นจะต้องเพิ่มระดับความร่วมมือกันให้มากยิ่งขึ้น

 

          ขณะที่ ชาติชาย เหลืองเจริญ ประธานที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติ กล่าวว่า ภาคประชาชนได้มีการเตรียมตัวและมีความพร้อมในการทำหน้าที่ตรวจสอบติดตาม โดยจะจับตาดูการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับ และบรรลุวัตถุประสงค์ด้านกระบวนการยุติธรรมของทุกภาคส่วน ซึ่งหวังว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ภาคประชาชนจะมีส่วนสำคัญต่อการกำหนดนโยบายเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศเพื่อให้ได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีคุณภาพ เข้าไปทำหน้าที่ออกแบบการพัฒนาประเทศ ผ่านการสอดส่องจากภาคประชาชน เป็นผู้แทนฯ ที่เป็นที่ยอมรับจากทุกภาคส่วน




          ทั้งมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย (พีเน็ต) และสภาองค์กรชุมชน ได้กำหนดกรอบความร่วมมือ ที่มุ่งช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เกี่ยวกับเรื่องของอาสาสมัครที่มาจากทุกภาคส่วน โดยมีเป้าหมาย คือ


          - ให้มีอาสาสมัครร่วมสังเกตการณ์ครบในทุกพื้นที่ ตั้งแต่เริ่มมีการประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง พ.ศ. 2562 จนถึงวันที่มีการประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ


          - รณรงค์ให้ความรู้แก่ผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งให้มีการนำเสนอนโยบายของผู้สมัคร โดยให้นำประเด็นเรื่องการขับเคลื่อนของสภาองค์กรชุมชนที่เกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจสู่ชุมชน และการบริหารงานท้องถิ่นประกอบเป็นส่วนสำคัญด้วย


          - สังเกตการณ์และการตรวจสอบการเลือกตั้ง ตลอดวัฏจักรการเลือกตั้ง กำหนดตามห้วงเวลา (การรับสมัคร การหาเสียงห้วงแรก การหาเสียงโค้งสุดท้าย วันเลือกตั้ง และการรายงานผลคะแนน) โดยสามารถใช้เครื่องมือที่มูลนิธิองค์กรกลางฯ จัดให้มีขึ้น หรือเครื่องมือแอพพลิเคชั่น “ตาสับปะรด” ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ในการแจ้งข้อมูล หรือเบาะแสต่างๆ อันเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ผ่านเครื่องมือดังกล่าว โดยที่ภายหลังการเลือกตั้งจะต้องมีการดำเนินการจัดกิจกรรมร่วมกันเพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาประชาธิปไตยฐานราก และการเมืองภาคพลเมือง


          วิภาศศิ ช้างทอง กรรมการดำเนินการตามกติกาที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชน ได้ตั้งข้อสังเกตต่อ กกต. ในกรณีที่ทาง กกต.ไม่ได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนในแต่ละพื้นที่ จึงน่าเป็นห่วงว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนมีความเข้าใจบทบาทหน้าที่ และขั้นตอนรูปแบบการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น แม้ว่าจะมีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อจริง แต่ชาวบ้านบางกลุ่มไม่สามารถเข้าถึงได้ จึงเห็นว่า กกต.ควรสร้างความรู้ความเข้าใจกับประชาชนในทุกพื้นที่อย่างแท้จริง อีกทั้งแสดงความเป็นห่วงถึงนักการเมืองท้องถิ่นที่จะลงไปทำหน้าที่ จะต้องรับใช้ประชาชน ไม่ใช่เป็นผู้มีอำนาจในพื้นที่ ทั้งนี้ควรจะมีการถอดถอนนักการเมืองในพื้นที่ เมื่อไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้


          สกุล สื่อทรงธรรม กรรมการมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย ระบุว่า สภาองค์กรชุมชนทุกจังหวัด มีความพร้อมที่จะร่วมกันตรวจสอบการเลือกตั้งในครั้งนี้ รวมไปถึงการแจ้งเบาะแส ซึ่งทาง กกต.ควรจัดการอบรมให้แก่สมาชิกสภาองค์กรชุมชน เพื่อให้สมาชิกสามารถทำหน้าที่ตรวจสอบการเลือกตั้งได้อย่างเข้มข้น เป็นการเพิ่มบทบาทหน้าที่ให้แก่ภาคประชาชนมากขึ้น และทาง กกต.ควรให้โอกาสแก่องค์กรต่างๆ รวมถึงองค์กรต่างชาติเข้ามาช่วยดูแลการเลือกตั้ง เนื่องจากองค์กรต่างชาติไม่ได้ใช้งบประมาณของภาครัฐ พร้อมขอให้ กกต.แสดงความกล้าหาญที่จะตอบรับให้องค์กรต่างชาติเข้ามาสังเกตการณ์ อย่างน้อยประมาณ 70 คน เพื่อให้เกิดการกระจายตัวลงไปในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูง ซึ่งจะทำให้การหาเสียงเป็นไปอย่างสุจริต กกต.จะต้องทำหน้าที่อย่างโปร่งใส เพื่อเลือกคนดีเข้าสภา และอย่าดำเนินการจัดการเลือกตั้ง เพียงเพื่อให้แล้วเสร็จตามกฎหมายเท่านั้น เพราะอาจจะนำไปสู่ความคับข้องใจของประชาชน และสมาชิกพรรคการเมือง รวมถึงนักการเมืองได้


          มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย (พีเน็ต) ได้เปิดช่องทางโซเชียล (LineID : @pnet) เพื่อให้ประชาชนสามารถแจ้งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการเลือกตั้ง พร้อมแจ้งข้อมูลเบาะแสต่างๆ เข้ามาได้ และมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตยกับสภาองค์กรชุมชน จะเป็นสื่อกลางช่วยประสานงานไปยัง กกต. โดยการส่งต่อข้อมูลและเบาะแสที่ได้รับมาให้แก่ กกต.โดยตรง


          เมื่อองค์กรภาคประชาชนขยับ ความหวังของประชาชนที่ต้องการเห็นการเลือกตั้งที่โปร่งใส สุจริต เที่ยงธรรม จึงมีมากขึ้น