“พรรคพลังท้องถิ่นไท” เกิดขึ้นตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2550 เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2555 โดย นายชัชวาลย์ คงอุดม หรือ “ชัช เตาปูน” อดีต ส.ว.กรุงเทพมหานคร ร่วมก่อตั้ง เป้าหมายหลักของพรรคนี้คือผลักดันให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้มเเข็งยืนได้ด้วยตัวเองรวมทั้งมีเป้าในการสร้างคนรุ่นใหม่ขึ้นมามีบทบาทในสังคมเเละการเมือง

 

 

          สิ่งที่ฮือฮาของพรรคนี้เกิดขึ้นเมื่อพลังท้องถิ่นไทเปิดรับสมัครสมาชิกพรรคอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2561 โดยมีบุคคลให้ความสนใจสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคจำนวนมาก อาทิ นายชื่นชอบ คงอุดม อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ และ "ฟิล์ม” รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ นักเเสดงชื่อดัง


          วันนี้ "ว่าที่ผู้สมัครส.ส.จัดสันปันส่วนผสมอันดับที่หนึ่งพรรคพลังท้องถิ่นไท” เเละว่าที่หัวหน้าพรรคให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมใหญ่ในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ถึงเป้าหมายทางการเมืองของพรรคในอนาคต

 

 

 


          อดีตส.ว.กทม.ที่มาจากการเลือกตั้งครั้งเเรก ที่วันนี้พร้อมลงสนามเลือกตั้งส.ส.ด้วยวัย 75 ปี ระบุว่า “การที่ผมมาร่วมงานกับสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แห่งประเทศไทย เละท้องถิ่นเมื่อหลายปีก่อนนั้น เพราะว่าท้องถิ่นโดนลดอำนาจ ทำงานไม่สะดวก งบประมาณร้อยละสามสิบห้าที่กฎหมายกำหนดก็ยังมาไม่ครบจำนวน เเละมีข่าวลือมาเสมอว่าจะยุบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาเป็นระยะ ที่ผ่านมาสมาชิกอบต.กว่าสามหมื่นคนเคยไปยื่นหนังสือถึงรัฐบาลชุดที่เเล้วถึงความชัดเจนเเต่ก็ไม่มีสิ่งใดคืบหน้า ก็มีการมาพบผมเพราะทำงานกับท้องถิ่นมากว่ายี่สิบปี ตอนนั้นเพิ่งมีการเลือกตั้งนายกอบจ.เป็นครั้งเเรก เเต่อำนาจก็ยังอยู่ที่ผู้ว่าฯ เเล้วเพิ่งมาเเก้ไขตอนหลังเพราะผมช่วยผลักดันด้วย




          ช่วงนั้นคุยกันว่าหากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีตัวเเทนของพรรคอยู่ในสภาสักสามคนก็น่าจะเคลื่อนไหวในการเสนอกฎหมายได้ง่ายกว่าเพราะหากเคลื่อนไหวตั้งเเต่ข้างล่างขึ้นไปมันจะเป็นรูปธรรมมากกว่าเพราะสะท้อนความต้องการที่เเท้จริงตั้งเเต่พื้นที่ขึ้นมาผมมองว่าพื้นที่สามารถเห็นปัญหาเเละสนองความต้องการของพื้นที่ได้ตรงเป้า รวมทั้งมีความผูกพันกับชาวบ้านในพื้นที่ด้วย”


          "ตัวอย่างนะ เมื่อไม่นานมานี้ชาวบ้านใน อ.โพทะเล จ.พิจิตร มาขอให้ผมช่วยเพราะถนนในอบต.พัง ระยะทางหกกิโลเมตร อบต.นั้นๆ ไม่มีงบฉุกเฉินในการซ่อมเพราะต้องรอตั้งงบ ผมใช้เงินส่วนตัวราวหนึ่งเเสนกว่าบาทช่วยไป จนชาวบ้านตั้งชื่อถนนที่ผมช่วยซ่อมด้วยชื่อของผม ผมภูมิใจที่ช่วยชาวบ้าน เเต่จะดีกว่านี้หากท้องถิ่นมีงบฉุกเฉินที่ช่วยชาวบ้านได้ทันที ไม่ต้องรอตรงนี้พรรคจะผลักดันเรื่องนี้ไว้ในนโยบายพรรคด้วย”

 

 

 


          0 พรรควางเป้าหมายในการได้คะเเนนเสียงอย่างไร
          เเต่เดิมนั้น มีส.ส.สองระบบด้วยการใช้บัตรลงคะเเนนสองใบ ตอนนี้ใช้บัตรลงคะเเนนใบเดียว รู้สึกว่าเหนื่อยที่จะได้คะเเนน เเต่มองแง่ดีว่ามันก็ดีไปอีกเเบบ เพราะวันนี้การเมืองมันวุ่น เลือกพรรคก็อาจมีปัญหาในอนาคตจากอีกพรรคหนึ่ง มันเดินหน้าไม่ได้ บัตรใบเดียวมันง่ายที่ชาวบ้านตัดสินใจ เพราะเดิมเลือกส.ส.เขตพรรคหนึ่งเเละอาจเลือกปาร์ตี้ลิสต์จากอีกพรรคหนึ่ง วันนี้ใบเดียว ก็อยากให้ชาวบ้านพิจารณาพรรคของผม เพราะไม่มีฝ่าย หากมีส.ส.ในสภาจะดูเเลประเทศเเบบเท่าเทียม โดยเฉพาะงบของท้องถิ่นที่ต้องได้เต็มจำนวน


          "สมมุติว่า หนึ่งหน่วยเลือกตั้ง ชาวบ้านเลือกพรรคผมสักห้าสิบคนก็จะมีส.ส.เเล้ว เเละเมื่องบท้องถิ่นมันอยู่กับพื้นที่ ส.ส.ของเเต่ละพรรคที่เคยไม่ถูกกัน เมื่องบมันอยู่ในพื้นที่ก็จะช่วยงานกัน สามัคคีมันเกิดขึ้นเองจากพื้นที่ เเบบนี้บ้านเมืองก็สงบ รัฐธรรมนูญเขียนเรื่องปรองดอง เขียนไว้นั้นมันทำได้ยาก ของเเบบนี้อยู่ที่การกระทำมากกว่า หากไร้ความขัดเเย้ง ปัญหาการเมืองก็สงบไปเอง อะไรๆ มันก็ทำง่ายขึ้น”


          0 มีความพร้อมที่จะเเข่งขันกับพรรคอื่นอย่างไร เพราะเลือกตั้งครั้งนี้น่าจะดุกว่าทุกครั้ง
          พรรคนี้ไม่เเข่งขันกับใคร เเข่งขันกับตัวเอง พรรคนี้จะบอกกับประชาชนในประเทศเเละผู้สนับสนุนพรรคว่า การเเก้ปัญหาประเทศนั้นหากเลือกพรรคนี้บ้านเมืองจะได้อะไร พรรคนี้จะทำงานการเมืองเเบบไม่ไปตำหนิใคร


          ก่อนหน้านี้เคยบอกว่าตั้งเป้าว่าจะได้ส.ส. 7 คน ตอนนั้นเราถ่อมตัวเเละหวังไว้เเบบนั้น เเต่ความหวังที่ตั้งไว้จากการส่งผู้สมัครส.ส.เขตเเละจัดสันปันส่วนผสมนั้น หวังว่าน่าจะได้ 20 คน โดยต้องมีส.ส.กทม.ในนามพรรคให้ได้เพราะตัวอย่างที่เคยเกิดขึ้นในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.เเละเลือกตั้งส.ส.กทม. บางคนได้คะเเนนสามเเสนกว่าคะเเนนเลย หากในกทม.ชาวกทม.ลงคะเเนนให้พรรคสามเเสนคะเเนนขึ้นไป พรรคก็ได้ส.ส.จัดสันปันส่วนผสมเเล้วหลายคนนะ

 

 

 


          "ผมมั่นใจเพราะหลายสิบปีที่ทำงานช่วยสังคมทั่วประเทศรวมทั้งในกทม.นั้น ผมเชื่อมั่นว่าน่าจะได้รับความวางใจเเละยังหวังว่าชาวกทม.จะเลือกส.ส.ระบบเขตของพรรค โดยเฉพาะเขตบางซื่อที่ผมเกิดเเละโตขึ้นที่นี่ ดูเเลพื้นที่นี้มาหลายสิบปีด้วยความผูกพัน ก็หวังว่าชาวกทม.จะเลือกพรรคใหม่ที่มีนโยบายใหม่ เช่น นโยบายงบท้องถิ่น การดูเเลท้องถิ่น นโนบายเกี่ยวกับคนรุ่นใหม่ อาทิ ไอโอที การยอมรับเพศที่สาม นโยบายการดูเเลชนเผ่าที่เป็นพลเมืองของประเทศ ส่วนคะเเนนที่หวังจะได้จากทั่วประเทศนั้น เท่าที่หารือกับผู้สมัครเเละผู้สนับสนุนพรรคประเมินเเล้วน่าจะได้หนึ่งล้านห้าเเสนคะเเนน เมื่อรวมกับสามเเสนคะเเนนที่ประเมินในกทม.ที่น่าจะได้ ตรงนี้พรรคก็น่าจะได้ส.ส.ยี่สิบคน”


          0 หากไม่ได้อย่างที่หวังไว้จะทำอย่างไร
          “อย่างน้อยสักเจ็ดคนหรือสิบคนน่าจะได้ พรรคจะได้มีโอกาสทำงานในพื้นที่ คิดว่าสังคมจะให้โอกาสพรรคใหม่ๆ บ้าง เราไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ ตั้งพรรคทำงานเพื่อบ้านเมืองจริงๆ”


          0 ภาพลักษณ์ที่ติดตัวในอดีตวันนี้หากลงสนามการเมืองเเล้วมีการดิสเครดิตกับเรื่องเก่าๆ จะทำเช่นใด
          “ไม่เป็นไร ถามว่าวันนี้เราจะช่วยบ้านเมืองเพราะเรารักประเทศ วันนี้จะมาทำงานตรงนี้ด้วยการขอโอกาสสังคมจะทำได้หรือไม่ ผมช่วยบ้านเมือง ช่วยเยาวชน ช่วยสังคมมาหลายสิบปี การเมืองจะดิสเครดิตผมทำไม ใครอยู่พรรคใดเเละมีโอกาสเดินเข้าสภาก็ทำงานช่วยประเทศ ต้องทำตัวไม่ให้คนอื่นมาด่า เเละอย่าทำบ้านเมืองเสียหาย”


          “ชัช เตาปูน”กับ"อาจารย์หม่อม”
          “ชัช เตาปูน” คือบุคคลที่หลายฝ่ายรับรู้ว่าชายคนนี้เป็นเสมือนลูกชายอีกคนหนึ่งของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช หรือ "อาจารย์หม่อม” บุคคลชั้นนำของสังคมไทยซึ่งก่อตั้งพรรคกิจสังคม ธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ เเละหนังสือพิมพ์สยามรัฐ


          วันนี้มรดกที่อาจารย์หม่อมสร้างไว้เหลือเพียงหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ เเละชัช เตาปูน คือผู้รับมรดกดังกล่าวไว้ดูเเลมาหลายปีเเล้ว

 

 

 

 

          “ชัช เตาปูน” เล่าว่า “อาจารย์หม่อมที่ผมเรียกท่านว่า "พ่อ” ท่านเคยบอกผมก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตว่า ชัช ฝากสยามรัฐด้วย เเละเอ็งอย่าเล่นการเมืองนะลูก เดี๋ยวจะฉิบหาย เพราะเอ็งมันใจใหญ่ ช่วยคนไปทั่ว อีกอย่าง เอ็งมันไม่ยอมคน ใครทำอะไรไม่ถูก เอ็งจะขวางเลย”


          “ผมเคยรับปากท่านไว้เเบบนั้น เเต่เเปลกนะหลายปีก่อนผมฝันว่า ผมนั่งคนเดียวริมพลับพลาที่อยู่ริมน้ำขนาดใหญ่ ผมเห็นพ่อนั่งเรือทวนน้ำมา ผมดีใจ วิ่งลุยน้ำไปหาท่านเเละกอดท่าน ท่านลูบหัวผม ตอนนั้นผมจำได้ว่าผมบอกท่านว่าบ้านเมืองตอนนี้วุ่นวาย ผมขอตั้งพรรคการเมืองนะครับ ท่านตอบผมในความฝันว่าได้ลูก จากนั้นท่านก็เดินทวนน้ำเเละลอยขึ้นไปทางเหนือกลับไป ผมวิ่งทวนน้ำกลับมาที่พลับพลาเเล้วก็เเยกย้ายกัน เเต่ก็ตกใจตื่น เเล้ววันนั้นก็มีพรรคพวกมาชวนผมตั้งพรรคพลังท้องถิ่นไท ผมก็นึกถึงความฝัน ก็คิดว่าขออนุญาตท่านเเล้ว ท่านอนุญาตจึงเดินหน้า”


          ส่วน "สยามรัฐ” จะช่วยพรรคนี้ได้หรือไม่ “ชัช เตาปูน” บอกว่า รัฐธรรมนูญระบุไว้ชัดเรื่องคุณสมบัติของผู้สมัครส.ส. ขอย้ำว่าตนลาออกเเละไม่เกี่ยวกับสยามรัฐนานเเล้ว


          "ถามว่าหากสยามรัฐเชียร์พรรคนี้หรือเชียร์ผม สื่ออื่นไม่เอาด้วยเลย สยามรัฐจะไม่เเย่หรือ หากทำเเบบนั้น เเต่ก่อนที่ผมจะปล่อยมือกับบทบาทที่สยามรัฐเมื่อหลายปีก่อน ผมย้ำกับผู้บริหารสยามรัฐไว้ว่าสยามรัฐต้องอยู่ต่อในสังคมตามปณิธานอาจารย์หม่อม อย่าล้มหาย เพราะท่านเคยบอกกับผมว่าอย่าให้สยามรัฐล้มตามพ่อนะ สยามรัฐต้องปกป้องสถาบัน ดูเเลประชาชน เเละรักษาประชาธิปไตย”