คอลัมนิสต์

ลุ้น!! 27 ก.ย. (ไม่)อ่านคำพิพากษา ‘ยิ่งลักษณ์’ ??

วันที่ 27 กันยายน นี้ ยังต้องลุ้นว่าศาลจะอ่านคำพิพากษาคดี "ยิ่งลักษณ์" หรือไม่?

 

             วันที่ 27 กันยายน นี้ ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองนัดอ่านคำพิพากษาคดีจำนำข้าวของอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นอกจากจะลุ้นคำพิพากษาว่าจะออกมาอย่างไร ยังต้องลุ้นด้วยว่าศาลจะอ่านคำพิพากษาหรือไม่?

             ทั้งนี้กฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญานักการเมือง กำหนดเรื่องนี้ไว้ใน มาตรา 32 ว่า  "เมื่อการไต่สวนพยานหลักฐานเสร็จสิ้น โจทก์และจำเลยมีสิทธิแถลงปิดคดีของตนภายในเวลาที่ศาลกำหนด แล้วให้องค์คณะผู้พิพากษามีคำพิพากษา และให้อ่านคำพิพากษาในศาลโดยเปิดเผยภายในเจ็ดวันนับแต่วันเสร็จการพิจารณา ถ้ามีเหตุสมควร จะเลื่อนการอ่านไปก่อนก็ได้แต่ต้องไม่เกินสิบสี่วันและต้องบันทึกเหตุนั้นไว้ เว้นแต่ไม่อาจ ได้ตัวจำเลยมาศาลในวันอ่านคำพิพากษา

             ในกรณีที่ศาลนัดฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งตามวรรคหนึ่ง แต่จำเลยไม่อยู่หรือ ไม่มาฟังคำพิพากษาให้ศาลเลื่อนการอ่านไปและออกหมายจับจำเลยมาฟังคำพิพากษา เมื่อได้ออก หมายจับแล้วไม่ได้ตัวจำเลยมาภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันออกหมายจับ ให้ศาลอ่านคำพิพากษา หรือคำสั่งลับหลังจำเลยได้ และให้ถือว่าจำเลยได้ฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นแล้ว"

             ทั้งนี้มีการตีความกฎหมายในกรณีออกเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายที่เห็นว่าวันที่ 27 นี้ศาลต้องอ่านคำพิพากษาแน่นอน กับอีกฝ่ายเห็นว่าศาลจะอ่านหรือไม่อ่านก็ได้ เพราะกฎหมายไม่ได้บังคับ แค่บอกว่า "ให้ศาลอ่านคำพิพากษา หรือคำสั่งลับหลังจำเลยได้" ซึ่งข้อความส่วนนี้เป็นการแก้ไขกฎหมายจากเดิมที่ห้ามอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย แต่ก็ไม่ใช่บังคับว่าศาลต้องอ่าน 

 

             อ่านไม่อ่านมีความหมายอย่างไร??

             ในมุมมองของคนพรรคเพื่อไทย กำลังกังวลว่าศาลอาจจะไม่อ่านคำพิพากษาในวันที่ 27 นี้

             แหล่งข่าวจากเพื่อไทย ยอมรับว่า ตอนนี้นางสาวยิ่งลักษณ์ กำลังรอดูคำพิพากษาอยู่ หากมีคำพิพากษาออกมาชัดเจน นางสาวยิ่งลักษณ์ ก็สามารถออกมาแสดงจุดยืนได้ และสามารถแสดงความชัดเจนได้ว่าจะเดินอย่างไรต่อไป แต่ถ้ายังไม่มีคำพิพากษาออกมา นางสาวยิ่งลักษณ์ ก็คงไม่สามารถออกมาได้ ก็ต้องเก็บตัวต่อไป 

             พูดง่ายๆ เหมือนกับตอนนี้ “ยิ่งลักษณ์” ดำดินอยู่ ถ้าคำพิพากษาออกมาก็โผล่ออกมาได้ แต่ถ้ายังไม่ออกมา ก็ต้องเก็บตัวต่อไป

             อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่ง มีการมองกันว่า หากศาลอ่านคำพิพากษาเลย ซึ่งมีแนวโน้มว่าคำพิพากษาอาจจะออกมาเข้มข้นเหมือนกับคำพิพากษาคดีระบายข้าวแบบจีทูจีของนายบุญทรง เตริยาภิรมณ์ กับพวก ที่โดนโทษหนักจำคุกสูงสุดถึง 48 ปี ก็จะยิ่งทำให้สถานการณ์ของนางสาวยิ่งลักษณ์ ลำบากมากขึ้น 

             เพราะหากศาลตัดสินว่านางสาวยิ่งลักษณ์ ผิดและถูกจำคุก สถานะของเธอจะเปลี่ยนไปทันที จากที่ปัจจุบันโดนออกหมายจับเพื่อให้มาฟังคำพิพากษา ยังไม่ถือว่ามีความผิด ก็จะกลายสภาพเป็นถูกออกหมายจับในฐานะผู้กระทำความผิดทันที และคราวนี้การขอความร่วมมือต่างประเทศในการจับตัวมาดำเนินคดีจะสามารถทำได้เต็มรูปแบบมากขึ้น

             แต่ในมุมของเพื่อไทย มองว่า หากคำพิพากษาออกมาชัดเจน แม้จะตัดสินว่ายิ่งลักษณ์ผิด ก็ดีกว่า เพราะยิ่งลักษณ์สามารถตัดสินใจได้ว่าจะกำหนดบทบาทตัวเองอย่างไร จะจับมือ “พี่ชาย” เดินหน้าชน หรือจะค่อยๆเฟดตัวเองออกจากการเมือง รวมไปถึงเรื่องการขอลี้ภัยด้วย 

             ลุ้นกันอีกที วันที่ 27 กันยายน นี้!!

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ