หากได้ยินกิตติศัพท์ของ "แก๊งกำถั่ว" หลายคนต้องผวาไปตามๆ กัน เพราะมิจฉาชีพเหล่านี้มักจะมี "ลีลา ถ่วงท่า และวาจา" ในการหลอกล่อเหยื่ออย่างแยบยล เริ่มจากการเข้ามาตีสนิท อวดอ้างว่ามีฐานะร่ำรวย พร้อมกับชักชวนบรรดาผู้ที่ตกเป็นเหยื่อให้เข้ามาซื้อที่ดิน ร่วมลงทุนธุรกิจ เมื่อบุคคลนั้นต้องมนต์สะกดจะพูดจาหว่านล้อมชักชวนเข้ามาเล่นพนัน "กำถั่ว" สุดท้ายเหยื่อแทบทุกรายสูญเสียเงินถึงหลักแสนหลักล้านบาท

          "โรงพักระวังภัย" ได้รับการเปิดเผยจาก ยายน้ำริน อายุ 72 ปี ชาวกรุงเทพฯ เล่าว่า กลางเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ได้ประกาศขายที่ดินแปลงหนึ่งที่ จ.จันทบุรี ราคา 12 ล้านบาท มีผู้หญิงชื่อ "แก้ว" เป็นนายหน้าเข้ามาติดต่อขอซื้อในวันที่ 21 มิถุนายน ได้โทรศัพท์นัดให้ไปพบที่ห้างแห่งหนึ่งย่านบางนา เพื่อตกลงซื้อขายที่ดินแปลงนี้ โดยมี "อาซ้อใหญ่" สนใจมาก

          ระหว่างพูดคุยกับหญิงสาวชื่อ "แก้ว" ซึ่งแต่งตัวดี ดูภูมิฐาน จึงหลงเชื่ออย่างสนิทใจ และไปพบกับอาซ้อใหญ่ที่รออยู่ตลาดน้ำสี่ภาค เมื่อไปถึงเห็นสาวใหญ่แต่งตัวภูมิฐาน จากนั้นอาซ้อใหญ่รายนี้เอ่ยขึ้นว่า พอดีนัดเพื่อนเอาไว้ เพราะจะไปซื้อที่ดินอีกแปลงหนึ่ง พร้อมกับให้ไปรอที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านจอมเทียน เมื่อไปถึงก็พบผู้หญิงอีกคน ลักษณะคล้ายคนจีน พูดไทยไม่ชัด เขาก็โอ้อวดให้ฟังว่า "มีหุ้นส่วนอยู่เยอะ ถ้าไม่มีใครซื้อที่ดินแปลงนี้ เขาจะซื้อเก็บเอาไว้เอง พร้อมกับชวนพูดคุย และให้ความสนิทสนมกันเองเป็นอย่างดี"

          แล้วจู่ๆ ผู้หญิงคนนี้ก็พูดว่า "ไปเล่นกำถั่ว และเสียเงินไปกว่า 3.5 ล้านบาท" พร้อมกับยกสำรับไพ่ให้ดู แต่ตนไม่ทราบเพราะเล่นไม่เป็น

          "ผ่านไปประมาณ 20 นาที อาซ้อใหญ่ก็เดินถือกระเป๋าหลุยส์วิตตอง บอกว่าวันนี้ ทุ่มหนึ่งจะไปเล่นไพ่ต่อ แล้วก็เปิดกระเป๋า บอกว่ามีเงินอยู่ 10 ล้านบาท โดยเขาจะขอวางเงินมัดจำให้ดิฉันเอาไว้ก่อนสัก 3 ล้านบาท และวันที่ 22 มิถุนายน จะขอไปดูที่ดิน จากนั้นก็พูดขึ้นมาลอยๆ อีกว่า เขามีนัดจะไปเล่นไพ่"

          ระหว่างนั้นคนชื่อ "แก้ว" ได้หันมาถามว่า จะทำยังไง ไม่ให้อาซ้อใหญ่ไปเล่นพนันในบ่อน เพราะเมื่อคืนเสียไปแล้ว 3.5 ล้านบาท โดยหญิงสาวที่ชื่อแก้วได้ไปตามผู้ชายอีกคนชื่อ "นายโชค" มาเล่าถึงวิธีการเล่นกำถั่ว พร้อมกับพูดแซวว่า "ยังไง อาซ้อ.! ก็แทงไม่ถูก"

          เมื่ออาซ้อเห็นนายโชค ก็ทำท่าทางเยาะเย้ยว่า หน้าอย่างนายโชคนะเหรอจะมีเงินถึง 10 ล้านบาท นายโชคจึงหันมาพูดกับตนว่า "คุณป้า ผมนะมีสัจจะ เพราะบอกกับเมียเอาไว้แล้วว่า จะเลิกเล่นการพนัน แต่ถ้าไปเล่นกำถั่วกับอาซ้อคนนี้รับรองได้ว่า ยายซ้อรายนี้เสียเงินให้เขาแน่" แต่ได้ปฏิเสธไป

          สักพักอาซ้อใหญ่กลับมาอีกครั้งพร้อมกับควักเงินจำนวน 2 แสนบาท ออกมาแล้วบอกว่า "คุณน้ำริน ถ้าฉันแทงถูกจะแบ่งเงินให้ 20% แต่ดิฉันยังยืนกรานว่า ไม่เอา ไม่เล่น จากนั้นอาซ้อใหญ่ก็เดินหายไป"

          ขณะที่นายโชคหันมาบอกว่า มีเงินอยู่ 2.7 ล้านบาท แต่ยังไม่พอที่จะนำไปเล่นกำถั่วกับอาซ้อใหญ่ หญิงสาวชื่อแก้วขอร่วมหุ้น 1 ล้านบาท แล้วบอกว่า "ป้าคะ จะร่วมหุ้นด้วยไหม ดิฉันยังปฏิเสธอย่างแข็งขัน จนสุดท้ายทั้งหญิงที่ชื่อแก้วและนายโชคยื่นขอเสนอว่า ไม่ว่าใครจะลงหุ้นด้วยเท่าไหร่จะนำเงินที่ได้จากซ้อใหญ่ประมาณ 10 ล้านบาท มาแบ่งให้เท่าๆ กัน

          "ดิฉันทนรบเร้าไม่ไหว และอยากจะตัดปัญหาไป จึงไปกดเงินสดให้ทั้งสองจำนวน 8 หมื่นบาท แล้วกลับออกมาหาเพื่อน"

          กระทั่งวันรุ่งขึ้นโทรศัพท์กลับไปหาหญิงชื่อแก้วและนายโชค ก็ไม่สามารถติดต่อได้ จึงไปแจ้งความที่ สภ.นาจอมเทียน

          พ.ต.ท.พีระพงษ์ เหล่าธนาวิน รอง ผกก.สส.สภ.นาจอมเทียน ระบุว่า ได้ส่งชุดสืบสวนติดตามคนร้ายกลุ่มนี้มาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด

          ทั้งนี้ พฤติกรรมของคนร้ายจะแต่งตัวดี ใส่ทอง ใส่แหวนเพชร เพื่อให้เหยื่อตายใจ

..............................

(หมายเหตุ : ลวงซื้อที่ดิน-เล่น'กำถั่ว'สูญเงินแสน : สายตรวจระวังภัย โดยทีมข่าวอาชญากรรม)