royal coronation
23 มกราคม 2563
ข่าวในพระราชสำนัก

ปูมหลัง 'โป๊ปฟรานซิส' สุดสมถะ

20 พฤศจิกายน 2562 - 18:25 น.
สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส,โป๊ปฟรานซิส,เยือนประเทศไทย
Shares :
เปิดอ่าน 4,436 ครั้ง

  ปูมหลัง "สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส" สุดสมถะ  ใช้รถประจำทาง พูด 6 ภาษา ทรงมีพระญาติในไทย

 

 

          สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส พระประมุขแห่งนครรัฐวาติกันและศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก เสด็จเยือนประเทศไทยครั้งแรกในรอบ 35 ปี ระหว่างวันที่ 20-23 พ.ย. 2562 โดยหลายคนตั้งข้อสงสัยว่า พระองค์คือใคร และพระองค์มีความสำคัญอย่างไร  ดังต่อไปนี้

อ่านข่าว : ชมภาพประวัติศาสตร์ 'สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส'เสด็จถึงไทย

 

         

          สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส พระประมุขศาสนจักรโรมันคาทอลิก และพระประมุขแห่งนครรัฐวาติกัน ทรงเป็นสมเด็จพระสันตะปาปาลำดับที่ 266 มีพระนามเดิมว่า ฮอร์เก มาริโอ แบร์โกลิโอ ประสูติเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ค.ศ.1936(พ.ศ.2479) ปัจจุบันอายุ82ปี ที่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา และเคยศึกษาเล่าเรียนในประเทศอาร์เจนตินาและเยอรมนี

 

            “โป๊ปฟรานซิส”ทรงพูดได้อย่างน้อยถึง 6 ภาษา ด้วยความที่ประสูติยังประเทศอาร์เจนตินา ส่งผลให้ภาษาสเปนเป็นภาษาแม่ของพระองค์ แต่ด้วยพระปรีชาสามารถ ยังตรัสได้อย่างน้อยอีก 6 ภาษา คือ ลาติน อิตาลี โปรตุเกส ฝรั่งเศส เยอรมัน และภาษาถิ่นเพียมอนเต ภาษาถิ่นทางเหนือของอิตาลี

 

           โดยช่วงชีวิตวัยรุ่นสมัยที่ยังเป็นนักเรียน ทรงเคยทำงานพาร์ทไทม์เป็น “Bouncer” หรือคนเฝ้าประตูหน้าผับแห่งหนึ่งในกรุงบัวโนสไอเรส

 

             นอกจากนี้ พระสันตะปาปาฟรานซิส เหลือปอดเพียงข้างเดียวเท่านั้น เนื่องจากในวัยเด็กพระองค์มีอาการติดเชื้อที่ปอดอย่างรุนแรง โดยไม่มียารักษาเหมือนในปัจจุบัน จนกระทั่งการติดเชื้อเริ่มลุกลาม ทำให้แพทย์ตัดสินใจตัดปอดออกหนึ่งข้างเพื่อควบคุมไม่ให้เชื้อลุกลามมากขึ้น

 

             เรื่องดังกล่าวทำให้พระสันตะปาปาฟรานซิส มีประสิทธิภาพของระบบทางเดินหายใจด้อยกว่าคนทั่วไปที่มีปอด 2 ข้าง ส่งผลให้มีโอกาสป่วยเป็นโรคต่างๆ เช่น ไข้หวัดใหญ่ หรือกระทั่งโรคปอดบวมมากกว่าปกติ

        

            ด้านศาสนา พระองค์ทรงเข้าศึกษาในสามเณราลัย และได้ปฏิญาณตนเป็นนักบวชคณะแห่งพระเยซู เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ค.ศ.1958 ต่อมาทรงบวชเป็นพระสงฆ์เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ค.ศ.1969 สำหรับตำแหน่งสำคัญทางศาสนา ก่อนได้รับเลือกขึ้นเป็นพระสันตะปาปา พระองค์ทรงได้รับแต่งตั้งจากนักบุญยอห์นปอลที่ 2 พระสันตะปาปาให้ดำรงตำแหน่งอาร์ชบิชอปแห่งเขตศาสนปกครองกรุงบัวโนสไอเรส ต่อมาได้รับการสถาปนาสมณศักดิ์ขึ้นเป็นพระคาร์ดินัล เมื่อปี ค.ศ.2001

 

              ระหว่างที่ทรงดำรงตำแหน่งอาร์ชบิชอปแห่งกรุงบัวโนสไอเรสนั้น พระองค์ทรงดำรงชีวิตแบบสมถะ เช่น มักเดินทางโดยใช้รถประจำทางหรือรถไฟฟ้าใต้ดิน เพื่อไปปฏิบัติศาสนกิจและเยี่ยมเยียนคนยากจน ทรงประทับอยู่ในห้องชุดเรียบง่าย ทำอาหารด้วยพระองค์เอง ชาวบัวโนสไอเรส โดยทั่วไปรู้จักพระองค์ในนาม “คุณพ่อฮอร์เก้”

 

             ต่อมา หลังจากที่สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ทรงสละสมณศักดิ์เมื่อ ค.ศ.2013(พ.ศ.2556) พระองค์ทรงได้รับเลือกตั้งจากคณะพระคาร์ดินัลในการประชุม “คอนเคล็ฟ” ให้ดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาสืบแทนนักบุญเปโตร หรือเซนต์ปีเตอร์เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ค.ศ.2013

         

 

              ทั้งนี้ ที่ประทับส่วนพระองค์ในกรุงบัวโนสไอเรส เป็นเพียงห้องชุดธรรมดาในอาคารซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของนักบวช และตั้งอยู่ใกล้โบสถ์ และเมื่ออยู่ในกรุงโรมพระองค์ชอบสวมเสื้อคลุมสีดำธรรมดา มากกว่าชุดคลุมสีม่วงแดง ประจำตำแหน่งคาร์ดินัล และกล่าวกันว่า ชุดคลุมคาร์ดินัลที่ประองค์ใช้อยู่ เป็นของตกทอดจากอาร์คบิชอปแห่งบัวโนสไอเรสองค์ก่อนด้วย

 

             เมื่อทรงตอบรับตำแหน่งพระสันตะปาปา พระองค์ทรงเลือกใช้พระนามว่า “Franciscus” ในภาษาละติน หรือ “Francis” ในภาษาอังกฤษ ซึ่งมาจากนามของนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี ผู้ก่อตั้งคณะนักบวชฟรังซิสกัน ผู้ถือความยากจน เอาใจใส่ผู้ด้อยโอกาส ส่งเสริมสันติภาพ และรักษ์สิ่งแวดล้อม

 

          ฟรานเชสกา อัมโบรเกตติ ผู้เขียนหนังสือ อัตชีวประวัติของพระองค์เผยว่า พระองค์ดำเนินชีวิตด้วยความเข้มงวดและจริงจัง พระองค์เสด็จโดยรถไฟใต้ดิน รถประจำทางเหมือนคนทั่วไป และโดยสารเครื่องบินชั้นประหยัดเมื่อต้องการเสด็จไปกรุงโรม

       

   

 

          นอกจากนี้ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสยังมีบทบาททางการทูตที่สำคัญ ซึ่งช่วยให้สหรัฐฯ และคิวบากลับมาฟื้นฟูความสัมพันธ์กันอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ทั้งสองประเทศได้ตัดขาดความสัมพันธ์มานานกว่า 50 ปี โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ และผู้นำคิวบาในขณะนั้น ซึ่งได้แก่ บารัค โอบามา และราอูล คาสโตร ต่างออกมากล่าวขอบคุณสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสอย่างเปิดเผย

 

             ขณะเดียวกัน สำนักข่าวเอเอฟพี ได้รายงานว่า สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงมีพระญาติอยู่ในประเทศไทย คือ ซิสเตอร์อานา โรซา ซิโวรี อายุ 77 ปี รองอธิการิณี โรงเรียนคาทอลิก หญิงล้วนเซนต์แมรี อยู่ที่จังหวัดอุดรธานี ผู้มีทวดคนเดียวกันกับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส โดยซิสเตอร์ซิโวรี พูดภาษาไทยได้อย่างชัดเจน

 

           เหนืออื่นใด ประเทศไทยและคนไทยทุกคนในฐานะ"เจ้าบ้าน"พร้อมรับเสด็จ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ผู้มีฐานะเป็นบิชอปแห่งโรม เป็นผู้นำทางศาสนาของชาวคริสตชนนิกายโรมันคาทอลิก

 

   CR : ไทยรัฐออนไลน์

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ