royal coronation
วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562
ข่าวในพระราชสำนัก

ในหลวง โปรดเกล้าฯ องคมนตรีเชิญสิ่งของพระราชทาน

วันที่ 21 สิงหาคม 2562 - 18:14 น.
ไฟป่า,ป่าพรุควนเคร็ง,นครศรีธรรมราช,ในหลวง,โปรดเกล้าฯ,องคมนตรี,มอบสิ่งของพระราชทาน
Shares :
เปิดอ่าน 2,134 ครั้ง

ในหลวง ทรงห่วงใยไฟป่าพรุควนเคร็ง โปรดเกล้าฯ องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ผู้ประสบอัคคีภัย ขณะที่ชาวบ้านวอนช่วยนาข้าวกว่า 1 พันไร่ขาดแคลนน้ำ

 

                 เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 21 ส.ค. 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไฟป่าพรุควนเคร็ง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยได้ประชุมรับฟังบรรยายสรุปติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาไฟป่าพรุควนเคร็ง จากผู้แทนหน่วยงาน ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ณ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ไฟป่าและหมอกควันจังหวัดนครศรีธรรมราช(ส่วนหน้า) สถานีควบคุมไฟป่าพรุควนเคร็ง ต.การะเกด อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช มีนายจำเริญ  ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

 

 

 

                 จากนั้นองคมนตรี ได้เชิญสิ่งของพระราชทานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จำนวน 500 ชุด มอบแก่ผู้ประสบอัคคีภัย เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ วัดโพธาราม (วัดควนเคร็ง) ต.เคร็ง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชน

 

 

 

 

                 ในโอกาสนี้ พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใยประชาชนผู้ประสบภัย ซึ่งสร้างความปลาบปลื้มอย่างหาที่สุดมิได้ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น พร้อมทั้งขอให้ประชาชนได้ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด แม่ทัพภาคที่ 4 และทุกหน่วยงานได้ช่วยกันป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าไม่ให้เกิดขึ้นอีก โดยความร่วมมือร่วมใจของจิตอาสาจากทุกภาคส่วนด้วย

 

 

 

 

                 สำหรับสถานการณ์ ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคม เกิดในจุดเล็กๆ สามารถควบคุมได้ แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2562 เนื่องจากสภาวะอากาศแห้งแล้ง ลมแรง ฝนทิ้งช่วง ทำให้น้ำใต้ดินลดระดับลง จึงเกิดไฟลุกไหม้ใน 2 ตำบลของอำเภอเชียรใหญ่ คือ หมู่ที่ 4, 7, 8 ตำบลการะเกด และพื้นที่หมู่ที่ 5, 8 ตำบลเขาพระบาท และเมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้เกิดเชื้อเพลิงกระจายกระโดดตามแรงลมลุกไหม้ ติดไฟเพิ่มอีก 5 จุด คือ พื้นที่หมู่ที่ 8 และหมู่ 12 ตำบลการะเกด หมู่ที่ 1 ตำบลแม่เจ้าอยู่หัว อำเภอเชียรใหญ่ หมู่ที่ 6 และหมู่ที่ 11 ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัยของพี่น้องประชาชน ใน 5 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอชะอวด เชียรใหญ่ เฉลิมพระเกียรติ หัวไทร และร่อนพิบูลย์ ราษฎรได้รับผลกระทบจากควันไฟ 23,723 คน เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติงาน 1 ราย พื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง ได้รับความเสียหาย 14,493 ไร่ จากพื้นที่ป่าพรุประมาณ 309,000 ไร่ เกษตรกรได้รับความเสียหาย 420 ราย ประชาชน 80 ราย

 

 

 

 

 

                 ปัจจุบันเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนยังคงปฏิบัติงานในพื้นที่และเฝ้าระวังการเกิดเหตุซ้ำ โดยกรมชลประทานยังคงใช้เครื่องสูบน้ำ จำนวน 26 เครื่องจาก 46 เครื่อง สูบน้ำจากแม่น้ำปากพนัง คลองชะอวด-แพรกเมือง และคลองบางตะเคร็ง ที่เชื่อมต่อจากทะเลน้อย เข้าสู่ป่าพรุเพื่อรักษาความชุ่มชื้น ป้องกันไม่ให้ไฟป่าประทุขึ้นมาอีก

 

 

 

 

                 ในวันเดียวกันได้มีเกษตรกรที่ประกอบอาชีพทำนาข้าว ในพื้นที่ ต.ทะเลน้อย  อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ได้ร้องเรียนถึงนายยรรยง โกศลกาญจน์ ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลุ่มน้ำปากพนังตอนบน (อ.ชะอวด) ประธานศูนย์บัญชาการไฟป่าและหมอกควันจังหวัดนครศรีฯ(ส่วนหน้า) และผู้ที่เกี่ยวข้องว่า ตามที่ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่ทำนบดินหัวป่าเขียวและทำการสูบน้ำเข้าพื้นที่ตำบลเคร็ง มาตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค.2562 เป็นต้นมา ทำให้ระดับน้ำในคลองบางตะเคร็งและคลองรอบๆ ตำบลเคร็ง มีระดับน้ำสูงขึ้นมาก และใช้ดับไฟป่าได้เพียงพอแล้ว ปัจจุบันยังคงทำการสูบน้ำอยู่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำด้านที่เชื่อมต่อกับทะเลน้อยลดลงอย่างมาก น้ำในคลองสาขาต่างๆ ก็ลดลงมากเช่นกัน ส่งผลกระทบต่อการทำให้นาข้าวในพื้นที่ดังกล่าวประมาณ 1,000 ไร่เศษได้รับผลกระทบ จึงโปรดพิจารณาตรวจสอบพื้นที่ดับไฟป่าให้ด้วยว่าในขณะน้มีน้ำเพียงพอหรือยัง หากเพียงพอแล้วจะขอชะลอการสูบน้ำในจุดดังกล่าวไว้ก่อน เพื่อให้เกษตรกรได้สูบน้ำเข้าเก็บกักไว้ในแปลงนา เพื่อให้ข้าวได้ออกรวงและเก็บเกี่ยวผลผลิตต่อไป

 

 

 

 

                 โดยนายยรรยง โกศลกาญจน์ จะเสนอให้มีการรวมพิจารณาหยุดการสูบน้ำเข้าเติมพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง เพื่อให้เกษตรกรสามารถสูบน้ำเข้ากักเก็บในนาข้าวป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับนาข้าวกว่า 1,000 ไร่ดังกล่าว

 

 

 

 

---------------------------

(ข่าวโดย ยุทธนะ เตมะศิริ)

 

 

 

ข่าวเกี่ยวข้องในเครือ
Shares :

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ