ชาวเน็ตรุมวิจารณ์ถึงทัศนคติของ "หมอนงนลินี" ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนกับผู้ประกาศคนดังอย่าง "สรยุทธ สุทัศนะจินดา" ที่บอกว่าสรยุทธกดดันกรมการแพทย์ อยากได้ยาฟาวิพิราเวียร์มาแจกจนอาจจะทำให้เกิดการดื้อยา 

 

 

ก่อนที่ในเวลาต่อมา สรยุทธ สุทัศนะจินดา จะตอบโต้คืนโดยบอกว่า ตนไม่เคยประสานกรมการแพทย์ในเรื่องการเอายาฟาวิพิราเวียร์มาแจกคนไข้เอง เพราะตนก็ไม่ใช่หมอ สิ่งที่ตนเคยทำคือ พูดคุยกับกับเลขาธิการ สปสช. ถึงการทำ Home isolation ซึ่งตนก็ฝากถามว่า ถ้าเป็นคนไข้กลุ่มสีเขียวอยากได้ยาฟาวิพิราเวียร์จะมีหลักเกณฑ์อย่างไร ซึ่งคุณหมอก็พูดถึงหลักเกณฑ์การทำ Home isolation เพื่อสงวนเตียงเอาไว้ให้ผู้ป่วยสีเหลืองและสีแดง ส่วนสีเขียวให้อยู่บ้านไป แล้วจะมีแพทย์ส่งยา วิดีโอคอล และแนะนำการปฏิบัติตัว 

 

กระทั่ง พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงเกี่ยวกับยาฟาวิพิราเวียร์ ว่าต้องให้เร็วที่สุดโดยเฉพาะเมื่อเริ่มมีอาการ ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง ไม่มีปอดอักเสบ ไม่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรงหรือโรคร่วมสำคัญ ภาพถ่ายรังสีปอดปกติ พิจารณาให้ฟาวิพิราเวียร์เริ่มให้ยาเร็วที่สุด 

 

ประเด็นร้อนยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ซึ่งโพสต์หนึ่งของ "หมอนงนลินี" ที่เขียนข้อความในช่วงหนึ่งว่า "การรักษาโรคระบาด อย่าหาว่าสอนเลยค่ะ ต้องรักษาชีวิตคนหมู่มากให้มากที่สุด เราอาจจะจำต้องยอมสูญเสียชีวิตคนแก่บ้างร้อยสองร้อยคนที่หลุดลอดตาข่ายออกไป หมอทุกคน พยาบาลทุกคนเสียใจค่ะ แต่เราจะผ่านสิ่งนี้ไปด้วยกัน ด้วยความเข้มแข็งและอดทนที่จะรักษาชีวิตคนหมู่มากให้ได้มากที่สุดค่ะ" 

 

ซึ่งโดยเฉพาะประโยคที่ว่า "เราอาจจะจำต้องยอมสูญเสียชีวิตคนแก่บ้างร้อยสองร้อยคนที่หลุดลอดตาข่ายออกไป" ได้สร้างความไม่พอใจให้แก่ชาวเน็ตเป็นอย่างมาก หลายคนเข้าไปโจมตีและถามถึงจรรยาบรรณความเป็นหมอ 

 

ทัวร์ลง "หมอนงนลินี" หลังโพสต์ "เราอาจจำต้องยอมสูญเสียชีวิตคนแก่บ้าง 100-200 คน"

 

 

ขณะที่เพจดังอย่าง หมอแล็บแพนด้า ก็ได้โพสต์เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยระบุว่า "คุณหมอมาพาดพิงผมทำไมครับนี่ ผมไปทำอะไรให้หมอไม่ถูกใจตอนไหน ถ้าหมอไม่สบายใจผมขอโทษนะครับ แต่ตอนนี้ผมอยากรู้อย่างเดียวว่าตอนนี้คุณหมอสังกัดโรงพยาบาลอะไร ผมจะได้บอกญาติพี่น้องไม่ต้องไปรักษาที่นั่น ผมกลัวทัศนคติแบบนี้ครับ"

 

ด้านเพจ Drama-addict ก็แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นกัน โดยบอกว่า "พ่อแม่พี่น้อง โปรดวางใจ หมอพยาบาลทั่วประเทศ ไม่ได้มองว่า คนที่จะเสียชีวิตจากโควิดเป็นแค่จำนวนตัวเลข

 

แต่เรามองว่า คนที่จะเสียชีวิตแต่ละคน อาจเป็นพ่อ ของลูก เป็นปู่ย่าตายายของหลาน เป็นสามี เป็นภรรยา เป็นคนสำคัญของแต่ละครอบครัว และเราจะทำเต็มที่เพื่อเซฟชีวิตทุกท่านให้ได้ ไม่มีหมอพยาบาลคนไหนคิดแบบนี้แน่ (แต่ถ้ามีใครคิดแบบนี้ก็ไปให้ห่างจากหน้างานดีกว่านะครับ)" ซึ่งก็มีชาวเน็ตเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือด 

 

ทัวร์ลง "หมอนงนลินี" หลังโพสต์ "เราอาจจำต้องยอมสูญเสียชีวิตคนแก่บ้าง 100-200 คน"

 

ทัวร์ลง "หมอนงนลินี" หลังโพสต์ "เราอาจจำต้องยอมสูญเสียชีวิตคนแก่บ้าง 100-200 คน"

 

ทัวร์ลง "หมอนงนลินี" หลังโพสต์ "เราอาจจำต้องยอมสูญเสียชีวิตคนแก่บ้าง 100-200 คน"

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง