วันที่ 22 ก.ค. 2564 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา ได้ประกาศ กฎกระทรวงกำหนดวัตถุอื่นเป็นเครื่องสำอาง พ.ศ. 2564 ลงนามโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2564 

มีความว่า  อาศัยอำนาจตามความใน (3) ของบทนิยามคำว่า "เครื่องสำอาง" ในมาตรา 4 และมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ให้ผ้าอนามัยชนิดสอดที่ใช้สอดใส่เข้าไปในช่องคลอดเพื่อซับเลือดประจำเดือนเป็นเครื่องสำอาง

หมายเหตุ: เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ นิยามของคำว่า "เครื่องสำอาง" ในมาตราที่ 4 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ได้บัญญัติให้วัตถุอื่นที่กำหนดโดยกระทรวงเป็นเครื่องสำอาง และโดยที่มีความจำเป็นต้องควบคุมคุณภาพและมาตรฐานของผ้าอนามัยชนิดสอดเพื่อให้สามารถคุ้มครองความปลอดภัยและอนามัยของผู้บริโภคได้ สมควรกำหนดให้ผ้าอนามัยชนิดสอดเป็นเครื่องสำอาง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

สรุป #ผ้าอนามัยไม่มีภาษี หลังราชกิจจาฯ ประกาศผ้าอนามัยชนิดสอดเป็นเครื่องสำอาง

 

ขณะเดียวกัน ผู้ใช้ทวิตเตอร์ในไทย ได้วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่รัฐประกาศให้ "ผ้าอนามัยชนิดสอด" เป็นเครื่องสำอาง อย่างกว้างขวาง โดยติดแฮชแท็ก #ผ้าอนามัยไม่มีภาษี จนติดเทรนด์อันดับ 1 อย่างรวดเร็ว

โดยมีการตั้งคำถามว่า "ผ้าอนามัยชนิดสอด" ถูกจัดไปเป็นหมวดเครื่องสำอางได้อย่างไร และยังต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นอีกในอัตรา 30%

พร้อม ๆ กับเรียกร้องว่า "ผ้าอนามัย" เป็นสิ่งจำเป็นของผู้หญิง ไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือย เพราะในวัยที่มีประจำเดือนต้องใช้ บางคนระบุว่า ควรแจกฟรีเหมือนที่ในหลาย ๆ ประเทศ ให้ "ผ้าอนามัย" เป็นสวัสดิการในผู้หญิงด้วยซ้ำ อย่างเช่นที่สกอตแลนด์ ประเทศแรกของโลกที่ให้ผู้หญิงใช้ผ้าอนามัยฟรี

(นี่คือตัวอย่างการแสดงความเห็นจาก #ผ้าอนามัยไม่มีภาษี)

สรุป #ผ้าอนามัยไม่มีภาษี หลังราชกิจจาฯ ประกาศผ้าอนามัยชนิดสอดเป็นเครื่องสำอาง

 

 

สรุป #ผ้าอนามัยไม่มีภาษี หลังราชกิจจาฯ ประกาศผ้าอนามัยชนิดสอดเป็นเครื่องสำอาง

 

สรุป #ผ้าอนามัยไม่มีภาษี หลังราชกิจจาฯ ประกาศผ้าอนามัยชนิดสอดเป็นเครื่องสำอาง